วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เมื่อเร็วๆ นี้ โครงการ Chiang Mai Greentopia สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประจำปี Taste of Chiang Mai Chiang Mai Greentopia Festival 2026 ณ สวนผักฮักร้องขุ้ม ตำบลบ้านแม อำเภอสันป่าตอง เชียงใหม่
ไฮไลต์ภายในงาน Taste of Chiang Mai นอกจากมีดนตรีในสวน กิจกรรมการเดินเล่นเรียนรู้สวนผักอินทรีย์สัมผัสวิถีธรรมชาติแล้ว ผู้เข้าชมงานยังได้ลิ้มรสเมนูจาก 9 ร้านอาหารชั้นนำของเมืองเชียงใหม่ อัตลักษณ์อาหารสุขภาพ และความยั่งยืน
จากนั้นเวทีมีการมอบประกาศนียบัตรเพื่อขอบคุณภาคีทุกภาคส่วน Chiang Mai Green Kitchen 2569 ที่ร่วมสร้างเชียงใหม่กรีนโทเปีย ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และการมอบประกาศนียบัตรให้แก่ บุคคลต้นแบบในการขับเคลื่อนระบบอาหารของเชียงใหม่ (Green People) ปี 2569 ได้แก่ คุณธิดา วรเนตร ผู้บริหารริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต ผู้ผลักดันผักพื้นบ้านและผักอินทรีย์เข้าสู่ตลาดเมืองอย่างเป็นระบบ และ คุณสุขสันต์ ชุตินธราทิพย์ หรือ เชฟบิลลี่ Executive Chef โรงแรมมีเลียเชียงใหม่ เชฟต้นแบบผู้สร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านอาหารปลอดภัยและการบริโภคอย่างยั่งยืน
.jpg)
ในส่วนของเวที Food Talk จากจานอาหารสู่เมืองสุขภาวะ บทสนทนาว่าด้วยอาหาร สุขภาพ และทิศทางเมืองเชียงใหม่ ดำเนินรายการโดย อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข วิทยากรประกอบด้วย ศ.ดร.พวงรัตน์ แก้วล้อม ผู้จัดการโครงการ Chiang Mai Greentopia, ศ.ดร.อภิชาต โสภาแดง คณบดีวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่, นพ.เติมชัย เต็มยิ่งยง รองนายก อบจ.เชียงใหม่, พญ.วิมาลา วิวัฒน์มงคล แพทย์ประจำศูนย์การแพทย์ศรีพัฒน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ศ.ดร.พวงรัตน์ แก้วล้อม กล่าวถึงโครงการ ChiangMai Greentopia ที่ดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 4 มีกลไกสำคัญ คือ ภาคี Green Kitchen กว่า 50 ร้านอาหาร ที่ให้ความสำคัญการใช้วัตถุดิบเกษตรอินทรีย์และผักพื้นบ้านเป็นหลัก ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่การปรับตัวของร้านอาหารที่หันมาออกแบบเมนูตามฤดูกาล ซึ่งสอดคล้องกับวิถีการปลูกของเกษตรกรในพื้นที่เชียงใหม่ โดยมีเชฟเป็นตัวกลางสำคัญในการสื่อสารเรื่องความรอบรู้ด้านอาหาร (Food Literacy) ไปสู่ผู้บริโภค
“ Chiang Mai Greentopia เชฟได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ ไม่เพียงแต่การปรุงอาหารให้คนเชียงใหม่ได้รับประทานเท่านั้น เชฟยังช่วยสื่อสารความรอบรู้ด้านอาหารอีกด้วย โดยเมื่อปี 2568 โครงการฯ มีการเชิญเชฟต้นแบบ มาเรียนรู้เรื่องโภชนาการ จากนั้นร่วมกันออกแบบปฏิทินเมนูอาหารจานเด่น (Signature dish) 12 เดือน โดยใช้ผักพื้นบ้านเป็นหลัก หาซื้อผักพื้นบ้านได้ที่ริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ตทั้ง 7 สาขา”
ศ.ดร.พวงรัตน์ ยังได้กล่าวถึงเป้าหมายของโครงการฯ ด้วยว่า อยากให้ทุกภาคส่วนช่วยเป็นทูตสื่อสารความรู้ เรื่องผักอินทรีย์ ผักพื้นบ้าน ผักตามฤดูกาล สู่คนในครอบครัว เพื่อน และญาติสนิทที่ทุกท่านรัก เชื่อว่า นี่จะเป็นหนทางในการเปลี่ยนเชียงใหม่ให้เป็นเมืองที่ปลอดภัยและยกระดับเศรษฐกิจขึ้นมาได้
.jpg)
ด้าน ศ.ดร.อภิชาต โสภาแดง กล่าวถึงการขับเคลื่อนโครงการ Chiang Mai Greentopia มา 4 ปี ขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาวะและความยั่งยืนในจังหวัดเชียงใหม่ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำ เกษตรกร เชื่อมโยงต่อไปยังร้านอาหารดังๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่ รวมถึงผู้จัดจำหน่าย สถาบันการศึกษา และผู้บริโภค เพื่อให้เกิดเป็นระบบอาหารที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้จริงในชีวิตประจำวันของคนเชียงใหม่
“แม้โครงการนี้จะเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ แต่การทำงานได้สะท้อนออกไปยังจังหวัดอื่นๆ ของประเทศด้วย เราได้เห็นความมั่นคงทางอาหาร ทำให้ห่วงโซ่อุปทานของอาหารมีความยั่งยืน และมีความปลอดภัย”
ขณะที่ ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ เปิดเผยข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ในปี 2568 ว่า มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่า มีจำนวนผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานเชียงใหม่เกือบ 12 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น แต่พบว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวกลับลดลง โดยโครงสร้างนักท่องเที่ยวประกอบด้วย ชาวไทย 65% ชาวต่างชาติ (จีน) 35%
“พฤติกรรมการใช้จ่าย กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนมีสัดส่วนการใช้จ่ายในหมวดอาหารและเครื่องดื่มในระดับที่สูงมาก โดยเน้นการรับประทานอาหารเป็นหลัก ซึ่งถือว่ามีมูลค่าการใช้จ่ายในส่วนนี้สูงกว่านักท่องเที่ยวจากแถบยุโรป”
ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงโครงการ Chiang Mai Greentopia จึงถือว่า ตอบโจทย์เทรนด์ธุรกิจ โดยเฉพาะเทรนด์ทางด้านสุขภาพ ธุรกิจไหนก็ตามที่สามารถเกาะกระแสเทรนด์สุขภาพ Wellness และ Wellbeing คือ ทางรอด และแม้ว่า เชียงใหม่จะขับเคลื่อนเรื่องการท่องเที่ยวและบริการเป็นหลัก แต่หากดูจำนวนแรงงานกว่าครึ่งยังอยู่ภาคการเกษตร หมายความว่า หากเกษตรกรรายได้ดี ฐานรายได้ของคนเชียงใหม่ก็จะสูงขึ้นด้วย ฉะนั้นทำอย่างไรให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูก ปลูกแบบออร์แกนิกส์มากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เชื่อมโยง
ภาคธุรกิจท่องเที่ยว และสุขภาพ
.jpg)
ส่วน นพ.เติมชัย เต็มยิ่งยง กล่าวว่า เรื่องอาหารเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ทำให้เกิดภาระงานในระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งการแพทย์จะดูที่ปลายเหตุจะดีกว่าหรือไม่ หากปรับสมดุลชีวิต อาหาร การขยับตัว สุขภาพจิต อารมณ์ ดังนั้นการปรับสมดุลชีวิตทุกๆ ด้านสามารถมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้
เช่นเดียวกับ พญ.วิมาลา วิวัฒน์มงคล ได้กล่าวถึงการตรวจคัดกรองสารเคมีตกค้างในเลือดของคนเชียงใหม่ ปี 2565 พบความเสี่ยงสูงกว่า 60% จึงเห็นว่า การส่งเสริมการปลูกและบริโภคผักพื้นบ้านระบบอินทรีย์ เป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยง และช่วยบรรเทาอาการของกลุ่มโรค NCDs ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ท้ายสุด อาจารย์สง่า ให้ทัศนะว่า การบริโภคผักตามฤดูกาลหรือผักพื้นบ้านเป็นดัชนีชี้วัดทางสุขภาพที่สำคัญ เนื่องจากสะท้อนถึงความปลอดภัยจากสารเคมีปนเปื้อน เพราะหนึ่งในสาเหตุหลักของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคมะเร็ง มาจากสารเคมีในอาหาร ประเด็นด้านความปลอดภัยทางอาหารจึงเป็นสิ่งที่ประเทศไทยไม่สามารถละเลยได้ โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักรู้ทางสุขภาพ (Health Literacy)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี