533.jpg
ทำความรู้จัก โจว ฉวินเฟย สตรีที่นั่งกลางระหว่างอีลอน มัสก์ - ทิม คุก มหาเศรษฐีจีนที่สร้างตัวจากศูนย์

ทำความรู้จัก โจว ฉวินเฟย สตรีที่นั่งกลางระหว่างอีลอน มัสก์ - ทิม คุก มหาเศรษฐีจีนที่สร้างตัวจากศูนย์

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.53 น.

15 พฤษภาคม 2569 เฟซบุ๊กเพจ 'Thanong Fanclub' ของนายทนง ขันทอง สื่ออาวุโส ได้ออกมาโพสต์ข้อความร่ายยาวถึง 'สตรี' ที่นั่งอยู่ระหว่างอีลอน มัสก์ และ ทิม คุก ว่าสตรีผู้นี้คือใคร? โดยระบุข้อความว่า ...

ในงานเลี้ยงรับรองระหว่างการเยือนจีนของคณะสหรัฐฯ ครั้งนี้ บุคคลที่สะดุดตาที่สุดตรงที่นั่งศูนย์กลางระหว่าง อีลอน มัสก์ (Elon Musk) และ ทิม คุก (Tim Cook) คือ โจว ฉวินเฟย (Zhou Qunfei) ผู้ก่อตั้งบริษัท Lansi Technology จากเด็กสาวโรงงานชนบท สู่ผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดของจีน โดยไม่มีเส้นสายหรือพื้นเพใดๆ ให้พึ่งพา สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยความพยายามของตัวเองล้วนๆ


เธอเกิดในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในมณฑลหูหนาน ตอนอายุ 5 ขวบ แม่เสียชีวิต ส่วนพ่อพิการและตาบอดจากอุบัติเหตุในการทำงาน ทำให้ครอบครัวยากจนอย่างหนักแทบไม่มีอะไรเหลือ เมื่ออายุ 16 ปี เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเรียน 

เธอจำใจต้องลาออกจากโรงเรียน แล้วเดินทางไปทำงานโรงงานที่กวางตุ้ง ทำหน้าที่ขัดกระจกอยู่บนสายการผลิต กลางวันทำงานอย่างหนัก กลางคืนก็เรียนด้วยตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย จนสอบได้ใบรับรองด้านบัญชี คอมพิวเตอร์ และทักษะอื่นๆ

เธอใช้ชีวิตแบบนั้นอยู่หลายปี จนเก็บเงินได้ 20,000 หยวน จากนั้นจึงชวนญาติพี่น้องรวม 8 คน ทั้งพี่ชาย พี่สาว พี่สะใภ้ และพี่เขย มาเปิดเวิร์กช็อปเล็กๆ ในเซินเจิ้น รับผลิตกระจกนาฬิกา เธอทำทุกอย่างเอง ทั้งซ่อมเครื่องจักร วิ่งหาลูกค้า และบริหารงาน กัดฟันสู้ต่ออีก 4 ปีเต็ม

เข้าสู่ยุค 2000 อุตสาหกรรมมือถือเริ่มเติบโตอย่างรวดเร็ว วันหนึ่งโรงงานกระจกนาฬิกาของเธอได้รับออเดอร์ผลิตหน้าจอมือถือให้ TCL เธอมองเห็นศักยภาพมหาศาลของตลาดกระจกมือถือ จึงก่อตั้งบริษัท Lansi Technology โดยมุ่งเน้นการผลิต วิจัย และจำหน่ายกระจกหน้าจอมือถือโดยเฉพาะ

ช่วงแรก บริษัทรับผลิตให้มือถือแบรนด์จีนและสินค้าลอกเลียนแบบทั่วไป จนกระทั่งเธอพยายามคว้างานจาก Motorola ซึ่งมีมาตรฐานคุณภาพเข้มงวดอย่างมาก

เธอเดิมพันแทบทุกอย่างที่มีเพื่อให้ผ่านมาตรฐานของ Motorola และสุดท้ายก็ได้ออเดอร์มือถือรุ่น V3 ซึ่งขายได้มากกว่า 100 ล้านเครื่องทั่วโลก ส่งให้ Lansi Technology พุ่งขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมทันที

หลังจากนั้น เธอก็ได้งานต่อเนื่องจาก Nokia Samsung และบริษัทต่างชาติยักษ์ใหญ่อื่นๆ

จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งเกิดขึ้นในปี 2007 เมื่อ สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) เปิดตัวไอโฟนรุ่นแรก เปลี่ยนอุตสาหกรรมมือถือเข้าสู่ยุคหน้าจอกระจกสัมผัสเต็มรูปแบบ

ความพิถีพิถันระดับสุดโต่งของ สตีฟ จ็อบส์  ทำให้ทั้งโลกต้องตามหาซัพพลายเออร์ที่สามารถผลิตกระจกตามมาตรฐานของแอปเปิลได้

โจว ฉวินเฟย มองเห็นทันทีว่านี่คือโอกาสครั้งใหญ่ เธอจึงนำทีมทำงานร่วมกับวิศวกรของแอปเปิล แบบมาราธอนนาน 3 เดือน จนสามารถพัฒนากระบวนการผลิตกระจกสำหรับไอโฟนรุ่นแรกได้สำเร็จในระดับอุตสาหกรรม

นั่นทำให้เธอได้สัญญาระยะยาวกับแอปเปิล และหลังจากนั้น อุปกรณ์เกือบทั้งหมดของแอปเปิล ตั้งแต่ไอแพด ไปจนถึงแมคบุ๊ก ก็ใช้การผลิตจาก Lansi Technology บริษัทของเธอจึงก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้านกระจกหน้าจอสัมผัส

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเธอจึงได้นั่งข้าง ทิม คุก  แต่ทำไม อีลอน มัสก์  ถึงนั่งอยู่ข้างเธอด้วย?

หลังจากครองตลาดกระจกหน้าจอระดับโลก Lansi Technology ก็ขยายธุรกิจไปสู่อุปกรณ์อัจฉริยะหลากหลายประเภท รวมถึงห้องโดยสารรถยนต์และหุ่นยนต์ ในอุตสาหกรรมรถยนต์ บริษัทมีสัญญากับผู้ผลิตกว่า 30 ราย เช่น Tesla BMW Mercedes และ Li Auto สำหรับกระจกรถ หน้าจอกลาง และชิ้นส่วนต่างๆ

ด้านหุ่นยนต์ บริษัทก็ผลิตชิ้นส่วนอย่างข้อต่อ เซนเซอร์ และระบบต่างๆ ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างมากกับธุรกิจของ อีลอน มัสก์ 

เด็กสาวที่ลาออกจากโรงเรียนตอนอายุ 15 ปี มีเพียงวุฒิมัธยมต้น จากชนบทในหูหนาน สร้างอาณาจักรธุรกิจขึ้นมาจากศูนย์ จนกลายเป็นผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดของจีน

14 ปีต่อมา เธอก้าวเข้าสู่เวทีเจรจาระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และได้นั่งอยู่ระหว่างอีลอน มัสก์ กับ ทิม คุก นี่คือเรื่องราวของ 'โจว ฉวินเฟย'

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top