วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
อันที่จริงประเด็นนี้ ควรต้องเป็นเพียงเรื่องในครอบครัว แต่เมื่อครอบครัวนั้น คือ ราชวงศ์วินด์เซอร์ (ราชวงศ์แห่งสหราชอาณาจักร) นี่เองจึงทำให้การให้สัมภาษณ์ของ “เจ้าชายเฮนรี่ ชาลส์ อัลเบิร์ต เดวิด” และภรรยาของเขา “เรเชล เมแกน มาร์เคิล”กลายเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา จนทางสำนักพระราชวังบักกิ้งแฮม ต้องออกแถลงการณ์ด้วยใจความที่ว่า
“สมาชิกราชวงศ์ทุกพระองค์ รู้สึกเสียพระทัย ที่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ต่อเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกนในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยประเด็นที่ถูกกล่าวถึง โดยเฉพาะเรื่องเชื้อชาติ เป็นสิ่งที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง และจะต้องได้รับการหารืออย่างจริงจังเป็นการภายใน กระนั้น เจ้าชายแฮร์รี่ เมแกน และอาร์ชี จะยังคงเป็นที่รักยิ่งของสมาชิกราชวงศ์ทุกพระองค์ต่อไป”
ทุกอย่างน่าจะเริ่มต้นตรงที่ การตัดสินใจแต่งงานกับเมแกน ของเจ้าชายแฮร์รี่ ที่สื่อมวลชนในอังกฤษแสดงออกอย่างชัดเจนว่า พวกเขาไม่เห็นด้วย ตั้งแต่การวิพากษ์วิจารณ์บทบาทในฐานะนักแสดงของเมแกน ที่ออกจะไปในแนวหวือหวา ที่สำคัญ เธอผ่านการแต่งงาน และหย่าร้างมาแล้ว รวมไปถึงความเหมาะสมตามขนบธรรมเนียมดั้งเดิมในเรื่องของเชื้อชาติ เพราะเธอเป็นสะใภ้ราชวงศ์คนแรกที่มีผิวสี (อเมริกัน-แอฟริกัน-ดัทช์-ไอริช)
หลังการแต่งงาน การจับตาของสื่อมวลชนในอังกฤษยิ่งหนักหน่วงมากขึ้น โดยเฉพาะการถูกนำไปเปรียบเทียบกับคู่ของเจ้าชายวิลเลี่ยม “วิลเลี่ยมอาร์เธอร์ ฟิลิป หลุยส์” ผู้เป็นพระเชษฐากับพระชายา “แคเธอริน อลิซเบธ เคตมิดเดิลตัน” ที่เป็นขวัญใจของสื่อมวลชนและประชาชนในสหราชอาณาจักรอย่างมาก และถึงแม้ว่า เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน จะยื่นฟ้องหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในประเทศอังกฤษ เพื่อปกป้องการจ้องโจมตีจากสื่อมวลชนของที่นั่นแล้วก็ตาม แต่ก็ดูเหมือนว่า ข่าวในด้านลบของคนทั้งคู่ก็ไม่เคยเงียบหายไป จนก้าวข้ามไปถึงจุดเริ่มต้นในความแตกร้าวของครอบครัว เมื่อเจ้าชายแฮร์รี่ออกมาให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ยอดนิยมของอังกฤษในทำนองที่ว่า ตัวเขาเองนั้นมิเคยได้รับการออกมาปกป้องจากพระเชษฐาเลยสักครั้งตั้งแต่เกิดเรื่อง
“เราสองคนพี่น้อง มีทั้งวันที่ดี และวันที่แย่ แต่เราก็ยังเป็นพี่น้องกันเสมอแม้ในตอนนี้ เราจะมีเส้นทางชีวิตอันแตกต่างกันก็ตาม”
จากนั้นสื่อมวลชนของอังกฤษก็เล่นข่าวดังกล่าวต่อไปว่า เจ้าชายวิลเลี่ยมรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก จนทำให้ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องต้องพังทลาย ก่อนที่ฟางเส้นสุดท้ายจะลุกไหม้ในวันที่ 8 มกราคมของปีที่ผ่านมา (2020) เมื่อเกิดปรากฏการณ์ Megxit (Meghan + Exit) คือ การประกาศของแฮร์รี่และเมแกนในการออกจากสถานะสมาชิกแห่งราชวงศ์อังกฤษ
“หลังการแลกเปลี่ยนบทสนทนาอยู่นานหลายเดือน ล่าสุด ข้าพเจ้ายินดีที่เราได้หาทางออกในการสนับสนุนหลานชายของข้าพเจ้า และภรรยา ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างอิสระ แฮร์รี่ เมแกนและอาร์ชี ยังคงเป็นที่รักของครอบครัวเราข้าพเจ้าทราบดีว่า สองปีที่ผ่านมา ทั้งคู่ต้องพบเจอข้อท้าทายใดๆ บ้าง และสนับสนุนพวกเขาให้มีชีวิตที่เสรี ขอบคุณทั้งสองคนสำหรับการทำงานทั่วประเทศ และในเครือจักรภพแห่งอังกฤษ ข้าพเจ้าภูมิใจที่เมแกนสามารถปรับตัวเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว ครอบครัวหวังว่า ข้อตกลงนี้ จะทำให้พวกเขาได้พบเจอกับชีวิตใหม่อันสุขสงบ” แถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์2021 จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 คือการยืนยันว่า แฮร์รี่ และเมแกน กลายเป็นสามัญชนโดยสมบูรณ์ และระงับการให้สิทธิของราชวงศ์ทุกอย่างที่เคยได้รับ รวมไปถึงเงินจากรัฐบาลอังกฤษที่มอบให้แก่ทางราชวงศ์
ด้วยเรื่องราวอันต่อเนื่อง จึงพามาสู่เหตุการณ์ในวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา (2021) ณ รายการของพิธีกรอันดับต้นๆ ในอเมริกา “โอปราห์ วินฟรีย์” แห่งสถานีโทรทัศน์ CBS อดีตเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ตอบทุกคำถามอย่างหมดเปลือก จนเกิดหลายประเด็นที่น่าสนใจตามมาดังนี้
เรื่องของเชื้อชาติและสีผิว : ในการให้สัมภาษณ์กับโอปราห์ เมแกนก็เปิดประเด็นเรื่องนี้ออกมาได้อย่างน่าสะเทือนใจตั้งแต่เรื่องของยศตำแหน่งในราชวงศ์ที่มีความกังวลต่อลูกของเธอตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จึงมีการพยายามมิให้ลูกของเธอได้รับการสถาปนาในการขึ้นสู่ชั้นยศใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะคลอดออกมาเป็นหญิงหรือชาย ซึ่งส่งผลต่อความเข้มข้นในการอารักขาความปลอดภัยตลอดเวลา
“มีความกังวล และบทสนทนาเกิดขึ้นในวังด้วยว่า ผิวของเจ้าชายอาร์ชีจะสีเข้มขนาดไหน เมื่อตอนเขาประสูติ”นี่เป็นประโยคหนึ่งจากปากของเมแกนในการสัมภาษณ์ครั้งนั้น ทางด้านแฮร์รี่ก็ตอกย้ำว่า ความเจ็บปวดของเขามาจากการที่ไม่มีสมาชิกในครอบครัวแม้สักคนออกมาปกป้องภรรยาและลูกของเขาในเรื่องของสีผิว เพื่อเป็นการสนับสนุนเมแกนเลย
กระนั้น ในเรื่องของยศถาบรรดาศักดิ์ ก็มีการร่ำลือทางโลกออนไลน์ ถึงสาเหตุการมิให้ยศแก่ลูกชายเมแกน อันเนื่องมาจากธรรมเนียมมิได้มีการระบุ จะระบุเพียงผู้ที่จะมาเป็นลำดับของกษัตริย์คนต่อไปนั่นคือ ลูกชายคนโตของเจ้าชายวิลเลี่ยมดังนั้น การได้ยศจึงสามารถเกิดขึ้นได้เพียงทางเดียว คือ การแต่งตั้งจากควีน ซึ่งเธอก็แต่งตั้งให้ลูกชายและลูกสาวคนถัดมาของเจ้าชายวิลเลี่ยม ส่วนในกรณีของอาร์ชี ลูกชายของแฮร์รี่และเมแกน แหล่งข่าวเล่าต่อๆ กันมาว่า เป็นการปฏิเสธของทั้งคู่ ซึ่งข้อเท็จจริงตรงนี้ ก็แย้งไปกับการบอกเล่าของเมแกนที่เกิดขึ้น ซึ่งเธอบอกว่า มันเป็นการโกหกของสื่อในประเด็นนี้ และย้ำว่า มันไม่ใช่เรื่องของการอยากได้ยศถาบรรดาศักดิ์ แต่เป็นประเด็นเรื่องความปลอดภัยสำหรับลูกชายของเธอ
เรื่องความไม่ลงรอยกับพ่อและพี่ชาย : อดีตเจ้าชายเล่าผ่านรายการชื่อดังว่า หลังจากถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ “ชาลส์ ฟิลิป อาร์เธอร์ จอร์จ” ก็ไม่รับโทรศัพท์ของเขาอีก ซึ่งเรื่องนี้ทำให้แฮร์รี่รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เพราะเขาเชื่อว่า พ่อของเขาคือคนที่เข้าใจเขามากที่สุด เพราะเคยผ่านเรื่องราวที่คล้ายกัน แต่แฮร์รี่ก็ไม่ได้รับคำแนะนำอะไร รวมไปถึงเรื่องของอาร์ชี ที่เปรียบเป็นหลานของพระองค์
แต่แฮร์รี่ก็ยืนยันว่า ยังรักเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เช่นที่ผ่านมา และจะพยายามหาทางเยียวยาความสัมพันธ์กับพ่อ และความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นของตัวเอง ส่วนกับเจ้าชายวิลเลี่ยม แฮร์รี่กล่าวถึงอย่างสั้นๆ ว่า “รักและเคารพ แต่เราอยู่กันคนละเส้นทางแล้ว”
อันที่จริงยังมีประเด็นอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะตามหารายละเอียดตามสื่อออนไลน์ได้ไม่ยาก แต่ทั้งหมดที่เล่ามานั้น แค่อยากจะนำเสนอว่า ในยุคที่การสื่อสารเปิดกว้างและทะลุทะลวงเช่นนี้ ความเท่าทันและการชั่งใจ คือ สิ่งสำคัญ เพราะขนาดราชวงศ์ใหญ่โต ยังตกอยู่ในวังวนของสงครามสื่อไม่จบสิ้น ทั้งถูกทำลายและนำมาใช้เป็นเครื่องมือ แล้วประสาอะไรกับประชาชนคนธรรมดาแบบเราดังนั้น ก็อย่ามัวเมากับข่าวสารจนขาดวิจารณญาณของการไตร่ตรองอย่างเหมาะสม และเมื่อรู้ว่าตรงไหนเป็นตม ก็อย่าทำให้ตัวเองถูกจมจนเสียเวลา เพราะทุกดราม่ามีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ

นึกว่าสาวเกาหลี นุ่น วรนุช สวมฮันบกท่ามกลางหิมะ สดใสท้าลมหนาว
กู้ภัยแจ้งเบาะแสเด็กหาย พบร่างหนูน้อยวัย 3-4 ขวบ กลางป่าสระบุรี
ยอดขายถล่มทลาย ม้า อรนภา ห่อหมกหมดในพริบตาหลังโดนร้องเรียน
‘เซ็นทรัลพัฒนา’นิวไฮ 3 ปีซ้อน ‘รายได้-กำไรสุทธิ-ปันผล-ทราฟฟิก’ปี68โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แสงเหนือเป็นเหตุ สรยุทธโพสต์ภาพเลียนแบบ ผู้กองธรรมนัส ทำโซเชียลแห่แซวยับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี