วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วานนี้ 22 พฤษภาคม 2569 ปราชญ์ สามสี โพสต์บทความสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทขององคมนตรีต่อการปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน โดยเปรียบเทียบว่าเป็นดั่ง "บุรุษไปรษณีย์" ที่ช่วยเชื่อมโยงแนวพระราชดำริและข้อห่วงใยของพระมหากษัตริย์สู่การแก้ไขปัญหาให้ประชาชน โดยระบุข้อความว่า "องคมนตรี : บุรุษไปรษณีย์แห่งราชกิจ ผู้เชื่อมพระราชหฤทัยกับงานบ้านเมือง
โดย ปราชญ์ สามสี
เคยได้ยินคำเปรียบเปรยหรือไม่ว่า “องคมนตรี” คล้ายกับบุรุษไปรษณีย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คำนี้ไม่ได้หมายความว่าองคมนตรีมีอำนาจไปสั่งการแทนรัฐบาล แต่หมายถึงบทบาทของผู้รับรู้ข้อห่วงใย แนวพระราชดำริ และพระราชประสงค์ในพระราชกรณียกิจบางเรื่อง แล้วช่วยประสาน ถ่ายทอด หรือปฏิบัติภารกิจเพื่อแบ่งเบาพระราชภาระของพระมหากษัตริย์ ตามรัฐธรรมนูญ องคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร ไม่ใช่คณะรัฐมนตรี และไม่ใช่ผู้ถืออำนาจสั่งราชการแทนนายกรัฐมนตรี
.jpg)
แต่ในอีกด้านหนึ่ง องคมนตรีก็ไม่ใช่เพียง “ที่ปรึกษาบนโต๊ะประชุม” เท่านั้น เพราะในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ ๙ คนไทยจำนวนมากเคยเห็นองคมนตรีออกปฏิบัติราชกิจ ลงพื้นที่ ติดตามงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เยี่ยมประชาชน รับฟังปัญหา และนำข้อเท็จจริงกลับไปสู่การพิจารณาในระดับพระราชกรณียกิจ
ตัวอย่างสำคัญคือ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งภายหลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรีในปี ๒๕๓๑ ได้รับยกย่องเป็นรัฐบุรุษ และต่อมาเป็นประธานองคมนตรีในสมัยรัชกาลที่ ๙ ก่อนดำรงตำแหน่งต่อในสมัยรัชกาลที่ ๑๐
ดังนั้น เมื่อเราเห็นองคมนตรีไปร่วมสังเกตการณ์ ให้คำแนะนำ หรือให้ข้อห่วงใยต่อการประชุมเรื่องภัยแล้งและสาธารณภัย จึงควรมองให้ถูกกรอบว่า นี่ไม่ใช่การไป “ยึดอำนาจบริหาร” แต่เป็นการนำประสบการณ์ ข้อห่วงใย และแนวพระราชดำริด้านการแก้ปัญหาประชาชน เข้าไปช่วยเติมเต็มงานของฝ่ายราชการ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของราษฎร กรณีการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ข่าวราชการระบุว่าองคมนตรีหลายท่าน “ร่วมสังเกตการณ์ ให้คำแนะนำ และข้อห่วงใย” ในการเตรียมแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยเน้นการบริหารจัดการน้ำ การบูรณาการข้อมูล การเตรียมเครื่องจักรกล และการน้อมนำแนวพระราชดำริมาเป็นกรอบวางแผนระยะยาว
ถ้ามองย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ ๙ เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่ของแปลกใหม่เลย พระองค์เคยพระราชทานพระราชดำรัสเรื่องน้ำท่วมอย่างเปิดเผย มีการอธิบายระบบน้ำ เขื่อน การระบายน้ำ และโครงการแก้มลิงอย่างละเอียดต่อคณะผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ฝ่ายบ้านเมืองนำไปใช้แก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม หัวใจของเรื่องจึงไม่ใช่ว่า “องคมนตรีควรยุ่งหรือไม่ควรยุ่ง” แต่ควรถามให้ตรงกว่านั้นว่า สิ่งที่ท่านทำอยู่ในกรอบใด หากเป็นการสั่งการแทนรัฐบาล นั่นย่อมเป็นคนละเรื่อง แต่หากเป็นการร่วมรับฟัง ให้ข้อห่วงใย ถ่ายทอดประสบการณ์ และช่วยแบ่งเบาพระราชภาระในงานที่เกี่ยวกับความทุกข์ร้อนของประชาชน ก็เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับธรรมเนียมของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยมาโดยตลอด บางคนอาจไม่ทันเห็นภาพในอดีต บางคนอาจเพิ่งเข้ามาเล่นการเมือง จึงมองทุกอย่างผ่านกรอบความระแวงทางอุดมการณ์ แต่สำหรับคนที่เติบโตมากับยุครัชกาลที่ ๙ จะเข้าใจดีว่า พระมหากษัตริย์ไทยมิได้ทรงอยู่ห่างไกลจากความทุกข์ร้อนของประชาชน และองคมนตรีจำนวนมากก็ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยประคองราชกิจเหล่านั้น ให้เดินทางจากพระราชหฤทัยไปถึงพื้นที่จริง
เพราะฉะนั้น หากจะเปรียบองคมนตรีเป็น “บุรุษไปรษณีย์แห่งราชกิจ” ก็คงไม่ผิดนัก เพียงแต่จดหมายที่ท่านนำไปส่งนั้น ไม่ใช่จดหมายการเมือง แต่คือจดหมายแห่งความห่วงใยต่อบ้านเมือง และความเดือดร้อนของประชาชน"
หลังจากที่โพสต์ของ ปราชญ์ สามสี ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนมุมมองกันอย่างกว้างขวาง เช่น
"องคมนตรี คือ สายใยแห่งรัก ระหว่าง พระมหากษัตริย์ กับ ประชาชน"
"จริงค่ะ เราคุ้นชินภาพในหลวงร.๙ ที่ท่านทรงดูแลปชช.มาตลอด ตอนเห็นภาพการประชุมวันนั้นก็ปลื้มใจ ไม่คิดเลยว่าจะมีใครที่คิดไปได้ขนาดนั้น แถมมีคนไทยมาคอมเมนต์แย่ๆอีก สงสัยนะคะว่าคนกลุ่มนั้นยังเป็นคนไทยอยู่หรือเปล่า มีความบกพร่องของการคิดวิเคราะห์แน่เลย"
"ขออนุญาตนอกเรื่องครับแอด ปราชญ์ สามสี ฟอนต์ที่ใช้ในภาพ ชื่อฟอนต์อะไรครับ"
"สุขใจ"
"Why not ?????"
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ปราชญ์ สามสี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี