533.jpg
อัษฎางค์ อ่านเกมส้ม ดิ้นเฮือกสุดท้าย เปิดศึกองคมนตรี-ระบอบสีน้ำเงิน

อัษฎางค์ อ่านเกมส้ม ดิ้นเฮือกสุดท้าย เปิดศึกองคมนตรี-ระบอบสีน้ำเงิน

วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.15 น.

27 พฤษภาคม 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทำไมขบวนการส้มจึงเร่งปลุกกระแสยกเลิกองคมนตรี และรื้อ “ระบอบสีน้ำเงิน” อย่างเอิกเกริกในเวลานี้?

คำตอบอาจไม่ใช่แค่เพราะเขาอยากปฏิรูปประเทศ


แต่อาจเป็นเพราะพรรคกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนทางคดี และการดิ้นเฮือกสุดท้ายต่ออนาคตของแกนนำตัวหลักชุดสุดท้าย

#อัษฎางค์ยมนาค |#อ่านเกมอำนาจ

หลังจากพรรคก้าวไกลเดิมถูกศาลรัฐธรรมนูญยุบ และกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี จากกรณีนโยบายแก้ ม.112 ซึ่งศาลวินิจฉัยว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ ต่อมาคดี 44 อดีต สส. ก็เดินหน้ามาถึงศาลฎีกาแล้ว

ดังนั้น การที่แกนนำพรรคประชาชนเปิดประเด็น “องคมนตรี” และ “ระบอบสีน้ำเงิน” อย่างแรงในช่วงนี้ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญทางการเมืองง่าย ๆ เพราะมันเกิดในจังหวะที่พรรคกำลังเผชิญความเสี่ยงเชิงคดีและความเสี่ยงต่ออนาคตของแกนนำโดยตรง

______________________________________________

นี่อาจเป็นการเปลี่ยนสนามจาก “คดีของตน” ไปเป็น “คดีของประชาธิปไตย”
ถ้าพรรคถูกกดดันด้วยคดีหรือความเสี่ยงตัดสิทธิ์ การตอบโต้ที่ได้ผลทางมวลชนที่สุดไม่ใช่การอธิบายรายละเอียดกฎหมายทีละมาตรา แต่คือการสร้างกรอบใหญ่กว่าเดิมว่า
ไม่ใช่เราผิด
แต่เป็น “ระบอบ” ที่กำลังทำลายประชาธิปไตย
ไม่ใช่เราถูกตรวจสอบ
แต่เป็น “อำนาจเก่า/ระบอบสีน้ำเงิน” ที่กำลังทำลายอนาคตประชาชน
นี่คือการย้ายตัวเองจาก “ผู้ถูกกล่าวหา” ไปเป็น “เหยื่อของโครงสร้างอำนาจ” และย้ายฝ่ายตรวจสอบจาก “องค์กรตามรัฐธรรมนูญ” ไปเป็น “คู่ขัดแย้งทางการเมือง”

______________________________________________

ประเด็นองคมนตรีและระบอบสีน้ำเงินเป็นการเปิดหลายแนวรบพร้อมกัน!
ณัฐพงษ์แถลงเรื่องบทบาทองคมนตรีในกรณีประชุมแก้ภัยแล้ง และยืนยันว่าฝ่ายบริหารไม่ควรนำตัวแทนของสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะ
ถัดมา ปิยบุตรก็เสนอแก้รัฐธรรมนูญหมวดพระมหากษัตริย์และยกเลิกคณะองคมนตรี โดยอ้างปัญหาความซ้ำซ้อนกับคณะรัฐมนตรีและความเป็นกลางทางการเมือง
พร้อมกันนั้น ณัฐพงษ์ยังเปิดวาทกรรม “ระบอบสีน้ำเงิน” พาดพิง สว. ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และกลไกยุติธรรม จนถูก สว. และกรรมาธิการพิทักษ์สถาบันฯ ออกมาตอบโต้
นี่จึงไม่ใช่แค่ “ข้อเสนอปฏิรูป” ธรรมดา แต่คือการเปิดแนวรบเชิงสัญลักษณ์พร้อมกันหลายชั้น

______________________________________________

“ดิ้นเฮือกสุดท้าย”
นี่อาจไม่ใช่แค่แคมเปญปฏิรูป แต่เป็นการเร่งระดมฐานมวลชนก่อนจุดเปลี่ยนทางคดี
หรือ
นี่อาจเป็นการเปิดศึกใหญ่เพื่อเปลี่ยนความเสี่ยงทางกฎหมายของพรรค ให้กลายเป็นเรื่องเล่าใหญ่ทางการเมืองว่า ‘ประชาชนกำลังถูกระบอบสีน้ำเงินทำลาย’
ยิ่งคดีเข้าใกล้จุดตัดสิน พรรคส้มก็ยิ่งต้องขยายสนามรบให้ใหญ่กว่าคดีของตัวเอง เพราะถ้าปล่อยให้สังคมมองเรื่องนี้เป็นเพียงคดีจริยธรรมของ 44 สส. เกมจะอยู่ในมือศาล แต่ถ้าทำให้กลายเป็นสงครามระหว่าง ‘ประชาชน’ กับ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ เกมจะกลับไปอยู่ในสนามมวลชน

______________________________________________

จากคดี 44 สส.
ให้กลายเป็นเรื่อง “ประชาชนถูกยึดอำนาจ”
จากการตรวจสอบทางรัฐธรรมนูญ
ให้กลายเป็นเรื่อง “ระบอบสีน้ำเงินทำลายประชาธิปไตย”
จากความเสี่ยงของพรรค
ให้กลายเป็นความโกรธของมวลชน
นี่อาจเป็นยุทธศาสตร์ช่วงท้ายก่อนจุดแตกหัก
ไม่ใช่การดิ้นธรรมดา
แต่คือการพยายามเปลี่ยนความพ่ายแพ้ทางกฎหมาย ให้กลายเป็นทุนทางการเมืองครั้งสุดท้าย

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top