วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
10 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มประเทศ G7 ได้มีการประชุมรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศ โดยพวกเขากล่าวว่า พร้อมที่จะใช้ "มาตรการที่จำเป็น" เพื่อสนับสนุนอุปทานพลังงานทั่วโลก หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม การประชุมระหว่างรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G7 และสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) สิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับการปล่อยน้ำมันดิบสำรองเชิงยุทธศาสตร์
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเกือบ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานในระยะยาว ก่อนที่จะลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ แสดงความเห็นว่าสงครามจะยุติลงในไม่ช้า
ฟาติห์ บิโรล หัวหน้าสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ กล่าวว่า ตลาดน้ำมันโลกแย่ลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นอกเหนือจากความท้าทายในการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว
การผลิตน้ำมันจำนวนมากยังลดลง ซึ่งสร้างความเสี่ยงที่สำคัญและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับตลาด ปัจจุบันประเทศสมาชิก IEA ถือครองน้ำมันสำรองฉุกเฉินของภาครัฐกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรล และมีน้ำมันสำรองของภาคอุตสาหกรรมอีก 600 ล้านบาร์เรลที่รัฐบาลมีภาระผูกพัน
โดยหลังจากการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส โรลันด์ เลสคูร์ กล่าวว่า เรายังไม่ถึงจุดนั้นในประเด็นเรื่องการปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินออกมา หากมีการปล่อยน้ำมันสำรองออกมา จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 หลังจากการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบของรัสเซีย
รัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศ G7 กล่าวพ้องกันว่า เราพร้อมที่จะใช้มาตรการที่จำเป็น รวมถึงการสนับสนุนการจัดหาพลังงานทั่วโลก อาทิเช่น การปล่อยน้ำมันสำรอง
ราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอังกฤษ กล่าวว่า อังกฤษใช้การประชุมครั้งนี้เรียกร้องให้ลดความตึงเครียดโดยทันทีในตะวันออกกลาง และรับประกันความปลอดภัยสำหรับเรือในภูมิภาค และ ดิฉันพร้อมที่จะสนับสนุนการปล่อยน้ำมันสำรองของ IEA อย่างเป็นระบบ
การหยุดชะงักครั้งใหญ่ของอุปทานพลังงานจากภูมิภาคนี้ เป็นสาเหตุที่จะผลักดันราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภคและธุรกิจทั่วโลกให้สูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่การที่ธนาคารกลางต่างๆ ลดอัตราดอกเบี้ยน้อยลง
โดยปกติแล้วประมาณ 1 ใน 5 ของอุปทานน้ำมันทั่วโลกจะถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่การจราจรผ่านช่องแคบนี้หยุดชะงักลงเกือบทั้งหมดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่ง สหรัฐฯ และ อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ทั่วอิหร่านโดยมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายหลายแห่ง รวมถึงคลังน้ำมัน
ขณะเดียวกันอิหร่านก็ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในประเทศเพื่อนบ้านแถบอ่าวเปอร์เซีย เมื่อคืนที่ผ่านมา ทาง ซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า ได้สกัดกั้นและทำลายโดรนสองฝูงที่มุ่งหน้าไปยังแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ของประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี