บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องความดีไว้ว่าอย่างไร?
วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.55 น.
ในโลกที่วุ่นวายสับสน บางคนอาจตั้งคำถามว่า “ทำดีแล้วได้อะไร?” หรือ “ความดีที่แท้จริงนั้นต้องทำอย่างไร ที่ไหนและเมื่อไหร่?”
กว่าสองพันปีมาแล้ว พระพุทธเจ้าทรงสอนเกี่ยวกับเรื่องความดีที่บันทึกในพระไตรปิฏกไว้ว่า
- ความดีทำได้ที่ไหนและเมื่อไหร่? พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า การทำความดีนั้น ไม่มีข้อจำกัดข้อกำหนด เรื่องกาลเวลา (อกาลิโก) หรือสถานที่ จะทำเมื่อไรก็ได้ เป็นสิ่งดีทั้งนั้น ดังความในพระไตรปิฎก เล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 12 อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต สุปุพพัณหสูตร (พระสูตร เกี่ยวกับกาลเวลาอันดี) ความว่า: “ สุนกฺขตฺตํ สุมงฺคลํ สุปภาตํ สุหุฏฺฐิตํ สุขโณ สุมุหุตฺโต จ สุยิฏฺฐํ พฺรหฺมจาริสุ” แปลว่า “ ความดีนั้นควรทำทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นเช้า สาย บ่าย หรือค่ำ หากจิตเป็นกุศลในตอนนั้น ย่อมถือเป็นฤกษ์ดีและมงคลดีเสมอ” คำสอนดังกล่าวหักล้างความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ที่ว่า การทำความดีนั้นไม่ต้องรอฤกษ์งามยามดี ไม่ต้องดูดวงดาวบนท้องฟ้า ไม่ต้องรอวันเวลาอันเป็นมงคล เพราะการทำดีด้วยใจเป็นกุศลนั้น จะทำเมื่อไรที่สะดวกก็จะเป็นฤกษ์ดีเสมอ
- กลิ่นหอมของคนดี พระไตรปิฎก เล่มที่ 25 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 17 ขุททกนิกาย ธรรมบท (ปุปผวรรค) บันทึกไว้ว่า ครั้งหนึ่ง พระอานนท์ ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า "กลิ่นของดอกไม้หรือแก่นจันทน์ แม้จะหอมเพียงใดก็ลอยไปได้ตามลมเท่านั้น มีกลิ่นอะไรบ้างไหมพระเจ้าข้า ที่สามารถหอมทวนลมได้?" พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า: “ น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิโลตเมติ น จนฺทนํ ตครมลฺลิกา วา สตญฺจ คนฺโธ ปฏิโลตเมติ สพฺพา ทิสา สปฺปุริโส ปวายติ” แปลว่า “กลิ่นดอกไม้นั้น ย่อมจะกระจายไปทวนลมไม่ได้ กลิ่นไม้จันทน์ กลิ่นไม้กฤษณา หรือกลิ่นดอกมะลิ ก็ฟุ้งไปทวนลมไม่ได้ แต่กลิ่นของสัตบุรุษ (คนดี) จะฟุ้งกระจายทวนลมได้ สัตบุรุษย่อมฟุ้งไป (ขจรขจาย) ทั่วทุกทิศ”
- หลักการทำความดี พระพุทธเจ้าทรงสอนวิธีทำความดี ด้วยบุญกิริยาวัตถุ 10 ปรากฏในพระไตรปิฎก เล่มที่ 23 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 15 อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต (หน้า 245-247) สรุปใจความสำคัญออกเป็น 3 หมวด 10 ข้อ คือ
"ตีณิมานิ ภิกฺขเว ปุญฺญกิริยาตฺถูนิ. กตมานิ ตีณิ? ทานมยํ ปุญฺญกิริยาตฺถุ, สีลมยํ ปุญฺญกิริยาตฺถุ, ภาวนามยํ ปุญฺญกิริยาตฺถุ."แปลว่า: "ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุญกิริยาวัตถุ (เหตุเป็นที่ตั้งแห่งบุญ) มี 3 ประการนี้คือ:
- ทานมัย: บุญสำเร็จด้วยการให้ทานเพื่อลดความตระหนี่
- สีลมัย: บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีลไม่เบียดเบียนผู้อื่น
- ภาวนามัย: บุญสำเร็จด้วยการฝึกจิตให้สงบและเกิดปัญญา
ในชั้นอรรถกถา (คำอธิบายพระไตรปิฎก) ได้ขยายความจาก 3 ข้อข้างต้น ออกเป็น 10 ประการ เพื่อให้ครอบคลุมการทำความดีในทุกมิติ ดังนี้:
- ทานมัย (ให้ทาน) คือการทำบุญด้วยการ "สละออก" ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน สิ่งของ ความรู้ หรือการให้อภัย เพื่อลดความตระหนี่ถี่เหนียว ด้วย เจตนาที่เป็นกุศล ทั้งก่อนให้ ขณะให้ และหลังให้
- สีลมัย (รักษาศีล) คือการทำบุญด้วยการ "สำรวมกาย วาจา" ให้อยู่ในระเบียบวินัย ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การรักษาศีล 5 หรือศีล 8 ด้วยการยับยั้งชั่งใจ และการเคารพในสิทธิของผู้อื่น
- ภาวนามัย (เจริญภาวนา) คือการทำบุญด้วยการ "พัฒนาจิตและปัญญา" เช่น การทำสมาธิเพื่อให้จิตสงบ หรือการวิปัสสนาเพื่อให้เห็นแจ้งในธรรม ด้วยการมีสติ รู้เท่าทันความคิดและอารมณ์ของตนเอง
- อปจายนมัย (อ่อนน้อมถ่อมตน) คือการทำบุญด้วยการ "ลดมานะละทิฐิ" ให้เกียรติผู้ใหญ่ ผู้มีคุณธรรม หรือผู้ที่มีอาวุโสกว่า รวมถึงการมีกิริยามารยาทที่สุภาพรลดความถือตัว เย่อหยิ่งจองหอง (Ego) และการสร้างบรรยากาศที่ดีในสังคม
- เวยยาวัจจมัย (ช่วยเหลือขวนขวาย) คือการทำบุญด้วยการ "สละแรงกาย" ช่วยเหลืองานส่วนรวมหรืองานของผู้อื่นที่ชอบด้วยธรรม เช่น การช่วยงานวัด งานจิตอาสา หรือการช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน ด้วยความมีน้ำใจและการมีส่วนร่วมในสังคม
- ปัตติทานมัย (แบ่งปันส่วนบุญ) คือการทำบุญด้วยการ "ขยายความดี" คือเมื่อเราทำความดีแล้ว ก็นึกถึงผู้อื่น แบ่งปันความสุขหรืออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้อื่น ด้วยใจที่กว้างขวาง ไม่หวงความดีไว้เพียงคนเดียว
- ปัตตานุโมทนามัย (ยินดีในบุญของผู้อื่น) คือการทำบุญด้วยการ "ร่วมยินดี" เมื่อเห็นผู้อื่นทำความดีหรือมีความสุข โดยไม่มีความริษยา (การกล่าวคำว่า "สาธุ"กำจัดความอิจฉาริษยาออกจากใจ
- ธัมมัสสวนมัย (ฟังธรรม) คือการทำบุญด้วยการ "แสวงหาความรู้" ไม่ใช่แค่การฟังพระเทศน์ แต่รวมถึงการอ่านหนังสือธรรมะ หรือการฟังเรื่องราวที่ทำให้เกิดสติปัญญา เปิดรับความจริงเพื่อนำมาปรับใช้ในชีวิต
- ธัมมเทสนามัย (แสดงธรรม) การทำบุญด้วยการ "ให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์" การแนะนำสั่งสอนสิ่งที่ดีงาม การแชร์แง่คิดที่เป็นประโยชน์ หรือการให้คำปรึกษาเพื่อทางสว่างแก่ผู้อื่น ด้วยความปรารถนาดีอยากให้ผู้อื่นมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
- ทิฏฐุชุกัมม์ (ทำความเห็นให้ตรง) คือการทำบุญด้วยการ "ปรับทัศนคติ" ให้มีความเห็นที่ถูกต้อง (สัมมาทิฐิ) เช่น เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ข้อนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด เพราะถ้ามีความเห็นที่ถูกต้อง อีก 9 ข้อที่เหลือจะดำเนินไปได้อย่างถูกต้อง
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “การทำความดีตามคำสอนของพระพุทธองค์ นั้น ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ต้องรอให้ถึงฤกษ์งามยามดี”
อาทร จันทวิมล