บทความพิเศษ : หมอพร้อม ขอให้พร้อมจริงๆ

บทความพิเศษ : หมอพร้อม ขอให้พร้อมจริงๆ

วันจันทร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag :

ในช่วงเวลาที่กำลังมีการระบาดของโรคโควิด-19 นั้น หากมีคนถามว่า หมอพร้อมไหม ผมขอยืนยันว่า หมอและรวมทั้งพยาบาลในทุกภาคส่วนนั้นมีความพร้อมมากในการดูแลรักษาผู้ป่วย ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องของการขาดแคลนทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการรักษาเป็นระยะก็ตาม และเชื่อว่าถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยอย่างไร คุณหมอทุกท่านก็ยังพร้อม

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในระบบสาธารณสุขนั้น เรื่องของการป้องกันไม่ให้มีการเจ็บป่วยถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าการรักษา การระบาดอย่างรวดเร็วและรุนแรงของโรคโควิด-19 นั้น เป็นเครื่องยืนยันที่ชัดเจนว่า หากไม่สามารถจะทำการป้องกันโรคได้ ปัญหาต่างๆ จะติดตามมาอีกมากมาย ซึ่งกระทบทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองด้วย สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ยังอยู่ในระยะทรงตัว แต่หากขาดการป้องกันตัวเอง และหย่อนในวินัยของแนววิถีชีวิตใหม่ โอกาสที่จะมีการระบาดระลอกใหม่ย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเวลาจะมีผู้ป่วยรายใหม่และผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก


การที่กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การนำของรัฐบาล โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการป้องกันโรค ไม่ให้เกิดการระบาดนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี ทำให้มีการวางแผนจัดหาวัคซีนป้องกันโรคนี้เข้ามาในประเทศไทย ถึงแม้ว่าการดำเนินการอาจจะเริ่มต้นค่อนข้างช้า และการจัดหาวัคซีนชนิดต่างๆ ดูเหมือนจะไม่ทันการเนื่องจากในระลอกแรกของการระบาด ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ดี

แต่จากการขาดวินัยของประชากรบางส่วนที่จะร่วมมือในการป้องกันโรค ทั้งในเรื่องของการสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างระหว่างผู้คน และการล้างมือให้สะอาด ทำให้เกิดการระบาดในลักษณะกลุ่มก้อนและแพร่กระจายเกิดขึ้นอีกทั้งในรอบที่ 2 และรอบที่ 3 ซึ่งถือว่าเป็นการระบาดที่รวดเร็วและรุนแรงมากกว่ารอบแรก

รัฐบาลได้ดำเนินการสั่งวัคซีนจำนวนมากกว่า 100 ล้านโดส เพื่อฉีดให้กับประชากรในกลุ่มต่างๆ ยกเว้นในกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลยอมรับให้ใช้ได้ ซึ่งจะทำให้ประชากรไม่น้อยกว่า 50 ล้านคน ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งมากกว่า 70% ของจำนวนประชากรทั้งหมดอันจะมีผลในการป้องกันให้กับแต่ละบุคคลรวมทั้งจะเกิดภูมิคุ้มกันกลุ่มซึ่งเป็นประโยชน์ในภาพใหญ่ของประเทศด้วย และจะทำให้ประเทศกับคืนเข้าสู่ภาวะเกือบเป็นปกติได้ วัคซีนที่จะถูกนำมาใช้คือแอสตราเซเนกา และ ซิโนแวค ซึ่งวัคซีนทั้งสองตัวนี้จากการที่ได้มีการใช้กันอยู่อย่างมากมาย
ทั่วโลก ได้มีข้อมูลที่ยืนยันได้ว่าเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่อยู่ในเกณฑ์ดี

กระทรวงสาธารณสุข โดยการรับผิดชอบของกรมควบคุมโรค ได้ดำเนินการให้มีการระดมฉีดวัคซีน โดยเริ่มต้นจากการแบ่งกลุ่มประชากรที่จะได้รับการฉีดเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มแรกได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และด่านหน้าทั้งหลาย กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มประชากรที่อายุมากกว่า 60 ปีและมีโรคเสี่ยงประจำตัว 7 โรคดังที่ทราบกันอยู่ ส่วนกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มประชากรทั่วไป

ทั้งนี้ในกลุ่มของบุคลากรด่านหน้านั้น ได้มีการดำเนินการฉีดมาแล้วนานกว่า 1 เดือน แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับ
การฉีดครบถ้วน อันเกิดมาจากการกระจายของวัคซีนในระยะต้น และจำนวนวัคซีนที่ได้เข้ามานั้นอาจจะยังไม่พอเพียง
กับการเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งทำให้ยอดของผู้ป่วยเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็วนั้น ทำให้รัฐบาลต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนในการฉีดวัคซีน โดยจะเร่งดำเนินการในประชากรทุกกลุ่มซึ่งรวมไปถึงในจังหวัดต่างๆด้วย จึงต้องมีการวางแผนในการบริหารจัดการที่ดีพอ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซึ่งอาจจะกระทบกับความรู้สึกและเสถียรภาพของรัฐบาล โดยจะได้เร่งดำเนินการฉีดให้กับประชากรในทุกกลุ่ม อย่างต่อเนื่องไปให้ได้จำนวน 50 ล้านคนในระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างจะยาก โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนนี้ เป็นต้นไป

หมอพร้อม คือชื่อของแอปพลิเคชั่นที่อยู่บน LINE ซึ่งถูกนำมาใช้ในการ จัดการนัดหมายการฉีดวัคซีน รวมทั้งการบันทึกข้อมูลของการใช้วัคซีนให้ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน ซึ่งหมายถึงการเก็บสถิติ การนำข้อมูล ไปวิเคราะห์เพื่อใช้ในการวางแผนจัดการเรื่องวัคซีนในระยะยาว จากการที่ได้มีการบอกกล่าวให้ประชาชนที่ต้องการได้รับการฉีดวัคซีน ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านหมอพร้อมนั้น พบว่ายังมีปัญหาอีกมากมาย ซึ่งบางส่วนแม้จะได้รับการปรับปรุงแก้ไขไปแล้ว แต่ยังพบว่าเป็นปัญหาอยู่พอสมควร ต้องไม่ลืมว่าประชาชนไทยนั้นไม่ใช่ทุกคนมีความสามารถในการใช้แอปพลิเคชั่นนี้ได้ ต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น และเมื่อมีการลงทะเบียน เนื่องจากระบบถูกตั้งไว้ให้มีการแก้ไขการลงทะเบียนได้ ทั้งจากต้นทางและปลายทาง จึงเป็นปัญหาที่ติดตามมาอย่างมากมายในเรื่องของการจัดการเชิงระบบ และในบางพื้นที่หมอพร้อมก็ถูกล็อกไว้ เข้าใช้งานไม่ได้แล้ว

สิ่งที่ได้ยินได้ฟังในขณะนี้เสมอ คือ ลงทะเบียนไม่ได้ ลงทะเบียนแล้วถูกยกเลิก ลงทะเบียนแล้วถูกแก้ไขวันที่จะเข้ารับการฉีด ลงทะเบียนแล้วเมื่อมาตรวจสอบภายหลังชื่อหายไปจากระบบ หรือถูกโยกย้ายไปที่อื่น เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนของผู้เกี่ยวข้อง

ดังนั้นเมื่อรัฐบาลประกาศว่า จะให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับการฉีดวัคซีนนี้ โดยนอกจากจะจัดให้มีการฉีดในสถานพยาบาลแล้ว ยังจัดให้มีการฉีดในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ลานกีฬา ศูนย์การประชุมต่างๆ และยังจะเพิ่มเติมให้มีการลงทะเบียน on site คือ ผู้ที่ต้องการฉีดเดินเข้าไปลงทะเบียนที่จุดบริการโดยตรงจะมีปัญหาติดตามมาแน่นอน

การจัดฉีดวัคซีนให้กลุ่มเฉพาะ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งต้องพึงระวัง ในเรื่องของความเสมอภาค เพราะ การที่จะบอกว่า ประชาชนกลุ่มไหนคือกลุ่มเฉพาะนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องอธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจได้

บอกล่วงหน้าได้เลยว่าเมื่อถึงวันที่จะเริ่มต้นให้มีการฉีดดังกล่าวนี้ จะเกิดความวุ่นวายขึ้นมากพอสมควร โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีการลงทะเบียน on site เพราะการเข้ารับการฉีดนั้น ฝ่ายผู้ปฏิบัติต้องเตรียมการอย่างน้อยในการจัดจุดฉีดยาและดำเนินการต่างๆ ประมาณ 7-8 จุด เพื่อให้ครบขั้นตอนและเกิดความปลอดภัยของผู้ที่เข้ารับการฉีด หากไม่มีการจัดการที่ดีจะเป็นปัญหาเกิดขึ้น จึงขอเสนอว่าการลงทะเบียนเพื่อขอเข้ารับการฉีดล่วงหน้า และ on site นั้น จะต้องมีระบบโควตา

รวมทั้งการยืนยันการเข้ารับการฉีดเกิดขึ้น และการสื่อสารเรื่องนี้ออกไปจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะต้องยอมรับว่า ขณะนี้จากการที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่อยากจะเข้ารับการฉีดวัคซีน ได้เปลี่ยนกลับเป็นกระแสของการเรียกร้องที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนและได้รับการฉีดโดยเร็วที่สุดด้วย เนื่องจากเริ่มมองเห็นว่า ภัยจากโรคร้ายนี้มาใกล้ตัวเต็มทีแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจำนวนปริมาณของวัคซีนที่จะกระจายไปตามจุดต่างๆต้องมีให้พอเพียงกับจำนวนโควตาที่ถูกจัดสรรไว้แล้วล่วงหน้าตามที่มีผู้ลงทะเบียนแล้วด้วย ตลอดจนต้องแจ้งด้วยว่าการฉีดนั้นจะทยอยตั้งแต่ 7 มิถุนายน-กันยายน ฉะนั้นจะไม่ได้รับการฉีดเร็วดั่งใจที่คาดคิดก็ได้

รัฐบาล และหน่วยราชการทุกภาคส่วน มีเป้าประสงค์ที่ดีในการกระจายการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนและเร็ว แต่หน่วยงานต่างๆ จะต้องดำเนินการในลักษณะของการบูรณาการให้มากยิ่งขึ้น เพราะขณะนี้การจัดการมีการแยกเป็น 3 ภาคส่วน
คือ ส่วนของกระทรวงสาธารณสุข โดยผ่านกรมควบคุมโรคดูแลรับผิดชอบพื้นที่ในต่างจังหวัดทั้งหมด ส่วนของกรุงเทพมหานคร ดูแลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และอีกส่วนคือสำนักงานประกันสังคม ซึ่งดูแลผู้อยู่ในระบบประกันสังคมทั่วประเทศ ตรงส่วนนี้อาจจะเป็นงานที่ทับซ้อน กับภารกิจของกรมการแพทย์และกรุงเทพมหานคร เพราะขณะนี้ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมบางส่วน ได้มีการลงทะเบียนในระบบหมอพร้อมเพื่อรับการฉีดในสถานพยาบาลต่างๆไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งน่าจะต้องทบทวนว่ามีความจำเป็นหรือไม่

ขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้ตระหนักในเรื่องการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงของประเทศ และได้ดำเนินการเพื่อจะให้ประชาชนทุกคนได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ขอให้ประชาชนทุกคนได้ร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ด้วยครับ

 

นายแพทย์ปิยะ เนตรวิเชียร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top