การใช้ ม.44 ถือเป็นยาแรง ซึ่งได้มีคำสั่งยึดที่ดินนายทุนที่ครอบครองที่ดินสาธารณะเกินกว่า 500 ไร่ขึ้นไปกลับคืนเป็นของรัฐ ถ้าใช้วิธีการปกติธรรมดาเป็นเรื่องยากมากในการยึดที่ดินคืน เพราะผู้ครอบครองส่วนใหญ่ล้วนมีกำลังเงินและอิทธิพล ชนิดที่อำนาจรัฐปกติไม่อาจจัดการได้ยาแรงทำให้ยึดที่ดินคืนได้ 431 แปลง จำนวน 400,000 กว่าไร่ ทั้งนี้ นายทุนอาจจะกลับมาครอบครองที่ดินดังกล่าวได้อีก
ทั้งนี้ ที่ดินใน 431 แปลงที่ยึดคืนมาได้นั้น มีเพียง 24 แปลง กว่า 17,000 ไร่ ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) สามารถเข้าไปสำรวจ จัดผัง แบ่งแปลง ให้เกษตรกรได้ 2 ใน 24 แปลงอยู่ที่จ.ชลบุรี คือ แปลง อ.บ่อทอง จำนวน 535 ไร่ กับแปลง อ.หนองใหญ่ จำนวน 570 ไร่ จัดสรรให้ราษฎรผู้ยากไร้ 42 ราย และ 47 รายตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 9 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าแปลงปฏิรูปที่ดิน อ.บ่อทอง ที่ยึดคืนจากนายทุนซึ่งปลูกปาล์มน้ำมันไม่น้อยกว่า 10 ปี ส.ป.ก. จัดสรรให้ราษฎร 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้ยากไร้ ผู้ที่ถูกผลักดันออกจากพื้นที่ป่า และเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ผ่านการอบรมและประสงค์ยึดอาชีพเกษตรกร และเป็น ส.ป.ก.4-01(ส.) ในนามสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดิน อ.บ่อทอง ในลักษณะเช่า โดยสหกรณ์เช่าจาก ส.ป.ก. ซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่ดีในการสกัดกั้นเกษตรกรแอบขายสิทธิในแปลงที่ดินตัวเองให้คนอื่น

ทั้งนี้ จัดสรรที่ดินให้คนละ 6 ไร่ โดย 5 ไร่เป็นที่ทำกิน อีก 1 ไร่เป็นที่อยู่อาศัยและปลูกพืชผักเลี้ยงสัตว์ ที่เหลือเป็นถนน เป็นที่ดินแปลงรวม และอ่างเก็บน้ำ 68 ไร่ แปลงปฏิรูปที่ดิน อ.บ่อทอง ถือเป็นวาสนาของเกษตรกรเหมือนชื่ออำเภอ ตรงที่มีต้นปาล์มน้ำมันกำลังหนุ่มสาวให้ผลอยู่แล้ว ราษฎร 15 ราย เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านที่รัฐจัดสร้างให้เสร็จแล้ว ที่เหลือบ้านพักยังไม่เสร็จ หรือมีเด็กที่ต้องเรียนหนังสือยังต้องไป-กลับ
ที่สำคัญที่นี่จะมั่นคงด้วยน้ำทำกิน เพราะกรมชลประทานกำลังก่อสร้างอ่างเก็บน้ำกระแส อ.บ่อทอง ความจุ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณน้ำท่าปีละ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร หมายถึงน้ำจะเต็มอ่างทุกปีและส่งทางระบบท่อ ความยาว 6.3 กิโลเมตร ลงมาเติมในสระของแปลงปฏิรูปที่ดินบ่อทองความจุ 670,000 ลูกบาศก์เมตร คาดหมายว่าจะแล้วเสร็จและส่งน้ำถึงบ้านถึงแปลงเกษตรได้ในปี 2563 เป็นความร่วมมือน่าชื่นชมระหว่าง ส.ป.ก. กับกรมชลประทาน ช่วยขับเคลื่อนเรื่องน้ำให้เร็วขึ้น เป็นรูปธรรม และเป็นความหวังของเกษตรกร 42 ครัวเรือนที่จะมาตั้งหลักปักฐานที่นี่ได้รับสิทธิทำกินในที่ดิน 5+1 ไร่ ประเมินราคาซื้อขายไร่ละ 3-4 แสนบาท เท่ากับได้ที่ดินมูลค่าเฉียด 2 ล้านบาทอยู่ในมือ แถมยังจะมีสระน้ำต้นทุนที่มีใช้ตลอดทั้งปี โดยมีต้นปาล์มน้ำมันให้ผลอยู่แล้ว

นี่คือแผ่นดินทองของ อ.บ่อทอง น่าเสียดายตรงที่ คสช.ไม่ใช้แนวคิดจัดการเบ็ดเสร็จในการขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่แปลงนี้ เหมือนการใช้กฎหมายพิเศษ ม.44 เพราะกระบวนการพัฒนาที่ตามมา อาศัยกฎหมายปกติซึ่งอุดมด้วยขั้นตอนที่ล่าช้า รวมทั้งงบประมาณก็ขึ้นกับแต่ละหน่วยจะเจียดจ่ายให้ การพัฒนาจึงไม่เห็นรูปธรรมโดยเร็ว เท่ากับตอนประกาศยึดที่ดินคืนนี่คือนาทีทองที่ คสช.พลาดไป โดยรวมๆ ยังถือเป็นผลงานของรัฐบาล คสช. อยู่ดี เพราะลำพังรัฐบาลจากการเลือกตั้งจะไม่มีวันทำได้เช่นนี้
สุดท้ายเหลือแต่ข้อคิดของนายสุรจิตต์ อินทรชิต เลขาธิการ ส.ป.ก.ที่ว่า ให้ใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด วางแผนการผลิตให้เป็น ทำบัญชีครัวเรือนด้วย สหกรณ์เป็นของทุกคนที่ต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่กู้อย่างเดียว หากต้องรู้จักอดออมด้วย
ส่งท้ายด้วยข้อคิดของที่ปรึกษาเลขาธิการ ส.ป.ก.อย่าง ว่าที่ ร.ต.ไพเจน มากสุวรรณ์ ที่ว่า เกษตรกรต้องขยัน ตั้งตัวอยู่ได้แน่นอน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี