วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ข้อมูลถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2021 รายงานว่า มีวัคซีนเข้าสู่การวิจัยเพื่อป้องกันโรคไวรัสโควิด-19 แล้ว 66 ชนิดในจำนวนนี้ 17 ชนิดกำลังทดลองในระยะที่หนึ่ง 23 ชนิดในระยะที่หนึ่งถึงสอง 6 ชนิดอยู่ในระยะที่สอง และ20 ชนิดในระยะที่สาม ซึ่งมีวัคซีน 4 ชนิดได้เลิกล้มการพัฒนาไปแล้ว สำหรับวัคซีนที่อยู่ในระยะที่สาม องค์กรควบคุมทางสาธารณสุขทั้งระดับโลก และระดับประเทศในหลายประเทศ ก็ได้อนุญาตให้ใช้เป็นการฉุกเฉิน เพื่อทำการฉีดแก่ประชาชน และบางประเทศก็อนุญาตให้ใช้โดยทั่วไป
สำหรับผู้ผลิตวัคซีนเจ้าต่างๆ ก็ได้ระบุจำนวนโดสวัคซีนที่จะสามารถผลิตในปี 2021 ดังนี้ แอสตราเซเนกา-ออกซฟอร์ด 3,000 ล้านโดส ไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค 1,300 ล้านโดส สปุตนิก5 ไซโนฟาร์ม ไซโนแว็ก และจอห์นสันแอนด์ จอห์นสัน แบ่งเป็นรายละ 1,000ล้านโดส โมเดิร์นนา 600 ล้านโดส และแคนไซโนไบโอลอจิกส์ (จอห์นสันแอนด์ จอห์นสัน) 500 ล้านโดส กระนั้น คำสั่งซื้อวัคซีนล่วงหน้าไปจนถึงเดือนธันวาคม 2021 จากหลายประเทศก็เกิน 10,000 ล้านโดสไปแล้ว คำถามที่น่าสนใจก็คือว่า การแจกจ่ายวัคซีนจะเพียงพอแต่ประชากรทั่วโลกหรือไม่ และประสิทธิภาพของวัคซีนเป็นอย่างไร ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้จริงหรือ
ข้อมูลของวันที่ 1 มีนาคม 2021 องค์กรสาธารณสุขทั่วโลกรายงานว่าได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้วถึง 249.26 ล้านโดสแล้วใน 103 ประเทศทั่วโลก คิดเป็น 6.73 ล้านโดสต่อวัน การฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมต่อจำนวนประชากรมากที่สุด เกิดขึ้นในประเทศอิสราเอลในอัตรา 90% ซึ่งได้รับการยืนยันว่า อัตราการแพร่ระบาดมีการลดลงอย่างน่าตกใจ และทั่วโลกคาดหวังให้อิสราเอลสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่(Heard immunity) ได้สำเร็จโดยเร็วเพื่อเป็นแบบแผนและความเชื่อมั่นต่อประเทศอื่นๆ ในการใช้วัคซีน ส่วนประเทศที่มีจำนวนการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 75.24 ล้านโดส จากนั้นก็จีน สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และอินเดียไล่เลียงกันมา แต่ปัญหาก็มีอยู่ว่า มีความกังวลในเรื่องผลข้างเคียงของวัคซีนบางชนิดเกิดขึ้น หลังจากมีการเสียชีวิตของคนที่ได้รับวัคซีน และข้อมูลการวิจัยที่มากขึ้นออกมา
“การใช้วัคซีนโควิด-19 แอสตราเซเนกามีผลข้างเคียงทำให้เกิดลิ่มเลือดจริง แต่มีโอกาสเกิดได้ยากมาก” นี่เป็นความเห็นของสำนักงานยายุโรป (EMA) ภายหลังจากทำการตรวจสอบบุคคลที่เกิดอาการลิ่มเลือดอุดตัน 86 คน หลังฉีดวัคซีนในกลุ่มประเทศกลุ่มสหภาพยุโรปไปแล้ว 25 ล้านโดส ซึ่งผู้ที่มีอาการลิ่มเลือดอุดตันส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอายุต่ำกว่า 60 ปีและเกิดขึ้นภายใน 2 สัปดาห์หลังการได้รับวัคซีน แต่ทาง EMA ก็ยังไม่สามารถระบุปัจจัยเสี่ยงได้อย่างเฉพาะเจาะจง มีแค่เพียงการระบุว่า ณ ข้อมูลปัจจุบันอัตราการเกิดเหตุการณ์ภาวะเลือดแข็งตัวที่รุนแรงเหล่านี้อยู่ที่ประมาณ 1 ใน 100,000 คนเท่านั้น และประโยชน์ที่ได้รับจากวัคซีนดังกล่าวยังมีมากกว่าผลเสียที่อาจเกิดขึ้น
กระนั้น แอฟริกาใต้ ก็ได้ระงับการใช้วัคซีนแอสตราเซเนกาทั้งหมด นอร์เวย์ และเดนมาร์ก ก็เช่นกัน สเปน ฟิลิปปินส์ และอิตาลี จำกัดให้ใช้เฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปส่วนฝรั่งเศส แคนาดา เยอรมนีเนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์สวีเดน และเบลเยียม กลับมาใช้แอสตราเซเนกาอีกครั้ง (หลังแบนไปในช่วงเดือน ก.พ.) แต่ประกาศเพิ่มข้อจำกัดการใช้งานเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปเท่านั้น ส่วนออสเตรเลีย ประกาศจำกัดอายุผู้เข้ารับวัคซีนดังกล่าว ต้องมีอายุ 50 ปีขึ้นไปเท่านั้น เว้นแต่ผู้ที่ได้รับวัคซีนโดสแรกไปแล้วแต่ไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง และสหราชอาณาจักร ก็ไม่แนะนำให้ใช้วัคซีนในประชาชนที่อายุต่ำกว่า 30 ปี พร้อมสั่งระงับการทดลองวัคซีนแอสตราเซเนกาในเด็กหลังจากเกิดข้อกังวล
จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันก็เจอปัญหาเดียวกัน หลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ(FDA) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า ทั้งสองหน่วยงานกำลังตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับผู้ป่วย 6 รายที่มีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันชนิดที่พบได้ยากและรุนแรง หลังจากได้รับวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันโดยในระหว่างการตรวจสอบเรื่องนี้ FDA และ CDC แนะนำให้ระงับการใช้วัคซีนชนิดนี้ไปก่อน
สำหรับ ซิโนแวค ก็มีเรื่องวุ่นๆออกมาเช่นกัน เมื่อนายเกา ฟู่ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคจีน แถลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (10 เม.ย.) ว่า “วัคซีนจีนไม่ได้มีอัตราการป้องกันสูงมาก ขณะนี้รัฐบาลกำลังตัดสินใจว่า ควรใช้ร่วมกับวัคซีนที่ผลิตด้วยเทคนิคอื่น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนหรือไม่” แต่ภายหลังนายเกา ฟู่ ก็ได้ออกมาอธิบายว่ามีการตีความคำพูดของเขาผิดไป และชี้แจงว่า อัตราการป้องกันโรคของวัคซีนในโลกนี้ มีสูงมีต่ำแตกต่างกันไปและการที่จะพัฒนาประสิทธิภาพของวัคซีนนั้น เป็นคำถามที่ต้องได้รับการไตร่ตรองโดยนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ก่อนย้ำว่า คำพูดของเขาที่บอกว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของจีนนั้น มีประสิทธิภาพในการป้องกันต่ำ เป็นเรื่องของการเข้าใจผิด
แต่ก่อนหน้านี้ ก็มีประเด็นเรื่องการทดสอบซิโนแวคออกมา ในเรื่องผลลัพธ์ทางประสิทธิภาพต่ำกว่าวัคซีนตัวอื่นๆ แต่ก็ได้รับการชี้แจงในประเด็นของการเลือกสถานที่ และความเสี่ยงมีผลต่อประสิทธิภาพการทดลอง ออกมาแล้วทำให้ความน่ากังวลของวัคซีนตัวนี้ จึงเหลือสำหรับคนที่มีอายุเกิน 60 ปี ที่ทางสาธารณสุขจีนห้ามไม่ให้ทำการฉีดวัคซีนชนิดนี้เท่านั้น (แม้การปฏิบัติการวัคซีนตัวนี้ในประเทศชิลี จะไม่สามารถหยุดอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นได้ตามที่คาดหวังก็ตาม)
นี่เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ทำให้เรายังคงวางใจไม่ได้ในเรื่องของวัคซีนโควิด-19 ทั้งประเด็นประสิทธิภาพ (ซึ่งยังไม่นับรวมเรื่องของการกลายพันธุ์ของไวรัส) และประเด็นความเพียงพอต่อประชากรโลก สำหรับการทำภูมิคุ้มกันหมู่ ที่อาจต้องมาลงรายละเอียดหลังจากวัคซีนที่มิได้รับการการันตีว่า ใช้ได้จริงเรียบร้อย
แล้ว ดังนั้น คำแนะนำที่ดีที่สุดในตอนนี้ความปกติใหม่ (New Normal)ในการป้องกันตัวจากการติดเชื้อโควิด-19 ตามที่ปฏิบัติกันมา น่าจะเป็นแนวทางในการอยู่บนโลกใบนี้อย่างปลอดภัยที่สุดในช่วงเวลานี้ จนกว่าความชัดเจนเรื่องวัคซีนจะได้รับการคลี่คลายออกมา

นึกว่าสาวเกาหลี นุ่น วรนุช สวมฮันบกท่ามกลางหิมะ สดใสท้าลมหนาว
กู้ภัยแจ้งเบาะแสเด็กหาย พบร่างหนูน้อยวัย 3-4 ขวบ กลางป่าสระบุรี
ยอดขายถล่มทลาย ม้า อรนภา ห่อหมกหมดในพริบตาหลังโดนร้องเรียน
‘เซ็นทรัลพัฒนา’นิวไฮ 3 ปีซ้อน ‘รายได้-กำไรสุทธิ-ปันผล-ทราฟฟิก’ปี68โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แสงเหนือเป็นเหตุ สรยุทธโพสต์ภาพเลียนแบบ ผู้กองธรรมนัส ทำโซเชียลแห่แซวยับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี