533.jpg
เปิดม่านองคมนตรี วัส ติงสมิตร พาสำรวจ 4 โมเดลสำคัญของโลก

เปิดม่านองคมนตรี วัส ติงสมิตร พาสำรวจ 4 โมเดลสำคัญของโลก

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.19 น.

25 พฤษภาคม 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เปิดม่าน "องคมนตรี" (Privy Council) : ส่องวิวัฒนาการของสถาบันกษัตริย์ผ่านมุมมองรัฐธรรมนูญ

คำว่า “องคมนตรี” หรือ Privy Council เป็นชื่อของสถาบันที่เราคุ้นหูในประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่รู้หรือไม่ว่า? แม้จะใช้ชื่อคล้ายกัน ทว่า “ที่มา” “บทบาท” และ “ความหมาย” ขององค์กรนี้ในแต่ละประเทศกลับแตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งสะท้อนพัฒนาการทางรัฐธรรมนูญและระดับบทบาทของสถาบันกษัตริย์ในแต่ละบริบททางการเมือง


ในอดีต ประเทศที่มีองคมนตรีจำนวนมาก มักเป็นประเทศที่พระมหากษัตริย์เคยทรงใช้อำนาจบริหารโดยตรง โดยมีองค์กรที่ปรึกษาใกล้ชิดเป็นกลไกช่วยบริหารราชการแผ่นดิน แต่เมื่อระบบรัฐสภาและรัฐบาลที่มาจากประชาชนพัฒนาขึ้น บทบาทขององค์กรเหล่านี้ในหลายประเทศจึงค่อย ๆ ลดลง กลายเป็นสถาบันเชิงพิธีการ หรือบางแห่งก็ถูกยุบเลิกไปโดยสิ้นเชิง

วันนี้เราจะพาไปสำรวจ 4 โมเดลสำคัญของโลกกันครับ

1. ประเทศไทย: องคมนตรีในฐานะ “ที่ปรึกษาส่วนพระองค์”

คณะองคมนตรีของไทยมีรากฐานมาจาก “ปรีวีเคาน์ซิล” (Privy Council) ในสมัยรัชกาลที่ 5 และปัจจุบันได้รับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 โดยมีประธานองคมนตรี 1 คน และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 18 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง

วัตถุประสงค์หลัก

• ถวายคำปรึกษาแก่พระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจ

• สนับสนุนการปฏิบัติพระราชภารกิจในบางด้าน

• รองรับภารกิจบางประการ เช่น การเป็นผู้แทนพระองค์ในบางโอกาส

บทบาทตามรัฐธรรมนูญและในทางสังคมการเมือง

นอกจากหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เช่น การถวายคำปรึกษา หรือการเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในบางกรณีแล้ว องคมนตรีไทยยังมีลักษณะเฉพาะในทางสังคมและวัฒนธรรม เนื่องจากสมาชิกมักเป็นบุคคลอาวุโสจากกองทัพ ตุลาการ ข้าราชการระดับสูง หรืออดีตนักการเมือง ทำให้คณะองคมนตรีได้รับความเคารพและมีอิทธิพลทางสังคมในระดับสูง รวมทั้งมักได้รับการจับตามองในทางการเมืองอยู่เสมอ

2. สหราชอาณาจักร: จากองค์กรอำนาจจริง สู่สถาบันเชิงพิธีการ

Privy Council ของอังกฤษถือเป็น “ต้นแบบ” ของระบบนี้ในหลายประเทศเครือจักรภพ ในอดีต ก่อนการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา องค์กรนี้เคยเป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศและเป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดของพระมหากษัตริย์

บทบาทในปัจจุบัน

สมาชิกประกอบด้วยนักการเมืองระดับสูง รัฐมนตรี และบุคคลสำคัญของรัฐ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันบทบาทส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงพิธีการทางรัฐธรรมนูญ เช่น การออกคำสั่งในนาม Crown-in-Council หรือการรับรองกฎบัตรและข้อบังคับบางประเภท

แม้อำนาจจะยังใช้อยู่ในนามพระมหากษัตริย์ แต่ตามธรรมเนียมรัฐธรรมนูญ การตัดสินใจทางการเมืองที่แท้จริงอยู่ที่รัฐบาลและคณะรัฐมนตรีซึ่งต้องรับผิดชอบต่อรัฐสภา

กล่าวได้ว่า Privy Council ของอังกฤษเป็นตัวอย่างของสถาบันที่ “รูปแบบยังคงอยู่ แต่อำนาจทางการเมืองได้ย้ายไปสู่รัฐบาลประชาธิปไตยแล้ว”

3. ญี่ปุ่น: การยุบองคมนตรีภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่หลังสงคราม

ในยุคจักรวรรดิเมจิ ญี่ปุ่นเคยมี Privy Council ที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการพิจารณารัฐธรรมนูญและนโยบายสำคัญของรัฐ เนื่องจากจักรพรรดิยังทรงมีพระราชอำนาจทางการเมืองสูง

จุดเปลี่ยนหลังปี 1947

หลังความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเปลี่ยนสถานะของจักรพรรดิให้เป็นเพียง “สัญลักษณ์แห่งรัฐและความเป็นเอกภาพของประชาชน” โดยพระราชกรณียกิจทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำและความรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรี

ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ ญี่ปุ่นจึงยุบ Privy Council เดิมลง และไม่มีความจำเป็นต้องคงองค์กรลักษณะดังกล่าวไว้ต่อไป

4. กัมพูชา: องคมนตรีเชิงราชสำนัก

Supreme Privy Council ของกัมพูชามีลักษณะเน้นหนักไปทางงานในราชสำนัก โดยทำหน้าที่ถวายคำปรึกษาและสนับสนุนพระราชกรณียกิจ รวมถึงสะท้อนบทบาทเชิงสัญลักษณ์และประเพณีของสถาบันกษัตริย์

ข้อสังเกตเชิงรัฐธรรมนูญ: “องคมนตรี” ในฐานะหน้าต่างส่องวิวัฒนาการของระบอบกษัตริย์

ความแตกต่างของ “องคมนตรี” ในแต่ละประเทศ สะท้อนให้เห็นวิวัฒนาการของระบอบกษัตริย์และโครงสร้างอำนาจทางรัฐธรรมนูญในแต่ละสังคม

• หากสถาบันกษัตริย์ยังมีบทบาทเชิงรัฐธรรมนูญหรือเชิงสถาบันสูง องค์กรที่ปรึกษาใกล้ชิดพระมหากษัตริย์ก็มักยังคงมีบทบาทสำคัญ

• หากสถาบันกษัตริย์ปรับเปลี่ยนเป็นเชิงสัญลักษณ์มากขึ้น องคมนตรีก็มักลดบทบาทลง กลายเป็นองค์กรพิธีการ หรือถูกยุบไปในที่สุด

สำหรับประเทศไทย จึงอาจกล่าวได้ว่า มีลักษณะเฉพาะที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง “แบบอังกฤษ” ซึ่งเน้นพิธีการเกือบทั้งหมด กับ “แบบดั้งเดิม” ที่องค์กรที่ปรึกษาของสถาบันกษัตริย์ยังคงมีบทบาทเชิงสัญลักษณ์ เครือข่ายทางสังคม และความสำคัญทางวัฒนธรรมอยู่ในระดับสูง

ด้วยเหตุนี้ “องคมนตรี” จึงไม่ได้เป็นเพียงองค์กรตามตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าต่างสำคัญในการทำความเข้าใจพัฒนาการของรัฐธรรมนูญ ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทางการเมือง และวิวัฒนาการของระบอบกษัตริย์ในแต่ละประเทศอีกด้วย

วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
25/5/69
#องคมนตรี #PrivyCouncil #กฎหมายรัฐธรรมนูญ #การเมืองโลก #สถาบันกษัตริย์ #ประวัติศาสตร์การเมือง #วัสติงสมิตร

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top