วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
“สีจิ้นผิง” ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 การนำของเขาส่งผลให้ประเทศจีนเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการทูต ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อทั้งจีนและโลก
ภูมิหลังและการก้าวขึ้นสู่อำนาจ สี จิ้นผิง เกิดเมื่อปี พ.ศ.2496 ที่กรุงปักกิ่ง เขาเป็นบุตรชายของอดีตรองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำปฏิวัติยุคแรกของพรรคคอมมิวนิสต์จีน อย่างไรก็ตาม ในช่วง ปฏิวัติวัฒนธรรม (ค.ศ. 1966-1976) ครอบครัวของเขาถูกกวาดล้างและบิดาถูกกักขัง ทำให้สี จิ้นผิงต้องใช้ชีวิตในชนบทห่างไกลในมณฑลส่านซี ประสบการณ์อันยากลำบากนี้ได้หล่อหลอมให้เขามีความเข้าใจชีวิตของประชาชนระดับรากหญ้าอย่างลึกซึ้ง
หลังจากการปฏิวัติวัฒนธรรมสิ้นสุดลง สี จิ้นผิงกลับมาศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ มหาวิทยาลัยชิงหวา และเริ่มต้นเส้นทางการเมืองโดยการทำงานในท้องถิ่น เขาไต่เต้าจากตำแหน่งเล็กๆ ในระดับอำเภอ สู่ตำแหน่งผู้ว่าการมณฑล และเลขาธิการพรรคประจำมณฑลเจ้อเจียงและเซี่ยงไฮ้ ประสบการณ์ที่หลากหลายในหลายพื้นที่ทำให้เขาเข้าใจกลไกการบริหารประเทศในทุกระดับก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด
นโยบายหลักและการพัฒนาประเทศจีนในยุคสี จิ้นผิง เมื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดในปี พ.ศ. 2556 สี จิ้นผิงได้ดำเนินนโยบายที่มุ่งเน้นการปฏิรูปและสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศในทุกมิติ นโยบายสำคัญที่โดดเด่น มีดังนี้
• การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น : สี จิ้นผิงได้รณรงค์ต่อต้านการทุจริตครั้งใหญ่ที่เรียกว่า "ปราบทั้งเสือและแมลงวัน" (Tigers and Flies) ซึ่งมุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ทุจริตทุกระดับ ตั้งแต่ระดับสูง ("เสือ") จนถึงระดับล่าง ("แมลงวัน") มีการจับกุมและดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ทุจริตหลายแสนคน นโยบายนี้ได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างสูงและช่วยเสริมสร้างอำนาจของเขาในฐานะผู้นำ
• โครงการ "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" (Belt and Road Initiative, BRI) : โครงการยักษ์ใหญ่ระดับโลกนี้เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2556 มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเส้นทางสายไหมในอดีต โดยการลงทุนสร้างเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางบกและทางทะเลเพื่อเชื่อมโยงจีนเข้ากับเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา โครงการนี้มีบทบาทสำคัญในการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองของจีนไปทั่วโลก ผ่านการสร้างเครือข่ายการค้าและการลงทุน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศกำลังพัฒนา
• "ความฝันของจีน" (Chinese Dream) : นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองของชาติ ฟื้นฟูประเทศให้ยิ่งใหญ่ และส่งเสริมให้ประชาชนทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น แนวคิดนี้กลายเป็นวิสัยทัศน์หลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน โดยมีเป้าหมายหลักคือการทำให้จีนเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วภายในปี พ.ศ. 2592 ซึ่งครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน
• การยกระดับกองทัพให้ทันสมัย : ภายใต้การนำของสี จิ้นผิง กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านเทคโนโลยีและยุทโธปกรณ์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการป้องกันประเทศและขยายบทบาทในเวทีโลก
• แนวคิด "ความมั่งคั่งร่วมกัน" (Common Prosperity) ถูกนำมาใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และปรับทิศทางของตลาดให้สอดคล้องกับอุดมการณ์มากขึ้น
• การรวมศูนย์อำนาจรัฐ : ในช่วงการดำรงตำแหน่งของสี จิ้นผิง มีการเสริมสร้างอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและเพิ่มการควบคุมสังคมให้เข้มงวดขึ้น รวมถึงการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการควบคุมสื่ออินเทอร์เน็ต การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ การยกเลิกข้อจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี พ.ศ.2561 ซึ่งทำให้เขาสามารถดำรงตำแหน่งผู้นำได้ตลอดไป
• จีนสมัยสี จิ้นผิงได้ผลักดันการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม จีนได้ลงทุนอย่างมหาศาลในด้าน: ปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยี 5G,พลังงานสะอาด,ยานยนต์ไฟฟ้า,เทคโนโลยีอวกาศ
• บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba, Tencent, Huawei และ BYD กลายเป็นผู้นำระดับโลก ทำให้จีนไม่ใช่แค่ "โรงงานของโลก" อีกต่อไป แต่เป็น "ศูนย์กลางนวัตกรรม"
• แผนยุทธศาสตร์ Made in China 2025 นี้มุ่งเปลี่ยนจีนจากการผลิตสินค้าคุณภาพต่ำสู่การผลิตสินค้าไฮเทคคุณภาพสูง เป้าหมายคือการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติและกลายเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก
สี จิ้นผิง ไม่ใช่เพียงแค่ผู้นำทางการเมือง แต่เป็นผู้กำหนดวิสัยทัศน์และทิศทางอนาคตของจีนในช่วงศตวรรษที่ 21 นโยบายและการบริหารงานของเขามีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อทั้งประเทศจีนและโลกโดยรวม ทำให้เขาเป็นหนึ่งในผู้นำที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของจีนอย่างแท้จริง
โดย อาทร จันทวิมล
ขอบคุณภาพจากเพจเฟสบุ๊ก Chinese Embassy in Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี