คุยกัน 7 วันหน : นายกฯ ไทยชี้ BRF ครั้งที่ 3 เน้นย้ำปณิธานประเทศหุ้นส่วนทำงานร่วมกัน

คุยกัน 7 วันหน : นายกฯ ไทยชี้ BRF ครั้งที่ 3 เน้นย้ำปณิธานประเทศหุ้นส่วนทำงานร่วมกัน

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.15 น.

เมื่อวันพฤหัสบดี (19 ต.ค.) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อเข้าร่วมการประชุมหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ (BRF) ครั้งที่ 3 และเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่า การประชุมฯ ถือเป็นโอกาสที่ผู้นำนานาประเทศได้รวมตัว เพื่อแนะนำแผนการพัฒนาของตนเอง และแสดงความตั้งใจจะทำงานร่วมกันเพื่อต่อยอดแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ให้เป็นปึกแผ่นและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

เศรษฐากล่าวว่า แผนริเริ่มฯ ที่นำเสนอโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเชื่อมโยงนานาประเทศ สร้างประโยชน์ต่อมนุษยชาติด้วยการสนับสนุนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การค้าและการลงทุน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและระหว่างประชาชน พร้อมเสริมว่าการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในพิธีเปิดการประชุมฯ ได้สื่อสารความมุ่งมั่นของจีนในการพัฒนาอย่างสันติและขยับขยายการเปิดกว้างยิ่งขึ้น


ทั้งนี้ เศรษฐายังได้เจรจาพูดคุยกับบริษัทผู้ประกอบการของจีนหลายแห่งระหว่างอยู่ปักกิ่ง เพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ไทย โดยเศรษฐาเผยว่าการเดินทางมาครั้งนี้เพื่อส่งสารถึงบรรดาบริษัทผู้ประกอบการของจีนว่าไทยพร้อมต้อนรับกลุ่มนักลงทุนจากจีน

สำหรับแผนการส่งเสริมความร่วมมือไทย-จีน เศรษฐากล่าวว่าทั้งสองประเทศยังพัฒนาความร่วมมือในหลายด้าน ในด้านการพัฒนาพลังงานใหม่นั้น ปัจจุบันมีบริษัทยานยนต์พลังงานใหม่ของจีนหลายแห่งเข้ามาลงทุนและก่อสร้างโรงงานในไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

ในความร่วมมือการเกษตรระหว่างสองประเทศ เศรษฐายกการส่งออกทุเรียนเป็นตัวอย่าง โดยกล่าวว่าชาวจีนนิยมรับประทานทุเรียนอย่างมาก และคาดหวังว่าไทยจะสามารถส่งออกทุเรียนที่มีคุณภาพสูงสู่จีนเพิ่มขึ้นในอนาคต

เศรษฐาเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาและจีนเป็นประเทศแรกนอกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) ที่เศรษฐาเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ เขากล่าวว่าความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างไทยและจีนนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ประชาชนของสองประเทศได้ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันฉันญาติสนิทมิตรสหายขณะเดียวกันไทยมีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดี จึงหวังว่าจะเกิดความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทผู้ประกอบการของจีนภายใต้แผนริเริ่มฯ เพิ่มขึ้น ส่งเสริมการค้าระหว่างสองประเทศและเดินหน้าการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี

ก่อนหน้านั้น ปานปรีย์ พหิทธานุกรรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวซินหัวว่าแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ถือเป็นวิสัยทัศน์ระดับโลกอันชาญฉลาดที่ส่งเสริมการเชื่อมต่อและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงนำพาความเจริญมายังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

ปานปรีย์ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ (BRF)ครั้งที่ 3 ว่า แผนริเริ่มฯ เป็นโครงการที่มีความชาญฉลาดมาก มีการมองไปทางนอกเพื่อการพัฒนาภูมิภาค และเพื่อให้โลกมีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น พัฒนาการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งทำให้ประเทศด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนาจะได้ประโยชน์จากโครงการนี้สูงมาก

แผนริเริ่มฯ ได้ยกระดับการเชื่อมต่อระดับภูมิภาคผ่านโครงการต่างๆ อย่างทางรถไฟ ซึ่งเชื่อมต่อเมืองสำคัญอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เกิดการขนส่งสินค้าอย่างราบรื่นตลอดแนวเส้นทาง โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ซึ่งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการสร้างทางรถไฟจีน-ไทย ซึ่งจะเชื่อมต่อกับทางรถไฟจีน-ลาว และจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งจีน ลาวและไทย

สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจจีน ปานปรีย์กล่าวว่า ประเทศจีนมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก เวลานี้เศรษฐกิจจีนจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นกลับมาได้ในสภาพที่ปกติเพื่อนบ้านหรือภูมิภาคที่อยู่ใกล้จีนก็สามารถค้าขายกับจีนได้อย่างเป็นปกติเช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้การค้าในภูมิภาคของเอเชียมีความแข็งแรงทั้งหมด“ในมุมมองผม ก็ยังมองเศรษฐกิจของจีนในด้านดีและด้านบวก”

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยและจีนนั้นหยั่งรากลึก โดยนอกจากการค้าและการลงทุนแล้ว ความร่วมมือทวิภาคียังครอบคลุมด้านอื่นๆเช่น ความมั่นคง สังคม และวัฒนธรรมขณะการทำงานร่วมกันมุ่งเน้นเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว โดยเฉพาะการเกื้อหนุนห่วงโซ่อุปทานเพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่าการค้าทวิภาคีระหว่างจีนและไทยในปี 2022อยู่ที่ 1.35 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ(ราว 4.9 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากปีก่อนหน้า โดยจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย

ปานปรีย์กล่าวว่าจีนเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งเมื่อไม่นานนี้ไทยได้ดำเนินนโยบายฟรีวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเยือนไทย และกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ส่วนการพัฒนาระดับภูมิภาค ปานปรีย์กล่าวว่าความสัมพันธ์จีน-อาเซียนที่แข็งแรงจะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค รวมถึงไทยในหลากหลายด้าน เช่น การค้า การลงทุน และความมั่นคงของภูมิภาค พร้อมกับย้ำว่า ความสัมพันธ์นี้เป็นประโยชน์ต่อทั้งอาเซียนและจีน

โดย ดาโน โทนาลี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top