วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569
23 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของสหราชอาณาจักร ซึ่งติดตั้งขีปนาวุธครูซโทมาฮอว์ก ได้เข้าประจำการในทะเลอาหรับแล้ว ซึ่งทำให้สหราชอาณาจักรสามารถโจมตีระยะไกลหากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางมีความรุนแรงมากขึ้น เรือดำน้ำจะโผล่ขึ้นสู่ผิวน้ำเป็นระยะๆ เพื่อสื่อสารกับกองบัญชาการร่วมถาวรของสหราชอาณาจักรในนอร์ธวูด
ทางสำนักข่าว เดลีเมล์ รายงานว่า เรือรบ HMS Anson ซึ่งติดตั้งขีปนาวุธ Tomahawk Block IV และตอร์ปิโด Spearfish ออกเดินทางจากเมืองเพิร์ธเมื่อต้นเดือนนี้ และเดินทางเป็นระยะทางประมาณ 5,500 ไมล์ไปยังภูมิภาคดังกล่าว
คำสั่งยิงจะต้องได้รับการอนุมัติจากนายกรัฐมนตรี และสั่งโดยผู้บัญชาการปฏิบัติการร่วม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหราชอาณาจักรอนุมัติให้สหรัฐใช้ฐานทัพของประเทศเพื่อโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน ที่กำลังคุกคามช่องแคบฮอร์มุซ
โดยในวันนี้ (23 มี.ค.) รัฐบาลสหราชอาณาจักร จะจัดการประชุมฉุกเฉิกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในอิหร่านภายใต้ชื่อ COBRA โดยมีนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ เป็นประธาน และมีเรเชล รีฟส์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง, แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลาง, อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ และเอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมด้วย
ซึ่งการที่อิหร่านประกาศว่าจะโจมตีระบบพลังงานและน้ำของประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับ หาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ โจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของอิหร่าน ส่งผลให้นักลงทุนต้องเตรียมรับมือกับตลาดการเงินที่อาจจะปั่นป่วนอีกครั้ง
สหราชอาณาจักรกำลังจับตาสถานการณ์นี้ด้วยความกังวลเป็นพิเศษ เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติอย่างมาก อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และสถานะการคลังของภาครัฐที่ตึงตัว ได้ส่งผลให้พันธบัตรรัฐบาลของประเทศปรับตัวลดลงรุนแรงกว่าประเทศอื่นๆ
กระทรวงการคลังสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า ประเด็นที่คาดว่าจะมีการหารือ ได้แก่ ผลกระทบทางเศรษฐกิจของวิกฤตต่อครัวเรือนและภาคธุรกิจ ความมั่นคงด้านพลังงาน และความสามารถในการรับมือของภาคอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่ไปกับการตอบสนองในระดับนานาชาติ และยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าสงครามจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรอย่างไร พร้อมกับปฏิเสธข้อเรียกร้องให้มีมาตรการขนาดใหญ่เพื่อช่วยค่าครองชีพของครัวเรือน
"ความกดดันจากราคาพลังงานมีแนวโน้มทำให้อัตราเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรพุ่งขึ้นอีกครั้ง โดยอาจจะสูงถึง 5% ในปลายปีนี้ และยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจที่เติบโตช้าอยู่แล้วให้แย่ลงไปอีก" นักเศรษฐศาสตร์ได้ออกมาวิเคราะห์ถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมบอกอีกว่า "อาจจะทำให้รัฐบาลต้องขึ้นภาษีเพิ่มในปลายปีในกรณีที่ราคาน้ำมันและก๊าซยังคงพุ่งสูงต่อเนื่อง"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี