วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569
จากสถานการณ์ความขัดแย้งระดับโลก เมื่อกองทัพอากาศสหรัฐฯ จับมือกับอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในอิหร่าน จนนำไปสู่เหตุการณ์ช็อกโลกที่เครื่องบินขับไล่โจมตี F-15E Strike Eagle ถึง 3 ลำถูกสอยร่วงเหนือดินแดนศัตรู สิ่งเดียวที่นักบินอเมริกันต้องพึ่งพาเพื่อเอาชีวิตรอดในดินแดนที่ไม่เป็นมิตร คือ Blood Chit หรือ ใบเบิกทางชีวิต ผืนผ้าล้ำค่าที่เย็บซ่อนไว้ใต้แจ็กเก็ต
ในโลกของการรบทางอากาศ เมื่อเครื่องบินถูกยิงตก สิ่งเดียวที่เหลือนอกจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอด คือ Blood Chit แผ่นผ้าล้ำค่าที่ถูกเย็บติดไว้ด้านในเสื้อแจ็กเก็ตของนักบินอเมริกัน ซึ่งเปรียบเสมือนตั๋วแลกชีวิตเมื่อต้องเผชิญหน้ากับชาวพื้นเมืองในดินแดนที่ไม่รู้จัก
.jpg)
Blood Chit คือ แผ่นป้ายข้อความแสดงตนเพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน มักทำจากวัสดุที่ทนทานเช่น ผ้าไหม หรือ พลาสติกนิ่ม เพื่อให้พกพาง่ายและไม่ขาดง่าย โดยภายในจะระบุข้อความหลายภาษา เพื่อสื่อสารกับชาวบ้านในพื้นที่นั้น ๆ ว่านักบินคนนี้เป็นมิตร และรัฐบาลสหรัฐฯ สัญญาว่าจะให้รางวัลตอบแทนอย่างงาม หากส่งตัวนักบินกลับสู่กองกำลังฝ่ายพันธมิตรได้อย่างปลอดภัย
ต้นกำเนิดของ Blood Chit เริ่มขึ้นอย่างจริงจังในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 1 โดยนักบินอังกฤษใช้ประกาศนียบัตรภาษาอารบิกติดตัวไว้เมื่อต้องบินเหนือน่านน้ำเมโสโปเตเมีย (อิรักในปัจจุบัน) แต่มาแพร่หลายที่สุดในยุค สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะกลุ่มนักบินเสือบิน (Flying Tigers) ที่ปฏิบัติหน้าที่ในจีน ซึ่งจะมีแผ่นผ้าเย็บติดหลังเสื้อเป็นภาษาจีนว่า "คนผู้นี้มาช่วยประเทศจีน โปรดให้การช่วยเหลือ"
ในภาพประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ Blood Chit ในยุคสงครามเวียดนาม (ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) มีการระบุข้อความไว้ถึง 14 ภาษา รวมถึง ภาษาไทย ด้วย โดยข้อความภาษาไทยระบุไว้กินใจว่า “ข้าพเจ้าเป็นคนสัญชาติอเมริกัน พูดภาษาของท่านไม่ได้ โชคร้ายทำให้ข้าพเจ้าต้องมาขอความช่วยเหลือจากท่านในเรื่อง อาหาร โปรดนำข้าพเจ้ามอบให้ผู้ใดผู้หนึ่ง ที่สามารถจะให้ความปลอดภัยแก่ข้าพเจ้า และหาทางส่งข้าพเจ้ากลับ ยังบ้านเมืองของข้าพเจ้าด้วย รัฐบาลของข้าพเจ้าจะตอบแทนใน ความช่วยเหลือของท่าน”
.jpg)
แม้เทคโนโลยีจะล้ำสมัยเพียงใด แต่ในกรณีล่าสุดที่เครื่องบินขับไล่ F-15E Strike Eagle ของสหรัฐฯ ถูกยิงตก นักบินยังคงพก Blood Chit ติดตัวเสมอ โดยในเวอร์ชันปัจจุบันที่ใช้ในแถบตะวันออกกลาง จะระบุเป็นภาษาอังกฤษ, อาหรับ, ตุรกี, เปอร์เซีย และเคิร์ด ซึ่งใจความสำคัญยังคงเดิมคือ "ฉันจะไม่ทำร้ายคุณ โปรดให้ความช่วยเหลือ และคุณจะได้รับรางวัล"
ซึ่งในอดีตรางวัลที่สัญญาไว้อาจหมายถึงทองคำ เงินสด หรือการคุ้มครองความปลอดภัย ซึ่ง Blood Chit แต่ละแผ่นจะมีหมายเลขเฉพาะตัว เมื่อชาวบ้านนำหมายเลขนี้ไปแจ้งกับทางการสหรัฐฯ รัฐบาลจะทำการตรวจสอบและมอบรางวัลให้ตามที่ระบุไว้ในพันธสัญญาบนผืนผ้านั้นจริง ๆ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก กองทัพอากาศสหรัฐฯ (U.S. Air Force), National Museum of the U.S. Air Force , เฟซบุ๊ก Army Military Force
ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Army Military Force
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี