533.jpg
ช่วยด้วย! เด็กกว่า 500 ชีวิต ริมสาละวินกำลังอดข้าว หลังปิดเส้นทางเดินเรือ

ช่วยด้วย! เด็กกว่า 500 ชีวิต ริมสาละวินกำลังอดข้าว หลังปิดเส้นทางเดินเรือ

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2563, 17.32 น.

13 เมษายน 2463 นายสันติพงษ์ มูลฟอง ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล และ และศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน จ.แม่ฮ่องสอนเปิดเผยว่า จากที่ได้ติดตามประเด็นการเคลื่อนย้ายของเด็กตามชายแดน ได้ติดตามเด็กนักเรียนที่กลับภูมิลำเนาในพื้นที่ลุ่มสาละวิน พรมแดนไทย-พม่า พบว่าเด็กและครอบครัวกำลังประสบความยากลำบาก เพราะในชุมชนชายแดนข้าวสารหมด พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์คนชายแดนที่อาศัยอยู่ขอบ ปัจจัยในการดำรงชีพหลักคือข้าวสารกับเกลือซึ่ง ต้องมาซื้อที่ฝั่งประเทศไทยโดยชุมชนเหล่านี้ส่วนหนึ่งไม่ได้ทำไร่ข้าว มีรายได้จากการหาของป่าจำพวกเห็ด ใบตองตึง และ หาปลาในแม่น้ำเมย แม่น้ำสาละวิน การซื้อข้าวครั้งละจำนวนไม่มาก 5 ลิตร 10 ลิตรหรืออย่างมากก็เป็นถัง เพราะมีเงินจำนวนเท่านั้น

นายสันติพงษ์กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้มีการสั่งปิดชายแดนทุกช่องทาง โดยเฉพาะด่านผ่อนปรนชั่วคราว บ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ล่าสุดได้ประสานกับค่ายผู้พลัดถิ่น หรือ IDP ทราบว่ากำลังเดือดร้อนเนื่องจากการปิดชายแดนเพราะไม่สามารถซื้อข้าวสารและของจำเป็นได้ ล่าสุดได้รับจดหมายจากผู้นำค่ายผู้พลัดถิ่น ฝั่งกะเหรี่ยง ติดต่อมาขอให้ประสานงาน เพราะค่าย ผู้อพยพกำลังลำบาก จึงขอความช่วยเหลือจากฝั่งไทย เนื่องจากที่ผ่านมาผู้พลัดถิ่น พึ่งพิงปัจจัยในการดำรงชีพจากฝั่งไทยทั้งหมด ข้าว อาหาร ยา ขอจำเป็น เมื่อปิดพรมแดน จึงแทบจะไม่มีอะไรดำเนินชีวิต โดยที่ค่ายอิตุท่า มีเด็กๆ นักเรียนจำนวน 529 คน


ทั้งนี้ ในจดหมายที่ผู้นำค่ายผู้พลัดถิ่น ส่งมาเพื่อให้ประสานกับรัฐบาลไทยเขียนเป็นภาษากะเหรี่ยงมีเนื้อหาระบุว่าต้องการขอความช่วยเหลือ และแจ้งสถานการณ์เพื่อที่ท่านจะเป็นปากเป็นเสียงให้แก่พวกเราผู้อพยพทุกๆ คน ตามที่สถานการณ์ตอนนี้โลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 พวกเราผู้พลัดถิ่นได้รับผลกระทบหลายด้าน พี่น้องชาวบ้านไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ ไม่สามารถออกไปรับจ้างหรือหารายได้มาเลี้ยงดูครอบครัวได้ ปัญหาที่จำเป็นเร่งด่วนขณะนี้คือ ขาดแคลนข้าวสาร เพราะไม่มีคนขาย

 

 

“พ่อค่าแม่ค้าที่เคยขายก็ไม่สามารถนำข้าวมาขายได้ ทางเราจะเดินทางไปซื้อที่บ้านแม่สามแลบก็ไม่สามารถไปได้ เนื่องจากคำสั่งปิดการเดินเรือและการเดินทาง เราวิงวอนขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการเจรจา หรือมีนโยบายผ่อนปรนสำหรับพวกเรา เพื่อที่พวกเราจะได้มีข้าวกิน คือ อนุญาตให้เดินเรือส่งข้าวสาร และอาหาร จากแม่สามแลบ สัปดาห์ละ1 ครั้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ตอนนี้ในค่ายมีสมาชิกทั้งหมด 2,374 คน จำนวน 335 ครัวเรือน” ในจดหมายระบุ

อนึ่ง-บริเวณริมแม่น้ำสาละวินฝั่งตรงข้ามจ.แม่ฮ่องสอน มีค่ายพักพิงชั่วคราว 2 แห่งคืออิตูท่าและอูแวโกล ซึ่งเป็นชาวบ้านกะเหรี่ยงที่หลบหนีการสู้รบระหว่างทหารพม่ากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์มาตั้งแต่ 14 ก่อน ซึ่งเดิมทีได้รับข้าวของและสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิตจากการบริจาคขององค์กรนานาชาติที่เป็นฝรั่ง แต่ต่อมาภายหลังจากการเลือกตั้งในพม่า กลุ่มองค์กรนานาชาติเหล่านี้ได้ตัดความช่วยเหลือทั้งหมด ทำให้ชาวบ้านต้องประสบความลำบากมาก อย่างไรก็ตามชาวกะเหรี่ยงที่ทำงานอยู่ในประเทศต่างๆทั่วโลกได้ร่วมกันบริจาคเลินซื้อข้าวและสิ่งของจำเป็น โดยสินค้าทั้งหมดซื้อจากฝั่งไทย และซื้อข้าวสารสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพราะมีทุนจำกัด ดังนั้นเมื่อมีการปิดด่านและห้ามเรือวิ่ง ทำให้ชาวบ้านในค่ายโดยเฉพาะเด็กๆต้องอดข้าว

ภาพจาก : แฟ้มภาพเด็กๆในค่ายพักพิงชั่วคราวอิตุท่า ริมแม่น้ำสาละวิน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top