533.jpg
จมูกโด่งล้นเมือง แต่ไส้ติ่งแตกหาหมอผ่าไม่ได้ เพจดัง ฟาด แพทยสภา ปล่อยระบบวิปริตนิ่งเฉยนานเกินไป

จมูกโด่งล้นเมือง แต่ไส้ติ่งแตกหาหมอผ่าไม่ได้ เพจดัง ฟาด แพทยสภา ปล่อยระบบวิปริตนิ่งเฉยนานเกินไป

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.56 น.

วันนี้ 9 พฤษภาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก ประชาคมแพทย์ ออกมาโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างวิชาชีพแพทย์ไทยอย่างรุนแรง ชี้ให้เห็นวิกฤตการขาดแคลนศัลยแพทย์ช่วยชีวิต ในขณะที่หมอจบใหม่แห่ไปทำศัลยกรรมความงามกันหมด จนเกิดเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ในแวดวงสาธารณสุขทันที โดยระบุว่า "ในขณะที่สังคมไทยเต็มไปด้วย “จมูกโด่งใหม่” จากฝีมือ GP ทั่วประเทศ ประเทศนี้กลับกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่ “คนไส้ติ่งแตก” อาจหาหมอศัลยกรรมผ่าตัดไม่ได้ นี่คือความวิปริตของระบบ ที่แพทยสภานิ่งเฉยมานานเกินไป มาตรา 4 ของ พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม ถูกปล่อยให้อยู่ในสภาพที่ “จบแพทย์ทั่วไป ก็แทบทำทุกอย่างได้” โดยไม่มีการแยก competency และ privilege อย่างจริงจัง ผลคืออะไร? ระบบเศรษฐศาสตร์ของวิชาชีพกำลังดูด “กำลังคนศัลยกรรมช่วยชีวิต” ออกจากระบบสาธารณสุขไทย ไม่มีใครไปTrain บอร์ดศัลยกรรม เด็กจบแพทย์ใหม่มองเห็นเต็มตาว่า จะไปอยู่เวรผ่าตัดลำไส้แตกตีสามทำไม? จะไปเสี่ยงเปิดท้อง trauma ทำไม? จะไปอดนอน 5 ปีใน residency ทำไม?

ในเมื่อเข้าคอร์สระยะสั้น 3 เดือนหรือแบบครูพักลักจำ 3 เคสทำหัตถการเสริมความงามเปิดคลินิก หรือรับจ้างที่คลินิกก็มีรายได้ เป็นหลายแสนเป็นล้านชีวิตดีกว่าเสี่ยงน้อยกว่า แล้วระบบจะเหลือใครไปผ่าตัดช่วยชีวิตประชาชน? วันนี้ “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” โผล่ขึ้นมาแล้ว กรณีโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีที่ต้องงดรับส่งต่อผู้ป่วยศัลยกรรมทั่วไป เพราะขาดแคลนศัลยแพทย์นี่ไม่ใช่ข่าวเล็ก นี่คือ “สัญญาณเตือนระดับประเทศ” เพราะเมื่อโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยยังเริ่มรับไม่ไหว ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับจังหวัดอื่น? คนไข้ไส้ติ่งแตก รีเฟอร์ไปไหนก็ไม่ได้ คนไข้ลำไส้ทะลุรอคิวผ่าตัด คนไข้เลือดออกในช่องท้อง ถูกส่งต่อวนเป็นทอด ๆ สุดท้าย “เวลาที่หายไป” จะถูกเปลี่ยนเป็น การติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะช็อก และศพทั้งหมดนี้ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ แต่มันคือผลจาก “ความนิ่งเฉยเชิงโครงสร้าง”


หมอศัลยกรรม

>>>>>>ประชาคมแพทย์จึงมีข้อเสนอที่ตรงไปตรงมา และยอมรับว่าอาจสร้างแรงสะเทือนที่สุดต่อวงการเสริมความงามไทย<<<<<<<<<<

>>>>>>> แต่ เป็น การ สร้าง หมอศัลยกรรมให้มีจำนวนมากเพียงพอต่อประเทศ ที่ต้องเริ่มทำ ณ วันนี้ แม้ไม่เห็นผลทันที ก่อนจะเกิดวิกฤต ขาดหมอศัลย์ <<<<<<<<<<

แพทยสภา ต้องออกประกาศข้อบังคับทันทีผู้ที่ทำหัตถการหรือผ่าตัดด้านความงาม "ต้อง" - จบบอร์ดศัลยกรรมที่เกี่ยวข้องหรือ - ผ่านการอบรมด้านศัลยกรรมระยะปานกลางอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป ภายใต้ระบบที่ตรวจสอบได้จริงใช่ ถ้าออกประกาศวันนี้ คลินิกเสริมความงามทั่วประเทศอาจสะเทือน แต่คำถามคือเราจะเลือกอะไร? “จมูกโด่งเพิ่มอีก” หรือ “มีศัลยแพทย์พอผ่าตัดช่วยชีวิตคนไทย” เพราะประเทศที่มี คนจมูกโด่งเต็มเมือง แต่คนไส้ติ่งแตกหาหมอผ่าตัดไม่ได้เลย ไม่ใช่ประเทศที่ระบบสาธารณสุขกำลังเจริญ แต่มันคือประเทศที่ “โครงสร้างวิชาชีพกำลังพัง” จากความนิ่งเฉยของผู้บริหารแพทยสภาที่อยากเสนอแก้กฎหมายทั้งที ก็ไม่แก้ให้ถูกที่เกาไม่ถูกที่คัน ปล่อยให้เกิดระบบของ แพทยพาณิชย์ ไปทุกระดับ หลายฝ่ายสะท้อนไปก็ยังนิ่งเฉยแอดมิน ประชาคมแพทย์ 9 พค.2569 #ประชาคมแพทย์ #แพทยสภาพาณิชย์ #สมัชชาแพทย์ปฏิรูป #เลือกตั้งแพทยสภา69 #จมูกโด่งทั่วเมืองมาพร้อมไส้ติ่งแตกทั่วเมือง #มาตรา4ต้องได้รับการแก้ไข"

หลังจากโพสต์ของ เพจเฟซบุ๊ก ประชาคมแพทย์ ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม เช่น

"เก็บ40(1) แทน 40(6) เฉพาะเสริมความงาม น่าจะช่วยดึงคนออกมาได้บ้าง"

"มันจะไม่สนใจ_เพราะคงไม่มีเงินทอนที่จะใส่ใจ_ไปดูแลงบนับแสนๆล้านดีกว่า_เช่น บัตรทอง ขุมทรัพมันเลย"

"หาทางสายกลางหยุดทำตัวเป็นนักบุญ ทุนแรงแพทย์มากเกินไปทำให้บุคลากรได้รับความเดือดร้อน"

"ถ้าหมอทำได้จะไปสร้างภาระเพิ่มทำไม ถ้าศัลยแพทย์ไม่พอก็แก้ตรงนั้น เช่นเหลือ 3ปี แล้วค่อยต่อยอด อย่าลืม อาจขาดวิสัญญีเพราะ คดีร่อนพิบูลย์ยังตามหลอกหลอน"

หมอศัลยกรรม

หมอศัลยกรรม

หมอศัลยกรรม

หมอศัลยกรรม

หมอศัลยกรรม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ประชาคมแพทย์ 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top