วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569
จ่อลดระดับโจมตีอิหร่าน
ทรัมป์เริ่มถอย
อ้างใกล้บรรลุเป้าหมาย
เล็งทิ้งช่องแคบ‘ฮอร์มุซ’
อิหร่านเดือด ยกระดับขู่โจมตีสวนสาธารณะ-แหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก ตอบโต้สหรัฐฯ-อิสราเอล ขณะที่“อังกฤษ” ไฟเขียวให้ “สหรัฐฯ”ใช้ฐานทัพป้องกันภัยในฮอร์มุซ ย้ำไม่ร่วมสงคราม ด้าน”ทรัมป์”หาทางลง เปรยเตรียมลดระดับปฏิบัติการโจมตี “อิหร่าน” อ้างใกล้บรรลุเป้าหมาย พูดเต็มปาก “สหรัฐฯ” ไม่ได้ใช้ “ฮอร์มุซ” เป็นเส้นทางเดินเรือ
วันที่ 21 มีนาคม 2569 นายอโบลฟาซล์ เชคาร์ชี โฆษกระดับสูงของกองทัพอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านจะขยายเป้าหมายการโจมตีไปยังแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนทั่วโลก เพื่อตอบโต้ สหรัฐฯ และ อิสราเอล โดยสวนสาธารณะ พื้นที่พักผ่อน และแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลกจะไม่ปลอดภัยสำหรับศัตรูของอิหร่าน
ท่าทีล่าสุดของอิหร่านเกิดขึ้นหลังอิหร่านเพิ่มระดับการโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ภายหลังอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์ส ของอิหร่าน
ล่าสุด มีรายงานว่าโดรนของอิหร่านโจมตีโรงกลั่นน้ำมันมีนา อัล-อาห์มาดี ใน คูเวต ถึง 2 ระลอกในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่โรงกลั่น ซึ่งโรงกลั่นแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง มีกำลังการผลิตสูงถึงประมาณ 730,000 บาร์เรลต่อวัน.
ไฟเชียวสหรัฐใช้ฐานทัพ
ได้มีแถลงการณ์จากรัฐบาลอังกฤษที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (20 มี.ค.) ระบุว่า รัฐบาลอังกฤษตกลงอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของอังกฤษในการดำเนินปฏิบัติการเพื่อลดทอนศักยภาพและทำลายฐานยิงขีปนาวุธที่ถูกใช้ในการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
แถลงการณ์ระบุว่า อังกฤษกำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อจัดทำแผนการที่เป็นรูปธรรมในการปกป้องการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างไรก็ตาม อังกฤษย้ำว่า ยังคงมุ่งมั่นที่จะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งในวงกว้าง
ด้าน เซเยด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เตือนรัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษในวันศุกร์ว่า ไม่ควรให้ความช่วยเหลือใด ๆ ต่อการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน โดยชี้ว่าการสนับสนุนดังกล่าวจะยิ่งทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีร่วมต่อกรุงเตหะรานและเมืองอื่น ๆ ของอิหร่าน ส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อาลี คาเมเนอี รวมถึงผู้บัญชาการทหารระดับสูงและพลเรือนเสียชีวิต ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีอิสราเอล รวมถึงฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลาง
เปิดทางเรือน้ำมันญี่ปุ่น
สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่น รายงานวันนี้อ้างอิงถ้อยแถลงของนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ที่ระบุว่าอิหร่านแสดงความพร้อมที่จะอนุญาตให้เรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญของโลก
นายอารักชี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าวของญี่ปุ่นในวันศุกร์ว่า รัฐบาลอิหร่านได้เริ่มเปิดการเจรจากับญี่ปุ่นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเปิดช่องแคบดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงการค้า และทำเนียบนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ยังไม่มีการตอบรับการติดต่อจากสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันเสาร์ เพื่อขอความเห็นต่อรายงานข่าวดังกล่าว
ปัจจุบันญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในสัดส่วนราวร้อยละ 90 ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งเส้นทางนี้ถูกทางการอิหร่านสั่งปิดเกือบทั้งหมดนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน โดยสภาวะราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากผลของสงครามซึ่งกำลังเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ในวันเสาร์นี้ ได้ส่งผลให้ญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ต้องตัดสินใจระบายน้ำมันจากคลังสำรองออกมาใช้
“ทรัมป์”ขอญี่ปุ่นช่วยเหลือ
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิชิ ผู้นำหญิงของญี่ปุ่น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้ญี่ปุ่น “ยกระดับบทบาท” ในขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ กำลังกดดันประเทศพันธมิตรให้ส่งเรือรบเข้าร่วมภารกิจเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จนัก
ภายหลังการประชุมสุดยอดที่กรุงวอชิงตัน นางทาคาอิชิเปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า เธอได้ชี้แจงให้นายทรัมป์ได้เฃทราบถึงขอบเขตความช่วยเหลือที่ญี่ปุ่นสามารถและไม่สามารถดำเนินการได้ในบริเวณช่องแคบดังกล่าวภายใต้ข้อบังคับทางกฎหมาย
ทั้งนี้ ปฏิบัติการของญี่ปุ่นถูกจำกัดภายใต้รัฐธรรมนูญใฝ่สันติหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างไรก็ตาม กฎหมายความมั่นคงปี 2015 อนุญาตให้ญี่ปุ่นสามารถใช้กำลังในต่างแดนได้ หากการโจมตีนั้น ส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดของญี่ปุ่น และไม่มีหนทางอื่นในการแก้ไขสถานการณ์
ลดระดับโจมตีอีหร่าน
ประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ ทรูธ โซเชียล เช้านี้ ว่า สหรัฐฯกำลังพิจารณาที่จะ “ลดระดับ” ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง เนื่องจากใกล้จะบรรลุเป้าหมายแล้ว โดยทรัมป์ แจกแจงเป้าหมายที่ใกล้บรรลุแล้วเป็นข้อๆ ได้แก่
1. ลดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ ฐานยิง และสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิง 2. ทำลายฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอิหร่าน 3. กำจัดกองทัพเรือและกองทัพอากาศของอิหร่าน รวมถึงอาวุธต่อต้านอากาศยาน 4. อิหร่านจะไม่มีทางเข้าใกล้ขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ แต่หากเกิดขึ้น สหรัฐฯจะอยู่ในสถานะที่สามารถตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วและทรงพลัง 5. ปกป้องพันธมิตรในตะวันออกกลางระดับสูงสุด รวมถึงอิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต และประเทศอื่น ๆ
ส่วนเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐอเมริกาไม่ได้ใช้ ประเทศต่าง ๆ ที่ใช้เส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ จะต้องเฝ้าระวังและควบคุมเองตามความจำเป็น แต่หากได้รับการร้องขอ สหรัฐฯก็จะช่วยเหลือ กระนั้น ความช่วยเหลือนี้อาจะไม่จำเป็นอีกต่อไป เมื่อภัยคุกคามจากอิหร่านถูกกำจัดไปแล้ว นี่จะเป็นปฏิบัติการทางทหารที่ง่ายสำหรับพวกเขา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี