ทีมเศรษฐกิจไทยถกรับมือ ‘ภาษีทรัมป์’รีด15%ทุกปท. เร่งส่งออกช่วง2เดือนแรก

ทีมเศรษฐกิจไทยถกรับมือ ‘ภาษีทรัมป์’รีด15%ทุกปท. เร่งส่งออกช่วง2เดือนแรก

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทีมเศรษฐกิจไทยถกรับมือ

ภาษีทรัมป์’รีด15%ทุกปท.

เร่งส่งออกช่วง2เดือนแรก

สำนักงานศุลกากรฯสหรัฐแจ้งผู้นำเข้า ยกเลิกการจัดเก็บ “ภาษีทรัมป์” มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ตามเวลาสหรัฐ “เอกนิติ” เผยนายกฯหารือร่วมกับทีมเศรษฐกิจเตรียมแผนรับมือ หวังทุนต่างชาติดันหุ้นไทย 1,500 จุด สะท้อนความมั่นใจในพื้นฐานเศรษฐกิจไทย ชี้“ภาษีทรัมป์”เป็นปัจจัยบวกระยะสั้น ตั้งทีมเร่งส่งออกช่วง 2 เดือนแรก “สิริพงศ์”ยันรัฐบาล ไม่มีแนวคิดขึ้น VAT เป็น 10% ภายใน 2-3 ปีนี้แน่นอน

ความคืบหน้ากรณีศาลสูงสุดของสหรัฐได้ตีตกมาตรการภาษีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้ภายใต้กฎหมาย IEEPA เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยชี้ว่าเป็นใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมาย ส่งผลให้ทรัมป์เซ็นคำสั่งใช้มาตรการจัดเก็บภาษีสินค้าที่อัตรา 15% ภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 แทนนั้น


เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2569 สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดน(CBP)ของสหรัฐ ประกาศว่าจะยุติการจัดเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้าทุกชนิดที่นำเข้ามายังสหรัฐภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันอังคารที่ 24 ก.พ. ตามเวลาของสหรัฐ โดยทางหน่วยงานได้ส่งข้อความแจ้งเรื่องนี้ต่อผู้ขนส่งสินค้าผ่านระบบขนส่งสินค้า (CSMS)ว่าจะยกเลิกรหัสภาษีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งดังกล่าวภายใต้ IEEPA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม CBP) ไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไมจึงยังคงเรียกเก็บภาษีศุลกากรที่ด่านเข้าเมืองต่อหลังศาลสูงสุดมีคำตัดสินดังกล่าวและข้อความของทางหน่วยงานก็ไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับการคืนเงินภาษีที่เรียกเก็บมาแล้วสำหรับผู้นำเข้าสินค้า แต่มีการระบุว่า การระงับเก็บภาษีนี้ไม่มีผลต่อมาตรการภาษีอื่นๆ ที่ประธานาธิบดีสหรัฐกำหนดไว้ รวมถึงอัตราภาษีภายใต้มาตรา 232 ของกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ และ มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าที่ไม่เป็นธรรม และว่า CBP จะให้คำแนะนำเพิ่มเติมแก่ชุมชนการค้าผ่านระบบ CSMS ตามความเหมาะสม

ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หารือกับทีมเศรษฐกิจ ประกอบด้วย ตนเอง พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กรณีศาลสูงสุดสหรัฐ ตัดสินทรัมป์ไม่มีอำนาจปรับเพิ่มภาษีนำเข้ากับหลายประเทศ เพราะใช้อำนาจเกินขอบเขตที่ให้ไว้ในกฎหมาย IEEPA จากนั้นเพียงวันแรกใช้อำนาจประธานาธิบดีปรับเพิ่มภาษีร้อยละ10 และวันต่อมาเพิ่มเป็นร้อยละ 15 นับว่าทุกประเทศถูกจัดเก็บภาษีอัตราเท่ากันที่ร้อยละ 15โดยนายกรัฐมนตรีกำชับทุกหน่วยงานให้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อออกมาตรการรับมือเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้

นายเอกนิติ ระบุว่า ต่างชาติให้ความเชื่อมั่นไทย เงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้นต่อเนื่อง จนทำให้ดัชนีหุ้นไทย แตะระดับ 1,500 จุด สะท้อนความมั่นใจในพื้นฐานเศรษฐกิจไทย การคาดการณ์ GDP ไทยเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง คลังจึงมั่นใจจีดีพีปี 2569 โตได้ร้อยละ 2.5-3 ทำให้หลายหน่วยงานเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทยดีขึ้นจากโมเมนตัมในไตรมาส 4 เติบโตร้อยละ 2.5 เมื่อรัฐบาลกำหนดนโยบายให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุน จะช่วยดัน GDPให้ขยายตัวได้ จึงมอบนโยบายให้เลขาธิการ BOI เร่งผลักดันโยบายลงทุน BOI Fast Pass มูลค่า 4.8 แสนล้านบาท ด้วยการปลดล็อกกฎ กติกา และข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน เพื่อสร้างฐานการผลิตและดึงเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพราะต้องการให้เงินลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนโดยตรง FDI มากกว่าการเก็งกำไรในตลาดทุน

ที่ประชุมดังกล่าว ยังได้วิเคราะห์ถึงความได้เปรียบทางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากการปรับมาตรฐานภาษีให้เท่าเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน ไทยจึงต้องเน้นการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) นายกฯได้สั่งการเพิ่มเติมให้ปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมาย โดยมอบหมายให้เลขาธิการกฤษฎีกาไปเตรียมการขับเคลื่อนในส่วนนี้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่ความเชื่อมั่นในพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและการเร่งส่งออกจะช่วยหนุนให้การเติบโตของ GDP เป็นไปตามเป้าหมาย รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อรับมือกับความท้าทายในตลาดทุนและการค้าโลกอย่างใกล้ชิด

สำหรับภาคการส่งออกและขีดความสามารถในการแข่งขัน แม้ว่าภาษีนำเข้าทรัมป์ จัดเก็บร้อยละ10-15 มีผลบังคับใช้เพียงช่วง 150 วัน เชื่อว่าภาคส่งออกจะปรับตัวได้ โดยกระทรวงพาณิชย์มีการตั้งทีมติดตามอย่างใกล้ชิด เมื่อได้เร่งส่งออกในช่วง 1-2 เดือนแรก จะเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น เมื่อทุกประเทศถูกเก็บภาษีนำเข้าเท่าเทียมกัน ช่วยให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยกลับมาเท่าเทียมกับประเทศอื่นมากขึ้น จากเดิมที่บางประเทศเก็บเพียงร้อยละ 10 ขณะที่ไทยร้อยละ 19

ขณะที่ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ต้องประเมินดูการจัดเก็บภาษีนำเข้าของทรัมป์ในรายสินค้าของแต่ละประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างไร และสร้างความเสียหายอย่างไร และต้องคอยติดตามอย่างใกล้ในระยะยาว มองว่า ทรัมป์ เรียกเก็บภาษีร้อยละ 15 ในช่วง 5 เดือน เพื่อเรียกเจรจากับหลายประเทศ เหมือนที่เคยดำเนินการมาแล้ว เพราะเมื่อเลยกำหนด 150 วัน ทุกประเทศต้องการภาษีในอัตราที่เหมาะสม

ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ต้องจับตาดูว่าในช่วงถัดไป สหรัฐจัดเก็บภาษีรายประเภทอย่างไร โดยเฉพาะสินค้าที่สหรัฐเสียเปรียบ จะถูกเก็บภาษีอัตราสูง และเมื่อทุกประเทศถูกสหรัฐเก็บภาษีในอัตราเดียวกันทุกประเทศทั่วโลก ผู้ส่งออกจึงต้องแสดงศักยภาพในการส่งออกและอาศัยจังหวะในช่วงนี้ ปรับแนวทางการส่งออกให้สูงขึ้น และมองการถูกเก็บภาษีว่าช่วงนี้ จะส่งออกไปสหรัฐได้มากขึ้น

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เสนอปรับโครงสร้างภาษี โดยทยอยจัดเก็บ VAT ขึ้นเป็น 10% และพูดถึง กรณีบริษัทเครดิตเรตติ้ง ที่มีมุมมอง และข้อเสนอต่อนโยบายการเงินการคลังของไทย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลใหม่จ้องขึ้นภาษี หลังได้รับการเลือกตั้งว่า ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากรัฐบาลรู้ดีว่า ปีนี้เราต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจในหลายด้าน นโยบายของรัฐบาล คือต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ฟื้นขึ้นมาจากหล่มให้ได้ก่อน ดังนั้นเป้าหมายของรัฐบาล อันดับแรก คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่ใช่การหารายได้เข้ารัฐจากการขึ้น VAT

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงการสร้างเครดิต รองรับหน่วยงานต่างๆ ที่ประเมินเครดิตของไทยที่จะต้องมีการจัดเก็บรายได้เพิ่มเติม ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีการพูดคุยกัน แต่ไม่ใช่ในระยะเวลา 2-3 ปีนี้แน่นอน เนื่องจากจะต้องทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นก่อน ทั้งนี้เมื่อถึงเวลาที่ประชาชนคนไทย คิดว่าสภาพเศรษฐกิจดีแล้ว เติบโตแล้ว ที่ต้องพูดแบบนี้ เพราะจะโตเฉพาะตัวเลขไม่ได้ จะต้องมีเม็ดเงินที่กระจายไปถึงส่วนต่างๆ ด้วย หากประชาชนคนไทยรู้สึกว่าเศรษฐกิจดีแล้ว ช่วงเวลานั้นค่อยมาทบทวนการปรับให้เป็นไปตามขั้นตอน

“ยืนยันว่าในระยะเวลาอันสั้น 2-3 ปีนี้ ไม่มีแน่นอน ขอให้เชื่อมั่นรัฐบาล โดยการนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และทีมเศรษฐกิจ” นายสิริพงศ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top