วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ชาวจีนในประเทศไทยมีอยู่หลายกลุ่ม แต่หากพูดถึงกลุ่มที่อาจไม่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่ ก็ต้องพูดถึง "ชาวจีนแคะ 客家 " หรือ "ฮากกา " (Hakka) ในภาษากวางตุ้ง ซึ่งมีความหมายในภาษาจีนว่า "ผู้มาเยือน" เพราะเป็นคำที่พวกจีนแต้จิ๋วเรียกกลุ่มจีนเชื้อสายราชวงศ์ฮั่น ที่อพยพมาจากมณฑลเจียงซี เหอหนาน และซานซี ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ เมื่อ 2,700 ปีก่อน ส่วนคำว่าฮากกาแปลว่า ประชาชนชาวฮั่น
ชาวจีนแคะ (ฮากกา) คือใคร? ชาวจีนแคะเป็นชาวฮั่นโบราณที่เดินทางอพยพจากทางตอนเหนือของมณฑลกวางตุ้งประเทศจีนลงมายังตอนกลางและตอนใต้เนื่องจากภัยสงครามและการจลาจลในยุคต่างๆ การอพยพครั้งใหญ่มีด้วยกันหลายระลอก โดยเริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิ๋น (พ.ศ 818-963) เรื่อยมาจนถึงราชวงศ์ซ่ง (Song) ราชวงศ์หมิง ซึ่งถูกโค่นล้มโดยพวกแมนจู ซึ่งก่อตั้งราชวงศ์ชิงในเวลาต่อมา พวกเขาต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดในถิ่นฐานใหม่ ทำให้มีนิสัยอดทน ขยัน และมีความสามารถในการทำเกษตรและค้าขายสูง เราสามารถพบเห็นชาวฮากกาในมณฑลทางใต้ของจีนเช่น กวางตุ้ง ฮกเกี้ยนตะวันตก เจียงซี ตอนใต้ของหูหนาน กว่างซี ตอนใต้ของกุ้ยโจว ตะวันออกเฉียงใต้ของเสฉวน เกาะไหหลำและไต้หวัน ในปัจจุบันภาษาจีนฮากกาจัดเป็นหนึ่งในภาษาราชการของสาธารณรัฐจีนที่ไต้หวัน
เส้นทางการอพยพของชาวฮากกา
ชาวจีนแคะเริ่มอพยพเข้ามาในประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน หลังจากพ่ายแพ้ในการกบฏไท่ผิงเทียนกั่ว ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และอพยพไปประเทศทั่วโลก เช่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เบลเยียม เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ มอริเชียส และหมู่เกาะแคริบเบียนโดยเฉพาะในจาเมก้า ส่วนใหญ่เดินทางทางเรือจากมณฑลทางตอนใต้ของจีน เช่น กวางตุ้ง (Guangdong) และฝูเจี้ยน (Fujian) โดยมีเหตุผลหลักๆ คือ
• ภัยสงครามและความวุ่นวายในประเทศจีน: การต่อสู้ระหว่างกลุ่มอำนาจต่างๆ และความไม่สงบภายในประเทศ เช่นกบฏไท่ผิงเทียนกั่ว พ.ศ. 2393-2407 สมัยราชวงศ์ชิง (รัชกาลที่3 และ 4 ของกรุงรัตนโกสินทร์) หลังสงครามฝิ่น ที่เกิดจลาจลครั้งใหญ่ เสียชีวิตราว 20 ล้านคน เพราะชาวจีนแคะที่มาจากพวกฮั่นไม่พอใจพวกแมนจู แต่สู้ไม่ได้ ทำให้ชาวจีนแคะจำนวนมากต้องหนีตายไปต่างประเทศ
• โอกาสทางเศรษฐกิจ: ประเทศไทยในสมัยนั้นมีความอุดมสมบูรณ์และเปิดกว้างสำหรับการค้าขายและการตั้งถิ่นฐาน ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาเพื่อหาโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัว
• การมีชุมชนชาวจีนที่เข้มแข็งในไทยก่อนหน้า ทำให้ชาวจีนแคะมีเครือข่ายในการเข้ามาตั้งถิ่นฐานและประกอบอาชีพได้ง่ายขึ้น
เมื่อมาถึงประเทศไทย ชาวจีนแคะได้กระจายตัวไปตามพื้นที่ต่างๆ เช่น กรุงเทพฯ โดยเฉพาะแถบเยาวราช, พระนครศรีอยุธยา, สุพรรณบุรี ราชบุรี (บ้านโป่ง บ้านห้วยกระบอก)รวมถึงในภาคใต้ เช่น ภูเก็ต และ สงขลา
บทบาททางเศรษฐกิจและอาชีพ
ด้วยความสามารถในการปรับตัวและความขยัน ชาวจีนแคะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย พวกเขามักจะประกอบอาชีพที่ต้องใช้ความอดทนและไหวพริบสูง เช่น
• เกษตรกรรม: โดยเฉพาะการทำเหมืองแร่ในภาคใต้ เช่น งานเหมืองดีบุกที่จังหวัดภูเก็ต ระนองและสงขลา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมในยุคนั้น
• ค้าขาย: ทั้งการค้าปลีก ค้าส่ง รวมถึงการเป็นผู้ประกอบการรายย่อยไปจนถึงเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่
• ช่างฝีมือ: เช่น ช่างตัดผม ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า ซึ่งเป็นอาชีพที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง
• ร้านอาหาร: อาหารจีนแคะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ข้าวขาหมู ที่เป็นที่นิยมในหมู่ชาวจีนแต้จิ๋วแต่มีรากฐานมาจากอาหารจีนแคะ และ เกาเหลาเลือดหมู
บุคคลสำคัญเชื้อสายจีนแคะ
คนเชื้อสายจีนแคะจำนวนไม่น้อยที่ได้สร้างชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญในวงการต่างๆ ของหลายประเทศ เช่น ซุนยัดเซ็นและ เติ้งเสี่ยวผิง อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน, ลีกวนยู อดีตประธานาธิบดีสิงคโปร์ ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์: อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย
นอกจากนี้ ยังมีนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ และนักการเมืองอีกหลายท่านที่สืบเชื้อสายมาจากชาวจีนแคะ เช่น วิกรม กรมดิษฐ์ โชติ ล่ำซำ เกียรติ วัฒนเวคิน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยได้อย่างกลมกลืน
การศึกษาเรื่องราวของชาวจีนแคะ (ฮากกา) ไม่เพียงแต่เป็นการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของคนกลุ่มเล็กๆ แต่ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความสามารถของชาวไทยเชื้อสายจีนในการเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาประเทศไทยมาอย่างยาวนาน
โดย อาทร จันทวิมล
ขอบคุณภาพจาก wikipedia
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี