วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
10 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เห็นชอบแผนการขายอาวุธให้ยูเครนมูลค่า 185 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 5.6 พันล้านบาท ที่ส่วนใหญ่เป็นอะไหล่ และการสนับสนุนด้านการซ่อมบำรุงของระบบปืนใหญ่ เพื่อปรับปรุงความพร้อมในสนามรบให้กับรถถัง M1A1 เอบรามส์, ยานยนต์ต่อสู้แบรดลีย์, เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องไฮมาร์ส, ปืนใหญ่โฮวิตเซอร์ M777 และอุปกรณ์อื่น ๆ
โดยแผนการขายชิ้นส่วนอาวุธดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์และบริการทางทหารของสหรัฐฯ ที่ดำเนินการในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล จนปัจจุบันยูเครนได้รับมอบยานยนต์ต่อสู้แบรดลีย์มากกว่า 300 คัน ยานยนต์ต่อสู้ล้อยางสไตรเกอร์กว่า 400 คัน และยานยนต์ลำเลียงพล 900 คัน ส่วนเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องไฮมาร์ส ยูเครนได้รับมอบแล้วกว่า 40 ชุด และปืนใหญ่โฮวิตเซอร์ขนาด 155 มิลลิเมตร ซึ่งระบบป้องกันการโจมตีของยูเครน ยังใช้รูปแบบสมัยสหภาพโซเวียต ที่ต้องการการซ่อมบำรุงค่อนข้างมาก โดยที่ผ่านมา หน่วยรถถังของยูเครนมีสภาพพร้อมรบที่ต่ำ เนื่องจาก 2 ปัจจัย คือ อัตราการสูญเสียในการต่อสู้ที่สูงมาก แต่ไม่สามารถทดแทนได้ และความยากลำบากในการดูแลรักษายานยนต์ที่ถูกนำมาใช้งาน
ขณะที่ยุทโธปกรณ์ที่ได้รับบริจาคจากชาติพันธมิตรอื่นๆ ถูกวิจารณ์ในเรื่องคุณภาพ เช่น รถถังเอบรามส์จากออสเตเรเลีย ที่มีการสึกหรออย่างมาก เนื่องจากผ่านการใช้งานมานานหลายสิบปี แตกต่างจากรถถังที่ยูเครนได้รับจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นรถถังใหม่
เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประกาศแผนสร้างศูนย์ส่งออกอาวุธ 10 แห่งในกลุ่มประเทศบอลติก และยุโรปเหนือ ซึ่งรวมถึงโรงงานโดรนในเยอรมนี และสหราชอาณาจักรภายในปีนี้ เขาย้ำว่า โรงงานผลิตอาวุธเหล่านี้จะใช้เทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญจากยูเครนเป็นหลัก การส่งออกสินค้าด้านการทหาร และเปิดโรงงานผลิตอาวุธในชาติพันธมิตรเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของยูเครนที่จะกระจายการผลิตอาวุธไปต่างประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นไปตามคำสั่งของเซเลนสกีเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งกำชับกระทรวงกลาโหมให้เริ่มการส่งออกอาวุธอย่างมีการควบคุมตั้งแต่เดือน พ.ย.
โดยหลายเดือนที่ผ่านมา มีข้อเสนอให้ยูเครนส่งออกอาวุธส่วนเกินไปยังประเทศอื่น เพื่อนำกำไรที่ได้ไปซื้ออาวุธที่มีความจำเป็นต้องใช้งานเร่งด่วน สำหรับอุตสาหกรรมป้องกันของประเทศของยูเครน โดยเฉพาะการผลิตโดรนได้เติบโตหลายเท่าตัว นับตั้งแต่เกิดสงครามกับรัสเซียเมื่อปี 2022 ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ยูเครนมีบริษัทโดรนเกิดขึ้นใหม่กว่า 200 แห่ง หลายแห่งสามารถผลิตสินค้าในราคาต่ำ และมีระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น ซึ่งทำให้การสู้รบในยุคใหม่เปลี่ยนแปลงไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี