วันที่ 7 กันยายน 2562 รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “Puangthong Pawakapan” เมื่อ 6 ก.ย. 2562 ยกกรณีอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก 3 ลำเมื่อปี 2554 ที่ในขณะนั้นภาครัฐอ้างว่าเข้าไปปฏิบัติการขับไล่กองกำลังติดอาวุธชาวกะเหรี่ยงจากประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งในเวลาต่อมาความจริงปรากฏว่าเป็นการขับไล่ชุมชนชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง นำมาสู่การต่อสู้ของ “ปู่คออี้” นายโคอิ มิมิ จนศาลปกครองตัดสินให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ชดใช้ค่าเสียหายแก่ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงที่ถูกเผาทำลายสิ่งปลูกสร้าง เป็นอุทาหรณ์การจัดฉากสร้างเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐทำขึ้น ดังนี้
“รายงานนี้ดีมาก จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม หนังสือชี้ให้เห็นตัวอย่างของ ‘การสร้างข่าวปลอมเป็นชุด’ a series of fake news โดยรัฐ ที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมของประชาชน รัฐไทยถนัดเรื่องแบบนี้ แต่สื่อมวลชนมักตามไม่ทัน กลับช่วยกระจายและตอกย้ำ fake news นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน”
“คำนำหนังสือใจแผ่นดิน..เดือนกรกฎาคม 2554 เกิดเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ คือ เฮลิคอปเตอร์ 3 ลำของทหาร ตกบริเวณอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี นำไปสู่การเสียชีวิตถึง 17 คน ทั้งประเทศตกตะลึงต่อการสูญเสียบุคลากรครั้งใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการสนธิกำลังในปฏิบัติการยุทธการตะนาวศรี ตามโครงการขยายผลการอพยพ ผลักดัน/จับกุม ชุมชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่ ตามแนวชายแดนไทย-พม่า”
“โครงการนี้มีอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นเจ้าภาพปฏิบัติการยุทธการตะนาวศรีครั้งนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมจากเฮลิคอปเตอร์ตกแต่อย่างเดียว ระหว่างปฏิบัติการมีสื่อมวลชนโทรทัศน์เสนอภาพการเผาทำลายสิ่งปลูกสร้าง โดยข่าวอ้างว่าเป็นชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกเข้ามายึดครองพื้นที่ในประเทศไทย ต่อมามีการปรากฏตัวตนของปู่คออี้ ชายชราวัย 100 ปี ที่ถูกเผาบ้าน และออกมาเรียกร้องสิทธิของตนเองและชุมชนดั้งเดิมที่ถูกเผาทำลายความชัดเจนและความจริงค่อยๆ ชัดและปรากฏขึ้นเรื่อยๆ”
“ข้อมูลที่ทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกล่าวอ้างในยุทธการตะนาวศรี ปรากฏเป็น ‘ความเท็จ’ ในขณะที่ ‘ความจริง’ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ข้อกล่าวอ้าง : เป็นชนกลุ่มน้อย กลุ่มกะหร่าง และเป็นกองกำลังชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ KNU (Karen National Union) ความจริง : เป็นคนไทยดั้งเดิมเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่เกิดและอาศัยอยู่ในพื้นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษ มีหลักฐานและเอกสารประจำตัวประชาชนคนไทยอย่างถูกต้อง”
“ข้อกล่าวอ้าง : บุกรุก แผ้วถาง อพยพจากนอกประเทศเข้ามา ความจริง : เป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม อาศัยในพื้นที่ที่เรียกว่า ‘ใจแผ่นดิน’ มาหลายร้อยปี มีหลักฐานชัดเจนปรากฏในแผนที่กรมแผนที่ทหาร ตั้งแต่ปี 2455 , ข้อกล่าวอ้าง : เป็นกองกำลัง สั่งสมอาวุธยุทโธปกรณ์ ความจริง : พบเพียงปืนแก๊ป อาวุธยิงสัตว์ขนาดเล็กตามวิถีชาวบ้านในป่า”
“ข้อกล่าวอ้าง : ทำไร่เลื่อนลอย ปลูกข้าวสะสมเสบียง สนับสนุนอาหารของกองกำลังชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ ความจริง : ทำไร่หมุนเวียน ซึ่งรักษาสภาพแวดล้อม จนไร่หมุนเวียนของกะเหรี่ยงได้รับการประกาศเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติในปี 2556 ปลูกข้าวจำนวนเล็กน้อยไว้รับประทานในครอบครัว ตามวิถีชีวิตพึ่งตนเองและพอเพียง , ข้อกล่าวอ้าง : เผาทำลายเพิงพักชั่วคราว สิ่งปลูกสร้าง 98 หลัง ความจริง : เผาทำลายบ้านและยุ้งฉางของชาวบ้านทั้งหมู่บ้านรวม 98 หลัง เป็นบ้านที่มีเลขบ้านและทะเบียนบ้าน เดิมเป็นหมู่ที่ 7 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ต่อมาปรับเป็น หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี”
“เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการเผาหมู่บ้านดั้งเดิมของคนไทยร่วม 100 หลังทิ้ง โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยมีหลักฐานเป็นภาพข่าวจากสถานีโทรทัศน์ การใช้เฮลิคอปเตอร์ไปเผาทำลายคนดั้งเดิมเป็นภาพเรื่องจริง ทำนองเดียวกับภาพยนตร์อวตาร AVATAR ซึ่งออกฉายก่อนหน้าปฏิบัติการตะนาวศรีไม่ถึงปี ‘เขาทำเหมือนเราเป็นสัตว์’ ปู่คออี้พูดด้วยเสียงสั่นเครือ หลังได้ข่าวจากลูกหลานกลับมาจากไปดูบ้านและยุ้งฉางที่ถูกเผา เล่าให้ฟัง”
“ลุงดุ๊อู จีโบ้ง หนึ่งในชาวบ้านที่ถูกเผาบ้าน เล่าเหตุการณ์ให้ฟังด้วยความช้ำใจ เจ้าหน้าที่มาที่บ้านเป็นสิบคน มาตอนเย็น มีปืนมาด้วย มาไม่ได้บอกอะไรว่ามาทำไม มาบนบ้าน ค้นบ้าน รื้อของ ยังกับโดนลิงป่าขึ้นบ้าน เอาข้าวเปลือกไปล่อไก่ที่เลี้ยงไว้ให้ออกมากิน แล้วเอาก้อนหินขว้างและใช้ไม้ตี เลือกไก่ตัวใหญ่ๆ เอามาทำกินกัน แล้วก็จับจองที่นอนบนบ้านกันตามใจ”
“เช้ารุ่งขึ้น เขาไม่ได้บอกอะไรเลย อยู่ๆก็เห็นไฟเริ่มไหม้หลังคาบ้าน ต้องกระโดดหนีลงจากบ้าน มายืนดูบ้านถูกไฟเผา แล้วต้องหนีเข้าป่า ‘เจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าไม่ไปจะยิงทิ้ง’ ในปี 2555 ด้วยความช่วยเหลือของสภาทนายความ ปู่คออี้และลุงดุ๊อูพร้อมชาวบ้านที่ถูกเผาบ้าน ได้ยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชต่อศาลปกครองกลาง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและยืนยันความถูกต้องชอบธรรมของชาวบ้านและชุมชน”
“สังคมรับรู้ถึงความไม่เป็นธรรมและการต่อสู้ของชาวบ้าน ในวันสิทธิมนุษยชนสากล 10 ธ.ค. 2560 ปู่คออี้ได้รับรางวัลเกียรติยศ ‘ผู้อุทิศตนเพื่อสิทธิมนุษยชน’ ประจำปี 2560 จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในวันนั้น พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ หลานสะใภ้ปู่คออี้พร้อมชาวบ้านมารับรางวัลแทนปู่คออี้ที่ไม่แข็งแรง และนำคำพูดของปู่คออี้ที่ฝากมากล่าวในงานมอบรางวัลว่า เราไม่ได้โกงหรือแย่งชิงที่ดินของใครมา เพราะน้ำนมหยดแรก เราก็ดื่มที่นี่ ข้าวเม็ดแรก เราก็กินที่นี่ รอยเท้าแรก เราก็ย่ำที่นี่ เราอยากกลับไปอยู่ที่ใจแผ่นดินเหมือนเดิม”
“เป็นเวลาหกปีที่ปู่คออี้และชาวบ้านใจแผ่นดินต้องด้นดั้นเดินทางไปๆมาๆจากป่าแก่งกระจานเพื่อหาความยุติธรรม หวังอย่างเดียวว่าจะได้กลับบ้านเกิด ในวันที่ 12 มิ.ย. 2561 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาว่า บ้านใจแผ่นดินและบางกลอยบนเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการละเมิดต่อชาวบ้าน ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ชาวบ้านที่ฟ้อง”
“การต่อสู้ของชาวบ้านเพื่อชุมชนและความชอบธรรม แม้จะชนะในศาลปกครองสูงสุด แต่ยังไม่ได้กลับใจแผ่นดินบ้านเกิด ระหว่างการต่อสู้ ต้องสูญเสียอาจารย์ทัศน์กมล โอบอ้อม ที่ออกมาประสานงานและเรียกร้องความเป็นธรรมให้ชาวบ้าน ด้วยการถูกยิงเสียชีวิต และเมื่อบิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ หลานปู่คออี้ ลุกขึ้นมาเป็นแกนนำในการต่อสู้ต่อ ก็ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานควบคุมตัว และหายสาบสูญไปโดยไม่มีใครพบ”
“ใจแผ่นดิน แผ่นดินกลางใจกะเหรี่ยงแก่งกระจาน..เป็นบันทึกประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนเล็กๆที่ห่างไกลที่สุด เพื่อรักษา ‘ใจแผ่นดิน’ ดินแดนอันห่างไกล ลี้ลับ และศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ด้วยความหวังที่จะกลับใจแผ่นดินบ้านเกิด ใช้ชีวิตอย่างสงบ เรียบง่ายในพื้นที่ป่า และหวังให้รัฐและเจ้าหน้าที่ยอมรับเข้าใจในวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง และเคารพชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม”
“เรื่อง ใจแผ่นดิน ของชาวกะเหรี่ยง ทำให้ต้องกลับมาดู ‘ใจ’ ของเราทุกคน ว่าจะอยู่ร่วมกันใน ‘แผ่นดิน’ นี้ อย่างสงบสุขและเคารพซึ่งกันและกันอย่างไร..สุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี