538.jpg
เปิดสนาม กทม. 69 แม้ ชัชชาติ นำโด่ง แต่ 1 ใน 4 เสียงลังเล ชี้ชะตาผู้ว่าฯคนใหม่

เปิดสนาม กทม. 69 แม้ ชัชชาติ นำโด่ง แต่ 1 ใน 4 เสียงลังเล ชี้ชะตาผู้ว่าฯคนใหม่

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.18 น.

29 พฤษภาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า สำรวจความนิยมทางการเมือง “KPI Poll ครั้งที่ 22  เผยให้เห็นเทรนด์การเมือง กทม. ที่เปลี่ยนไป โดยประชาชนมีแนวโน้มเลือกผู้สมัคร ส.ก. อิสระมากกว่าพรรคการเมือง ส่วนกระแสความนิยมผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. ที่แม้ว่าขณะนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะมีคะแนนนำอยู่ แต่ยังมีสัดส่วนของผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ ซึ่งเป็นตัวแปรชี้ชะตาสำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ 
 
KPI Poll | คลังความคิดจากเสียงประชาชน สู่เข็มทิศการเมืองไทย
สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความนิยมของประชาชนและทิศทางโค้งแรกสนามเลือกตั้ง กทม. 69” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน
การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 22 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 22 - 25 พ.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,600 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
 
1. หากเป็นคน กทม. ท่านมีแนวโน้มว่าจะเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) แบบใด? (สำรวจโดย x Line Today)
• 41.6% ระบุว่า หากเป็นคน กทม. จะเลือกผู้สมัครอิสระ ที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง สูงสุด
• รองลงมา คือ 20.0% จะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองฝ่ายค้าน, 17.6% จะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองใดก็ได้, 3.6% จะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล และ 17.2% ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ
การเลือกตั้งระดับพื้นที่ ประชาชนเกือบครึ่งอาจกำลังมองหา “ตัวแทนเขต” ที่ใกล้ชิดประชาชน ทำงานกับปัญหาเฉพาะพื้นที่ และไม่ถูกผูกโยงกับพรรคการเมืองมากเกินไป ขณะเดียวกัน คะแนนของผู้สมัครที่สังกัดพรรคฝ่ายค้านสูงกว่าผู้สมัครฝ่ายรัฐบาลอย่างชัดเจน อาจสะท้อนอารมณ์ทางการเมืองบางส่วนที่ต้องการใช้การเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นพื้นที่สะท้อนความต้องการตรวจสอบ ถ่วงดุล หรือแสดงท่าทีต่อการเมืองระดับชาติ อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ตอบว่า “ผู้สมัครจะสังกัดพรรคการเมืองใดก็ได้” และ “ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ” ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย สะท้อนว่า สนาม ส.ก. ยังไม่ปิด
 
2. “ชัชชาติ” นำโค้งแรก แต่เสียงลังเลเกือบ 1 ใน 4 ยังชี้ชะตาสนามผู้ว่า กทม. คนใหม่
• 31.5% ระบุ หากเลือกตั้งผู้ว่า กทม. วันนี้ มีแนวโน้มจะเลือก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”
• รองลงมา 13.1 จะเลือก “ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร”, 7.5% จะเลือก “มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข”, 6.6% จะเลือก “พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช”, 6.2% จะเลือก “หม่อมกร หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี”, 6.1% จะเลือก “คมสัน พันธุ์วิชาติกุล” และ 4.9% จะเลือก “อนุชา บูรพชัยศรี” ขณะที่ 24.1% “ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ”
แม้ “ชัชชาติ” พ่อเมืองคนเก่ายังมีคะแนนนำในภาพรวม แต่สัดส่วนผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจยังสูง สะท้อนว่าสนามผู้ว่า กทม. ยังไม่ปิดเกม ยังมีพื้นที่ให้ผู้สมัครรายอื่นสร้างความชัดเจนด้านนโยบาย ผลงาน ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นต่อการบริหารเมือง นอกจากนี้ คะแนนของผู้สมัครที่กระจายตัวในหลายกลุ่มยังสะท้อนว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ อาจเป็นการแข่งขันระหว่าง “ความต่อเนื่องของผลงานเดิม” กับ “ทางเลือกใหม่ในการบริหารมหานคร”
 
3. “ชัชชาติ” ฐานยังแน่น เกือบสองในสามยังเทใจ-“ดร.โจ”เด่นในฐานพรรคส้ม”-“กลุ่มยังไม่ตัดสินใจ” เป็นตัวแปรสำคัญ
• เมื่อพิจารณาเทียบกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2565 พบว่า กลุ่มที่ “เคยเลือกชัชชาติ” ปัจจุบัน 60.7% “ยังเลือกชัชชาติ” นำโด่ง ในขณะที่ กลุ่มที่เคยเลือก “สกลธี ภัททิยกุล” ปัจจุบัน 45.5% จะเลือกชัชชาติ, กลุ่มที่เคยเลือก “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ปัจจุบัน 31.0% จะเลือกชัชชาติ 27.4% ขณะที่กลุ่มที่เคยเลือก “อัศวิน ขวัญเมือง” ปัจจุบัน 29.7% จะเลือกผู้สมัครคนอื่น ๆ และ 22.9% จะเลือก “ชัชชาติ”
• กลุ่มที่เคยเลือก “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” พบว่า ปัจจุบัน 49.2% จะเลือก “ดร. โจ ชัยวัฒน์” และ 12.9% จะเลือก “ชัชชาติ”
• กลุ่มที่เคยเลือกผู้สมัครคนอื่น ๆ พบว่า 31.1% ยังไม่ตัดสินใจ และกลุ่มที่ “จำไม่ได้/ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์/ไม่ประสงค์ตอบ” พบว่า 53.8% ยังไม่ตัดสินใจ
ฐานคะแนนเดิมยังมีผลต่อแนวโน้มการเลือกตั้งครั้งใหม่ แต่ไม่ได้เป็นตัวกำหนดทั้งหมด นัยสำคัญ คือ การเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่างผู้สมัครเดิมกับผู้สมัครใหม่ แต่เป็นการแข่งขันเพื่อรักษาฐานเดิม ดึงฐานข้ามกลุ่ม และโน้มน้าวกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ
 
4. คนกรุง เลือกผู้ว่าฯ ไม่เหมือนเลือก สส.: “ชัชชาติ” นำหลายฐาน- คนรัก ปชน. เสียงแตก “ดร.โจ” เบียด “ชัชชาติ” สูสี
• เมื่อพิจารณาตามพรรคที่เคยเลือก สส. เขต ครั้งล่าสุด พบว่า “ชัชชาติ” มีคะแนนนำในหลายฐานพรรค ได้แก่ ผู้ที่เลือกพรรคเพื่อไทย 39.4%, พรรคภูมิใจไทย 37.0%, พรรคประชาชน 31.0%, พรรคประชาธิปัตย์ 28.3% และพรรคอื่น ๆ 42.0%
• ขณะที่ “ดร.โจ ชัยวัฒน์” ได้คะแนนสูงในกลุ่มผู้เลือกพรรคประชาชน (30.9%) แต่ใกล้เคียงกับ “ชัชชาติ” ในกลุ่มเดียวกัน ส่วน “อนุชา” มีคะแนนเด่นในฐานผู้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ (23.2%)
สะท้อนว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ มีลักษณะเฉพาะที่อาจไม่เดินตามแนวการเลือกตั้งระดับชาติ นัยสำคัญคือ การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. อาจเป็นสนามที่ประชาชนพิจารณา “ตัวบุคคลและผลงาน” ควบคู่กับความชอบทางการเมือง
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 22
ผลโพลครั้งนี้สะท้อนว่า สนามเลือกตั้ง กทม. ในช่วงโค้งแรกยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้ “ชัชชาติ” จะยังมีคะแนนนำในภาพรวม และสามารถรักษาฐานคะแนนเดิมได้ในระดับหนึ่ง แต่สัดส่วนผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจทั้งในสนามผู้ว่าฯ กทม. และสนาม ส.ก. รวมถึงการเคลื่อนตัวของฐานคะแนนจากการเลือกตั้งครั้งก่อนและฐานพรรคในการเลือกตั้งระดับชาติ ยังเป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญ ดังนั้น การเลือกตั้ง กทม. รอบนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่าง “ผู้สมัครคนเดิม” กับ “ผู้ท้าชิงรายใหม่” หากแต่เป็นการแข่งขันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่ออนาคตของมหานคร ทั้งในมิตินโยบาย ภาพลักษณ์ ผลงาน และความสามารถในการตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริง
KPI Poll – คลังความคิดจากเสียงประชาชน
เพื่อประชาธิปไตยที่ตั้งอยู่บนความจริง ไม่ใช่ความรู้สึก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top