546.jpg
ฟื้น‘ซีเรีย’จากซากปรักหักพังแห่งสงคราม เป็นไปได้ยากหาก‘นานาชาติ’ไม่ช่วย

ฟื้น‘ซีเรีย’จากซากปรักหักพังแห่งสงคราม เป็นไปได้ยากหาก‘นานาชาติ’ไม่ช่วย

วันอาทิตย์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2568, 20.05 น.

12 ม.ค. 2568 สำนักข่าว Anadolu Agency ของตุรกี เสนอรายงานพิเศษ Collapsed Syrian economy requires international assistance for recovery ระบุว่า แม้จะสิ้นสุยุคสมัยที่ยาวนานหลายสิบปีของรัฐบาลเผด็จการตระกูลอัสซาด เมื่อกองกำลังฝ่ายต่อต้านสามารถเข้ายึดกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรียได้เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2567 แต่สงครามกลางเมืองระหว่างรัฐบาลอัสซาดกับฝ่ายต่อต้านที่กินเวลาถึง 13 ปี ก็สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของซีเรีย และทำให้ประเทศแห่งนี้ต้องการการลงทุนอย่างมากเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ความขัดแย้งได้ทำลายบ้านเรือน ธุรกิจ สถานศึกษา และระบบไฟฟ้า ขณะที่มีชาวซีเรียพลัดถิ่นสูงถึง 6 ล้านคนทั่วโลกและอีก 7 ล้านคนภายในประเทศ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การประเมินระดับความเสียหายทางเศรษฐกิจทั้งหมดถือเป็นเรื่องท้าทาย แต่เน้นย้ำถึงความจำเป็นของความพยายามระดับนานาชาติในการฟื้นฟู โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สำนักงานมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติเน้นย้ำถึงความต้องการที่ชัดเจน ในการลงทุนเพื่อความมั่นคงในระยะยาวของซีเรีย รวมไปถึงการสร้างบริการที่จำเป็นขึ้นมาใหม่ เช่น การเข้าถึงไฟฟ้า และการช่วยเหลือประชาชนให้มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น


รายงานล่าสุดของธนาคารโลก (World Bank) ที่เผยแพร่เมื่อกลางปี ​​2567 ชาวซีเรียประมาณร้อยละ 69 อาศัยอยู่ในความยากจน โดยความยากจนขั้นรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 27 จากระดับที่ไม่มีนัยสำคัญในปี 2552 สงครามได้ผลักดันให้ประชากรมากกว่า 1 ใน 4 อยู่ในภาวะยากจนขั้นรุนแรง ซึ่งหมายถึงการดำรงชีวิตด้วยเงินน้อยกว่า 2 เหรียญสหรัฐ (ราว 70 บาท) ต่อวัน เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ค่าเฉลี่ยประชากรที่อยู่ในภาวะยากจนขั้นรุนแรงทั่วโลกอยู่ที่ร้อยละ 8.5 ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของซีเรียหดตัวมากกว่าร้อยละ 85 ตั้งแต่ปี 2554 - 2566 เหลือ 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะหดตัวอีกร้อยละ 1.5 ในปี 2568

การผลิตน้ำมันลดลงจาก 383,000 บาร์เรลต่อวันก่อนเกิดความขัดแย้ง เหลือเพียง 90,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2566 ซึ่งประเทศแห่งนี้เคยเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก แต่ปัจจุบันเป็นผู้นำเข้าน้ำมัน โดยพึ่งพาการขนส่งจากอิหร่านเป็นหลัก ตั้งแต่ปี 2563 - 2566 การนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของการบริโภคน้ำมันในประเทศ

ภาคการเกษตรได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเช่นกัน โดยเกษตรกรต้องอพยพออกจากพื้นที่เป็นจำนวนมาก ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานและระบบชลประทานได้รับความเสียหายอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้ผลผลิตพืชผลลดลง ส่วนการค้าต่างประเทศก็อยู่ในภาวะวิกฤติ โดยผลผลิตทางอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมในประเทศที่ลดลง ทำให้ซีเรียต้องพึ่งพาการนำเข้ามากขึ้น

ด้านค่าเงิน พบว่า เงินสกุลปอนด์ซีเรียได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง โดยมูลค่าลดลงหลายพันเปอร์เซ็นต์ รวมถึงการลดลงถึงร้อยละ 141 ในปี 2566 เพียงปีเดียว การล่มสลายของสกุลเงินนี้ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นระหว่างร้อยละ 60 ถึงร้อยละ 200 ในช่วง 5 ปีล่าสุด นอกจากนี้ ความเสียหายต่อสนามบินที่เกี่ยวข้องกับสงคราม การระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศ การยุติการท่องเที่ยว การลงทุนจากต่างประเทศที่หยุดชะงัก ต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ทุนสำรองที่หมดลง และความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจที่ถูกทำลายไป ก็ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

อย่างไรก็ตาม หลังจากกองกำลังฝ่ายต่อต้านซึ่งนำโดยกลุ่ม HTS เข้ายึดอำนาจการปกครองและจัดตั้งรัฐบาลรักษาการได้สำเร็จ ดูเหมือนตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจบางส่วนจะดีขึ้น นอกจากนั้นยังมีความช่วยเหลือต่างประเทศ เช่น ในกรณีของตุรกี มีความช่วยเหลือทั้งจากภาครัฐและภาคประชาสังคม ทำให้ความต้องการพื้นฐานของชาวซีเรีย เช่น อาหาร ได้รับการตอบสนอง ขณะที่กาตาร์กลายเป็นผู้บริจาครายใหญ่ โดยส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจำนวนมาก และคาดว่าจะช่วยระดมทุนสำหรับเงินเดือนเจ้าหน้าที่รัฐในซีเรียได้

ในสัปดาห์นี้ โอมาร์ โบลัต (Omer Bolat) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของตุรกี ได้พบปะกับผู้นำภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาสังคมของตุรกี เพื่อหารือเกี่ยวกับการฟื้นฟูซีเรียและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยกระทรงพาณิชย์ของตุรกี แสดงการสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อความร่วมมือในการสร้างซีเรียขึ้นใหม่เพื่อสร้างโครงสร้างของรัฐ สันติภาพ และความมั่นคงที่ยั่งยืน

รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โจ ไบเดน (Joe Biden) ประกาศผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรซีเรียเป็นเวลา 6 เดือน เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ก็ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร การกลับเข้าสู่ระบบธนาคารโลก และการเข้าถึงกองทุนระหว่างประเทศมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของซีเรีย หากไม่มีมาตรการเหล่านี้ การผลิต การค้า และการฟื้นฟูตลาดยังคงเป็นไปไม่ได้

มาเฮอร์ มาร์วาน (Maher Marwan) ผู้ว่าการกรุงดามัสกัส กล่าวเมื่อเดือน ธ.ค. 2567 ว่า ความสามัคคีในชาติและการดึงดูดการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้นำคนใหม่ โดยย้ำถึงความสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐบาล การติดตามสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และการสร้างความไว้วางใจ

รัฐบาลใหม่ของซีเรียได้ให้คำมั่นว่าจะมุ่งเน้นความพยายามในการฟื้นฟูโดยใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น เช่น แหล่งน้ำมันและที่ดินเกษตรกรรม ขณะเดียวกันก็ขอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การลงทุนจากต่างประเทศ และการสนับสนุนทางการเมืองเพื่อยกเลิกการคว่ำบาตร โดยรัฐบาลรักษาการได้เน้นย้ำถึงความพร้อมที่จะฟื้นฟูสถานการณ์ปกติในซีเรีย และเรียกร้องความช่วยเหลือระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูองค์รวม

ขอบคุณภากจากรอยเตอร์

ขอบคุณเรื่องจาก

https://www.aa.com.tr/en/economy/collapsed-syrian-economy-requires-international-assistance-for-recovery/3448045

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top