533.jpg
สกู๊ปพิเศษ : เศรษฐกิจพ่นพิษ!แรงงานร้องระงม ‘ของแพง-ค่าแรงถูก’แถม‘เสี่ยงตกงาน’

สกู๊ปพิเศษ : เศรษฐกิจพ่นพิษ!แรงงานร้องระงม ‘ของแพง-ค่าแรงถูก’แถม‘เสี่ยงตกงาน’

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จากปัญหาการสู้รบในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นแบบหลายเท่าตัวแล้ว ยังก่อปัญหาพัวพันเป็นงูกินหาง เพราะทำให้ทั้งค่าอุปโภค-บริโภคพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย เดือดร้อนกันไปทั้งโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งพอเจอวิกฤตนี้เข้าไปก็แทบตั้งตัวไม่ติด

ทั้งนี้ นอกจากข้าวของแพงขึ้นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนคือ “การเลิกจ้าง” โดยข้อมูลล่าสุดที่ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับมูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง และขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2569 หัวข้อ “ส่องกล้องแรงงานไทยในสถานการณ์วิกฤตกับคุณภาพชีวิตที่ถดถอย” เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา ทาง นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ที่ปรึกษามูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ก็ระบุว่า มีการเลิกจ้างแรงงานมากเฉลี่ยเดือนละกว่า 40,000 คน !!!


นายจะเด็จระบุว่า วันแรงงานแห่งชาติ เป็นวันที่คนงานกลุ่มต่างๆ ได้ออกมาสะท้อนถึงปัญหาในการทำงาน และเรียกร้องให้เกิดการแก้ไข เยียวยา จัดสวัสดิการที่เหมาะสม โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต จากปัญหาเศรษฐกิจ วิกฤตสิ่งแวดล้อม ภาวะโลกร้อน และถูกซ้ำเติมจากภาวะสงครามที่ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อมาถึงการขึ้นราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น

“คนงานจึงเป็นกลุ่มคนที่ประสบปัญหาโดยตรง การถูกเลิกจ้างเดือนละราวๆ 40,000 คน และแรงงานกลุ่มไรเดอร์ที่ทำงานตามแพลตฟอร์มถูกลดค่ารอบ ทั้งสองกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบทั้งรายได้ และสุขภาพร่างกายและจิตใจอย่างหนัก แต่มาตรการของรัฐยังไม่สามารถรองรับปัญหานี้ได้ ดังนั้น จึงต้องมีเวทีสะท้อนปัญหา และข้อเสนอของคนงาน เพื่อให้รัฐบาลหามาตรการในการแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่าที่เป็นอยู่”

นายวรดุลย์ ตุลารักษ์ นักวิจัยด้านเศรษฐกิจและแรงงาน ภายใต้โครงการพัฒนาความรู้และความเข้มแข็งด้านสุขภาวะแรงงานแพลตฟอร์ม กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำ เงินเฟ้อสูง (Stagflation) และถูกซ้ำเติมจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะการกระจายรายได้และความเหลื่อมล้ำ ทำให้ประเทศไทยขาดความยืดหยุ่น และไม่พร้อมรับมือเมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตใหม่ๆ ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งทุกวิกฤตที่เกิดขึ้น กลุ่มที่ได้รับผลกระทบก่อนและรุนแรงที่สุดมักเป็นคนจนและแรงงานที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง โดยเฉพาะแรงงานแพลตฟอร์มอย่างกลุ่มไรเดอร์ซึ่งไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายแรงงานอยู่แล้ว ต้องแบกรับต้นทุนการทำงานที่สูงขึ้น ท่ามกลางสภาพการทำงานบนท้องถนนที่ร้อนกว่า 40 องศาเซลเซียสและฝุ่น PM2.5 แต่การตอบสนองของรัฐถือว่าล่าช้า ไม่เฉพาะเจาะจงชัดเจน เมื่อเทียบกับเกาหลีใต้หรือสิงคโปร์

นายวรดุลย์ บอกอีกว่า ข้อเสนอในเรื่องนี้จึงจำเป็นต้องคิดถึงสวัสดิการรูปแบบใหม่ๆ เช่น จัดจุดพักและบริการน้ำดื่มในพื้นที่เมือง สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นและชุดยูนิฟอร์มระบายอากาศ โดยให้แพลตฟอร์มเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดหาและดูแลสวัสดิการให้แก่แรงงานเพื่อไม่ให้เป็นภาระต่องบประมาณภาษีของประชาชน รวมถึงการกำหนดเกณฑ์หยุดพักงานเมื่ออุณหภูมิหรือค่าฝุ่นอยู่ในระดับอันตราย พร้อมทั้งพัฒนากลไกชดเชยต้นทุนพลังงานและความเสี่ยงในการทำงานที่ยุติธรรม เพื่อให้เกิดการคุ้มครองที่เป็นธรรมและช่วยให้แรงงานสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ภายใต้ภาวะวิกฤตที่ทวีความรุนแรงขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับภาระเพียงลำพัง

ขณะที่ นางประภาพร ผลอินทร์ ตัวแทนเครือข่ายไรเดอร์ ระบุว่า ปัญหาการทำงานของกลุ่มไรเดอร์ตอนนี้คือค่ารอบที่ลดลงจากช่วงแรกๆ ที่ 60-80 บาท เหลือประมาณ 20 กว่าบาท จากเดิมที่น้อยอยู่แล้ว ทำให้ต้องมีการเร่งทำรอบให้มากขึ้น มีชั่วโมงการทำงานยาวนาน เพื่อให้ได้รับค่าตอบแทนมากขึ้น หรืออย่างน้อยก็ได้เท่าเดิม ส่งผลให้พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางถนน เสียสุขภาพจิตเพราะความเครียดจากเรื่องดังกล่าว รวมถึงการต้องทำงานท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ฝุ่น PM2.5 แล้วยิ่งช่วงนี้ปัญหาเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันสูงขึ้น ข้าวของอุปโภค-บริโภคสูงขึ้น ทุกอย่างรวมกันแล้วยิ่งทำให้เครียด ยังไม่รวมกับปัญหาระหว่างทำงานที่หลายคนต้องเผชิญ ทั้งการถูกคุกคามทางเพศ การดูหมิ่นต่างๆ

“สิ่งที่อยากเรียกร้องไปยังอำนาจรัฐที่เกี่ยวข้องคือสิทธิ สวัสดิการที่เหมาะสม มีการจัดสถานที่เลี้ยงลูกให้กับไรเดอร์ที่ปลอดภัย ราคาไม่แพงเข้าถึงได้ การช่วยเจรจาค่ารอบไม่ให้ต่ำกว่า 40 บาท และหากไรเดอร์ต้องหยุดวิ่งงานระยะหนึ่ง ต้องไม่ปิดกั้นการมองเห็นหรือหักเปอร์เซ็นต์”

นางสาวศรีไพร นนทรีย์ นักเคลื่อนไหวกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง กล่าวว่า ปัญหาการคุกคามทางเพศต่อกลุ่มไรเดอร์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไรเดอร์หญิง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์ที่ไรเดอร์หญิงถูกลูกค้าสั่งออเดอร์ให้ไปส่งของในที่ที่ค่อนข้างเปลี่ยว ไฟถนนไม่เพียงพอ สุดท้ายลูกค้ารายนั้นก็ร่วมกับเพื่อนๆ จ้องจะคุกคามทางเพศ โชคยังดีที่มีมีดติดรถไว้ และกัดฟันสู้จนหนีรอดมาได้ ซึ่งนี่เป็นเพียงหนึ่งเคสตัวอย่างเท่านั้น แต่จริงๆ ยังมีอีกมาก แม้กระทั่งไรเดอร์ผู้ชาย กรณีที่หน้าตาดี พบว่าถูกลูกค้าผู้หญิงคุกคามด้วยเห็นว่าเป็นคนหน้าตาดีจึงจำเพาะเจาะจงว่าจะต้องสั่งของแล้วให้ไรเดอร์คนนี้รหัสนี้ไปส่งเท่านั้น ให้ไปส่งถึงห้อง และมีการพูดจาคุกคามดูถูกทางเพศ เป็นต้น

อีกด้านหนึ่งก็ยอมรับว่ามีไรเดอร์ไปคุกคามผู้อื่นเช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องร่วมกันแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความปลอดภัยทุกฝ่าย

ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันที่ราคาน้ำมันสูง ข้าวของแพง แต่รายได้ไม่ได้มากตาม หนำซ้ำเงินในกระเป๋ายังมีมูลค่าลดลงด้วยนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตัวไรเดอร์เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงคนทั้งครอบครัวให้มีชีวิตยากลำบากขึ้น ทำให้เกิดการมีปากเสียง ทะเลาะกัน เกิดความรุนแรงในครอบครัว อันเป็นผลมาจากความจนบีบบังคับ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า “ผู้หญิง” จะถูกกระทำหนักที่สุด

ทั้งนี้ ในส่วนของแรงงานกลุ่มอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศษฐกิจ และเกิดปัญหาการเลิกจ้าง ที่กังวลคือการจะไม่ได้รับเงินชดเชย ดังนั้นอยากให้รัฐเข้ามาดูแลให้ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงตอนนี้ในส่วนของผู้ประกันตนที่ยังรอการประกาศใช้ระเบียบบำนาญสูตรแคร์อยู่ก็อยากให้เร่งรัด หากประกาศได้ภายในวันแรงงานแห่งชาตินี้ก็จะถือว่าเป็นอีกหนึ่งของขวัญให้กับคนใช้แรงงานได้

อีกด้านหนึ่ง นายสุทัศน์ เอี่ยมแสง ประธานสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ การตัดเย็บเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์หนังแห่งประเทศไทย ก็บอกว่า ปัญหาเศรษฐกิจในบ้านเรา ส่งผลกระทบกับแรงงาน เกิดปัญหานายจ้างมองแรงงานเป็นต้นทุนสูง เพราะต้องจ่ายสวัสดิการ อีกทั้งยังมีการรวมตัวเรียกร้องมากกว่ากฎหมาย เลยมีการเลิกจ้างพนักงานประจำ แล้วหันไปใช้ซับคอนแทรคส์หรือแรงงานต่างด้าวเพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายสวัสดิการตามกฎหมาย ซึ่งอนาคตหากมีลักษณะนี้มากขึ้นจะทำให้แรงงานไทยไม่มีความมั่นคง เกิดภาวะแรงงานถดถอย เพราะปัจจุบันยังมีแรงงานจำนวนมากที่มีภาระหนี้สิน การเลี้ยงดูครอบครัว และมีค่าใช้จ่ายในค่าครองชีพสูงขึ้น

ดังนั้น เนื่องในวันแรงงานปีนี้เราจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลลงนามอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 แก้ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ให้ลูกจ้างมีสิทธิ์รวมตัวตั้งสหภาพแรงงาน เจรจาต่อรอง และขอให้รัฐบาลคุมราคาสินค้า กำกับให้มีการเลิกจ้างแรงงานเหมาค่าแรงมาเป็นการจ้างงานในระบบที่มีสวัสดิการที่เป็นธรรม รับรองและประกาศใช้บำนาญสูตรแคร์ การปรับค่าจ้าง เป็นต้น

ล่าสุดเมื่อวันแรงงานแห่งชาติ หรือ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา มีการจัดกิจกรรมวันแรงงานกันหลายหลายพื้นที่ จุดใหญ่สุดคือ ที่ลานคนเมือง กทม. ซึ่งมี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปเป็นประธานพิธี พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน และคณะผู้บริหาร เข้าร่วม โดยประกาศขับเคลื่อนผ่าน “5 ยุทธศาสตร์เร่งด่วน” 1.ปฏิรูประบบประกันสังคมเน้นการบริหารจัดการอย่างเป็นมืออาชีพ โดยมีการศึกษาแนวทางการคำนวณบำนาญชราภาพ หรือ สูตร CARE ให้เหมาะสมสอดคล้องกับค่าจ้างตลอดช่วงชีวิต เพื่อสวัสดิการที่มั่นคงของผู้ประกันตน 2.พัฒนาทักษะแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด “เรียนได้งบ จบได้งาน” เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง Demand และ Supply ในตลาดแรงงานอย่างแท้จริง

3.คุ้มครองสิทธิเชิงรุก ขับเคลื่อนโครงการ Reskill และ Upskill เพื่อสร้างทางเลือกให้นายจ้างมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรแทนการเลิกจ้าง 4.บริหารจัดการโครงสร้างตลาดแรงงาน เร่งขยายโอกาสและเปิดตลาดแรงงานฝีมือในต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูง ควบคู่ไปกับการจัดระบบแรงงานข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพ และ 5.ยกระดับแรงงานกึ่งอิสระและแรงงานแพลตฟอร์ม พัฒนาฐานข้อมูลและสร้างระบบประกันสังคมที่ยืดหยุ่น เพื่อให้พี่น้องแรงงานได้รับการคุ้มครองและเข้าถึงสวัสดิการอย่างครอบคลุม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top