วันจันทร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569
'ซิมบับเว'งัดกฎเหล็ก'เคอร์ฟิว3ทุ่ม-6โมงเช้า เข้าประเทศกักตัวทุกกรณี'สกัดโควิดโอไมครอน
2 ธ.ค. 2564 ซิมบับเวงัดกฎเหล็ก “เคอร์ฟิว-กักตัวคนเข้าประเทศ” สกัดโควิด-19 กลายพันธุ์ “โอไมครอน” โดยสำนักข่าว Voice of America สหรัฐอเมริกา เสนอข่าว Zimbabwe Among First Southern African Nations to Put Tight Regulations to Restrict Spread of Omicron Variant ระบุว่า เอ็มเมอร์สัน เอ็มนังกากวา (Emmerson Mnangagwa) ประธานาธิบดีซิมบับเว แถลงข่าวเมื่อค่ำวันที่ 30 มิ.ย. 2564 ตามเวลาท้องถิ่น ยกระดับมาตรการคุมเข้มหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างแอฟริกาใต้ พบการระบาดของไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ชนิดโอไมครอน
เอ็มนังกากวา กล่าวว่า รัฐบาลกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในสิ่งที่เรียกว่าการพัฒนาที่เป็นลางร้าย จึงต้องยกระดับมาตรการขึ้นเพื่อปกป้องประเทศจากผลกระทบของการระบาดระลอกที่ 4 ซึ่งคาดว่าไวรัสโอไมครอนจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงแน่นอน โดยผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกคนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อตรวจคัดกรองด้วยวิธี RT-PCR และต้องกักตัวทุกกรณี แม้จะมีผลการตรวจ RT-PCR เป็นลบจากประเทศที่เดินทางมาก็ตาม โดยมีผลบังคับใช้ทันที นอกจากนี้ ยังมีการห้ามออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว เป็นเวลา 9 ชั่วโมงต่อวันอีกด้วย
รายงานของสื่อสหรัฐฯ กล่าวต่อไปว่า มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เข้าใกล้เทศกาลหยุดยาว และชาวซิมบับเวที่อยู่ในต่างประเทศคาดหวังว่าจะได้กลับมาเยี่ยมครอบครัวที่บ้านเกิด ขณะที่มีหลายฝ่ายออกมาทักท้วง อาทิ เทนได บิติ (Tendai Biti) รองประธานพรรค MDC ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านในรัฐสภาซิมบับเว กล่าวว่า ตนถูกทำให้รู้สึกสิ้นหวังจากการตัดสินใจอย่างโง่เขลาของรัฐบาล
นอร์แมน มาทารา (Norman Matara) นายกสมาคมแพทย์เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งซิมบับเว กล่าวว่า รัฐบาลดำเนินการเชิงรุกเพื่อสกัดกั้นไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ รหัส B.1.1.529 หรือโอไมครอน ไม่ให้ระบาดข้ามพรมแดน แต่ตนนั้นกังวลเกี่ยวกับการตัดสินใจใช้มาตรการต่างๆ โดยเฉพาะการกักตัวคนเดินทางมาจากต่างประเทศทุกกรณี แม้จะมีผลตรวจ RT-PCR เป็นลบก็ตาม ตนมองว่าเป็นการตัดสินใจด้วยอารมณ์มากกว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือสามัญสำนึก ซึ่งจะเป็นการทำลายภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจต่างๆ ในซิมบับเว
คุดไซ มูติซี (Kudzai Mutisi) นักกิจกรรมทางการเมือง กล่าวว่า มาตรการคุมเข้มล่าสุดของรัฐบาลรุนแรงเกินไป และจะทำให้แผนการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ในซิมบับเวล่าช้า เพราะกลายเป็นว่ารัฐบาลกำลังสร้างความไม่สะดวกแม้กับคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว และตนย้ำว่าเวลานี้ไม่ได้อยู่ในยุคสมัยแห่งการล็อกดาวน์อีกแล้ว ที่ผ่านมามาตรการล็อกดาวน์ถูกใช้เพราะขณะนั้นยังไม่มีวัคซีนและยังไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 แต่ปัจจุบันมีข้อมูลมากขึ้นและมีวัคซีน ดังนั้นเมื่อฉีดวัคซีนแล้วก็ไม่ควรจะต้องกลับมาล็อกดาวน์กันอีก
รายงานข่าวยังกล่าวอีกว่า นับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2564 มีผู้ได้รับวัคซีนในซิมบับเวครบตามจำนวนที่วัคซีนนั้นกำหนดแล้ว 2.8 ล้านคน โดยรัฐบาลตั้งเป้าจะฉีดให้ได้ 10 ล้านคนภายในสิ้นปี 2564 ท่ามกลางความท้าทายว่าเป้าหมายดังกล่าวอาจเป็นไปได้ยากเพราะทรัพยากรมีไม่พอและเวลาก็เหลือน้อยลงเรื่อยๆ ทั้งนี้ ปธน.เอ็มนังกากวา กล่าวว่า จะมีการทบทวนมาตรการต่างๆ อีกครั้งเมื่อผ่านไปแล้ว 14 วัน
ด้านสำนักข่าว Times Live ในเครือ นสพ.Sunday Times ของแอฟริกาใต้ เสนอข่าว Zimbabwe announces 10-day mandatory quarantine to curb Omicron variant ระบุว่า ภายใต้มาตรการล่าสุดของซิมบับเว ทั้งชาวต่างชาติที่เดินทางไปเยือนและประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ต้องเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งการตรวจ RT-PCR และการกักตัว นอกจากนี้ยังมีการประกาศเคอร์ฟิว ระหว่างเวลา 21.00-06.00 น. ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณร้านค้าที่จำหน่ายแบบขวด ส่วนบาร์และไนท์คลับให้รับเฉพาะลูกค้าที่ฉีดวัคซีนแล้วเท่านั้น ร้านอาหารให้เปิดได้ถึงเวลา 19.00 น. ส่วนการจัดงานศพต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
ที่มา timeslive / voazimbabwe
.-011
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี