เตือนภัยสาว! เรียกรถผ่านแอปแบบใด'ไม่เสี่ยง'

เตือนภัยสาว! เรียกรถผ่านแอปแบบใด'ไม่เสี่ยง'

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 07.24 น.

เมื่อพูดถึงปัญหาจากการโดยสารรถแท็กซี่ ที่ผ่านมาข้อมูลการแถลงข่าวจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะพบว่ายังมีจุดโหว่ (Missing Point) ข้อใหญ่ คือ ละเลยที่จะพูดถึงปัญหาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็น “ความปลอดภัย” ของผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้โดยสารหญิง แต่มุ่งไปที่ปัญหากว้างๆ อย่างเรื่องการโกงค่าโดยสาร การปฏิเสธรับผู้โดยสาร หรือการทิ้งผู้โดยสารกลางทาง

ทั้งนี้ จากรายงานสรุปข้อมูลการร้องเรียนและแจ้งความกรณีรถแท็กซี่โกงหรือทิ้งผู้โดยสารในช่วงเทศกาลปีใหม่ ย้อนหลัง 3 ปี (พ.ศ.2566 - 2568) พบว่า กรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวมสถิติการร้องเรียนผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ปัญหาการ “ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร” และ “การเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตรา/ไม่ใช้มิเตอร์” ยังคงเป็นปัญหาหลักที่ถูกร้องเรียนอย่างต่อเนื่องในช่วงเทศกาล แม้ว่าข้อมูลเฉพาะเจาะจงในช่วง 7 วันของเทศกาลปีใหม่จะมีการรายงานรวมกับข้อหาอื่นๆ และรถสาธารณะประเภทอื่นๆ ก็ตาม


ผู้หญิงขอมาตรการความปลอดภัยกลับบ้านดึก

ขณะที่ ผลการสำรวจความพึงพอใจการใช้รถโดยสารสาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2568 จัดทำโดย กรมการขนส่งทางบก เผยแพร่เมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ในส่วนของรถแท็กซี่ ซึ่งมีกลุ่มตัวอย่างเข้าร่วมการสำรวจมากสุด คือ 1,058 คน จากจำนวน 6,016 คน จากการรวบรวมข้อมูลต่อเนื่องตลอดครึ่งปีแรก พบข้อเสนอแนะอันดับ 1 คือ อยากให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยเพื่อผู้หญิงในตอนกลางคืนมากขึ้น เพราะเวลาหลังจากดื่มเสร็จ แท็กซี่บางคนมีพฤติกรรมอันตรายมาก ซึ่งหากมีเหตุการณ์ไม่ดี ผู้หญิงต้องช่วยเหลือตัวเอง ไม่มีสิ่งอำนวยความปลอดภัยในรถช่วย

จากผลสำรวจยังพบ “เสียงผู้ใช้บริการ” ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ให้ความสำคัญกับประเด็นความปลอดภัยในการโดยสารเป็นอันดับต้นๆ โดยมากกว่า 97% เห็นด้วยกับการให้มีเครื่องบันทึกการเดินทาง (GPS Tracking) เพิ่มมาตรฐานการขับขี่ติดตามได้ทุกที่ทุกเวลา, เห็นด้วยให้มีเครื่องแสดงตัวตน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและแสดงตัวตนก่อนขับรถ, เห็นด้วยให้มีกล้องบันทึกภาพภายในรถ เพิ่มการตรวจสอบ ง่ายต่อการติดตาม, เห็นด้วยให้มีปุ่มฉุกเฉิน เพิ่มความอุ่นใจช่วยเหลือได้

รายงานอย่างเป็นทางการ ที่จัดทำโดยหน่วยงานกำกับดูแลรถโดยสารสาธารณะโดยตรงอย่าง กรมการขนส่งทางบก สะท้อนให้เห็นปัญหา “ความปลอดภัย” ของผู้โดยสารรถแท็กซี่ที่ยังคงมีอยู่ ท่ามกลางบริบทใหม่ของบริการรถแท็กซี่ ที่ขยับขึ้นไปอยู่บนแพลตฟอร์มของแอปเรียกรถกันแล้ว ไม่ต่ำกว่า 500,000 คัน และแน่นอนว่า ทุกแอปมีฟังก์ชั่น GPS Tracking และฟีเจอร์ที่ให้ผู้โดยสาร สามารถแชร์การเดินทางไปให้กับเพื่อนๆ หรือคนในครอบครัวได้ เพื่ออัพเดทสถานะการเดินทางจนกว่าจะถึงเป้าหมายอย่างปลอดภัย

“คนขับไม่ตรงปก” ความเสี่ยงใหญ่ผู้โดยสาร

ในอีกด้านหนึ่งจากความเคลื่อนไหวบนพื้นที่สื่อ ทั้งสื่อกระแสหลัก หรือพื้นที่บนโซเชียล ยังคงพบคดี หรือเสียงร้องเรียนจากผู้โดยสารที่เป็น “ผู้เสียหาย” (แค่)เพราะกดแอปเรียกรถแล้วไปเจอ “โจรในคราบคนขับ” เหตุการณ์ลักษณะนี้ สะท้อนชัดเจนว่าปัญหาความปลอดภัยของการใช้บริการรถแท็กซี่/รถสาธารณะผ่านแอป มีต้นเหตุจาก “คนขับรถ” เพราะแทบทุกคดีที่เป็นข่าวออกมาก พบว่า “คนขับไม่ตรงปก” เช่น ไม่ใช่ตัวจริงที่ลงทะเบียนไว้กับแอปเรียกรถค่ายนั้นๆ, ซื้อ/ยืมไอดีเพื่อนมาขับ, ทั้งรถ-ทะเบียนรถ-คนขับ ไม่ตรงกับที่แสดงบนหน้าแอปตอนกดรับผู้โดยสาร และที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ คนขับบางรายเมื่อสืบย้อนประวัติอาชญากรรม ก็พบบันทึกยาวเหยียด

สถานการณ์เหล่านี้ สะท้อนถึง “ความไม่รัดกุม” ของแอปเรียกรถบางราย ที่ต้องการระดมจำนวนคนขับ (พาร์ทเนอร์) เข้ามาอยู่ในระบบจำนวนมากๆ เพิ่มจำนวนรถบนแพลตฟอร์ม จนอาจละเลยประเด็น “ความปลอดภัย” ของผู้โดยสาร กลายเป็น “ความเสี่ยงภัย” สำหรับผู้โดยสาร และควรจะเป็น “การบ้านข้อใหญ่” ของหน่วยงานกำกับดูแลที่จะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อบังคับให้แพลตฟอร์มปฏิบัติตามกฎหมาย

เรียกรถผ่านแอปอย่างไรให้ปลอดภัย

ทั้งนี้ มีคำแนะนำจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในทิศทางเดียวกันสำหรับผู้ใช้บริการแอปเรียกรถ เมื่อเรียกใช้บริการผ่านแอป ลองสังเกตและป้องกันตัวเอง ดังนี้

- ตรวจสอบข้อมูลในแอปก่อนขึ้นรถ ต้องตรวจสอบข้อมูลคนขับและรายละเอียดรถให้ตรงกับที่ปรากฏในแอปพลิเคชันเสมอ

- เลือกใช้บริการจากผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมาย  เลือกแอปที่มีการกำกับดูแลและปฏิบัติตามกฎหมายการขนส่งสาธารณะอย่างเคร่งครัด มีการคัดกรองประวัติอาชญากรรมคนขับ มีการลงทะเบียนข้อมูลคนขับไว้ในระบบเพื่อสะดวกต่อการติดตาม

- แชร์การเดินทาง ให้เพื่อน/ครอบครัว สามารถติดตามสถานการณ์เดินทางแบบเรียลไทม์

- ใช้ GPS ในมือถือ เปิดแอปแผนที่ระหว่างการเดินทาง เพื่อติดตามว่ารถวิ่งไปตามเส้นทางที่ถูกต้องหรือไม่

- ถ้าเป็นได้เลือกใช้บริการแอปที่มีเบอร์ติดต่อศูนย์ช่วยเหลือ (Help Center)

สำหรับผู้ที่ต้องการร้องเรียนปัญหา สามารถแจ้งผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ โทร 1584 และปัจจุบัน กรมการขนส่งทางบก ยังเปิดพื้นที่ให้มีการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับคนขับรถสาธารณะ/รถแท็กซี่ ที่เป็นภัยสังคม และเมื่อคดีสิ้นสุดจะได้รับเงินส่วนแบ่งค่าปรับ 50% โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ครบถ้วน เช่น ภาพหรือคลิปวิดีโอ ต้องบันทึกการกระทำความผิดที่ชัดเจน วันเวลา สถานที่เกิดเหตุ รายละเอียดรถ ทะเบียนรถ และอื่นๆ ให้มากที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ผู้แจ้งต้องระบุชื่อและนามสกุลของผู้แจ้ง ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ ช่องทางการติดต่อ และในกรณีผู้แจ้งประสงค์จะขอรับเงินส่วนแบ่งค่าปรับ ให้ระบุหมายเลขบัญชีธนาคารของผู้แจ้งด้วย โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกปกปิดเป็นความลับ

2. ช่องทางในการติดต่อ เมื่อรวบรวมหลักฐานครบถ้วนแล้ว นอกเหนือจากสามารถแจ้งข้อมูลผ่าน โทร. 1584 ยังมีช่องทางอื่นของกรมการขนส่งทางบก ได้แก่ LINE: @1584DLT เฟซบุ๊ก “1584 ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ” เว็บไซต์ : http://ins.dlt.go.th/cmpweb/ หรือ https://www.dlt.go.th/ อีเมล์ : dlt_1584complain@hotmail.com ศูนย์บริการข้อมูล ภาครัฐ “GECC 1111 ทำเนียบรัฐบาล” และ “GECC กรมการขนส่งทางบก”

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top