546.jpg
'ดร.ส้ม' ห่วง 'ความรุนแรงในครอบครัว' อีกผลกระทบจากโควิด-19

'ดร.ส้ม' ห่วง 'ความรุนแรงในครอบครัว' อีกผลกระทบจากโควิด-19

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 11.49 น.

สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในประเทศไทยขณะนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นที่น่าพอใจ จนรัฐบาลเริ่มผ่อนปรนมาตรการต่างๆลงบ้างแล้ว แต่ยังคงต้องเคร่งคัดในการปฏิบัติตัวให้ถูกต้องตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณะสุขกำหนด การอยู่บ้านเพื่อป้องกันการรับเชื้อและแพร่กระจายเชื้อจึงยังคงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งอาจทำให้หลายครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้า แต่สำหรับบางครอบครัวอาจทำให้เกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นได้เช่นกัน

ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ (ดร.ส้ม) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 2 กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้มีความหลากหลายทางเพศและกลุ่มเชื้อชาติพันธ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ประชาชนต้องกักตัวอยู่บ้านจากวิกฤตโควิด-19 นั้นมีจำนวนผู้ได้รับความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้น อาจเนื่องมาจากความกดดันหรือความเครียดที่เพิ่มขึ้นหรืออาจเพราะการเข้าถึงการช่วยเหลือทำได้ยากขึ้นจากสถานการณ์โควิด ซึ่งมีความรุนแรงหลายระดับไปจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของคนในครอบครัวเท่านั้น 


แต่อยากให้ทุกคนในสังคมช่วยกันสอดส่องดูแล โดยหากพบเห็นความรุนแรง สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ช่วยเหลือสังคม โทร.1300 ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการรับคำปรึกษาด้านสุขภาพจิต เช่น ขอคำแนะนำการรับมือกับความกดดันต่างๆ นอกจากจะสามารถติดต่อขอรับคำปรึกษากับศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1330 แล้ว ยังสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต โทร.1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ดร.พัชรินทร์ กล่าวต่อว่า โดยในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ได้ระบุไว้ในมาตรา 5 "ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว หรือผู้ที่พบเห็น หรือทราบการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว มีหน้าที่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้" ซึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ที่พบการกระทำความรุนแรงในครอบครัว (ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านหรือคนใกล้ชิด) ลังเลที่จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบ คือ การกลัวต่อการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา เช่น กลัวการถูกฟ้องหมิ่นประมาท แจ้งความเท็จ 

ดังนั้น พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ได้กำหนดให้ผู้แจ้งเหตุโดยสุจริตไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง ในมาตรา 6 วรรคแรก "การแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 5 อาจกระทำโดยวาจา เป็นหนังสือทางโทรศัพท์ วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นใด"

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top