542.jpg
รายงานพิเศษ : กระแสปรับครม.มาแรง

รายงานพิเศษ : กระแสปรับครม.มาแรง

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

“กระแสบีบ “ปรับ ครม.” หรือนี่คือเวลาของ “นายกฯ อนุทิน” ขุนศึกผู้กล้ารับจบศึก 9 ทัพทางการเมือง!”

เวลานี้ฝ่ายตรงข้ามจับจ้อง ขีดเส้นตายปั่นกระแสรายวันว่า “รัฐบาลชุดนี้จะพังพินาศ อยู่ได้ไม่เกินเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคมนี้แน่นอน” กระแสข่าวลือโหมกระพือไปไกล ส่วนหนึ่งต้องยอมรับความจริงอย่างตรงไปตรงมาว่า “รัฐบาลสอบตกเรื่องการสื่อสาร” ปล่อยให้เกิดสุญญากาศทางการรับรู้ ชี้แจงช้า จนประชาชนสับสนและหลงเชื่อเกมจิตวิทยาของฝ่ายตรงข้าม


แต่ท่ามกลางความเงียบอันอึดอัดของรัฐบาล กลับมีผู้นำอยู่หนึ่งคนที่โดดเด่นขึ้นมาแบกรับอิฐแบกปูน ยืนหลักรับแรงปะทะจากปัญหาระดับชาติรอบทิศทาง โชว์ภาวะผู้นำสูงสุดชนิดที่สปอตไลท์ทุกดวงต้องจับจ้องไปที่ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่วันนี้ต้องเดินหน้าก้าวออกมารับศึกหนัก “9 ด้าน 9 ทัพทางการเมือง” เพื่อค้ำยันเสถียรภาพของบ้านเมืองเอาไว้ :

1.ศึก TH-AI Passport : เผือกร้อนที่ฝ่ายค้านตั้งป้อมถล่มหวังล้มรัฐบาล แต่นายกฯ อนุทินเลือก “ลุยไฟ” ชนหน้างานเพื่อสะสางระบบ

2.ศึกที่ดินทับลาน : ปมเปลี่ยนป่าอุทยานเป็น ส.ป.ก.ที่ซับซ้อน คาราซัง ท่านก้าวเข้ามาแบกรับและรับจบเองเพื่อความโปร่งใส

3.ศึกที่ดินเขากระโดง : ข้อพิพาทแหลมคมระดับชาติที่เป็นเป้าสายตา ท่านยืนหยัดใช้กลไกกฎหมายและกรมที่ดินพิสูจน์ตามความจริงแบบไม่หลบตา

4.ศึกมาเฟียภูเก็ต : ล้างบางทุนสีเทาและกลุ่มอิทธิพลข้ามชาติ กอบกู้ศักดิ์ศรีเมืองท่องเที่ยวด้วยความเด็ดขาดของสิงห์มหาดไทย

5.ศึก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน : แบกความรับผิดชอบและพร้อมรับการตรวจสอบเข้มข้น เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินขับเคลื่อนประเทศ

6.ศึกสยบกระแสปรับ ครม. : ประกาศเกณฑ์ KPI 1 ปี ดัดหลังเสียงขู่ 6 เดือนก็อยู่ยาก สยบความเคลื่อนไหวให้พรรคร่วมมีสมาธิทำงาน

7.ศึกทวงคืนพื้นที่ EEC : จัดระเบียบการกำกับดูแลพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเพื่อกุมบังเหียนทิศทางการลงทุนของประเทศ

8.ศึกปมยกเลิก MOU 44 : ปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ชาติในพื้นที่ทับซ้อนผ่านกระบวนการกฎหมายสากลอย่างรัดกุม

9.ศึกรื้อกติกาและประสานรอยร้าว (การแก้ไขรัฐธรรมนูญ) : สมรภูมิระดับมหภาคที่แหลมคมเมื่อพรรคฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล และ สว. เห็นไม่ตรงกัน แต่นายกฯอนุทิน ก้าวเข้ามาเป็นแกนกลางประคองกติกาเพื่อไม่ให้กลายเป็นชนวนวิกฤตนอกสภา

พฤติกรรมที่ฝ่ายตรงข้ามล้อมกรอบรัฐบาลตั้งเดดไลน์จะเผด็จศึกให้ได้ภายในสองเดือนนี้ในประวัติศาสตร์ชวนให้ผมคิดถึง “ศึกสงครามเก้าทัพ” (พ.ศ. 2328) ในยามที่ข้าศึกยกพลมาอย่างย่ามใจประกาศกร้าวว่าจะบุกถล่มให้ล่มสลายในเร็ววัน ข่าวลือกระจายจนไพร่ฟ้าหวาดกลัวเพราะขาดข้อมูลที่แท้จริง

แต่ด้วยภาวะผู้นำของ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททรงไม่เต้นไปตามเกมขู่ ทรงใช้ความนิ่งประเมินยุทธศาสตร์ แล้วส่งกองทัพหน้าไปสกัดจุดยุทธศาสตร์ที่ทุ่งลาดหญ้า ยันกองทัพหลักเอาไว้ ตัดเสบียง บดขยี้ความมั่นใจของข้าศึกจนแผนการบุกเร็วของฝ่ายตรงข้ามต้องพังทลายลงในที่สุด

การเมืองวันนี้ก็เช่นกัน การที่นายกฯ อนุทินออกมาตั้งเกณฑ์ API 1 ปี มันคือวิสัยทัศน์ของขุนศึกสงครามเก้าทัพ คือการ “ใจดีสู้เสือ” และ “นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว” ในเมื่อรัฐบาลสื่อสารสับสนจนประชาชนไม่มั่นใจ

นายกฯ อนุทินจึงเลือกที่จะใช้ “การกระทำและกรอบเวลาที่เด็ดขาด” เป็นตัวชี้วัด ยันศึกป่วนรัฐบาลช่วงกรกฎาคม-สิงหาคมไว้ด้วยผลงาน ใครทำจริงอยู่ต่อ ใครไม่มีผลงานก็หลุดไป เปลี่ยนเสียงขู่รายวันให้กลายเป็นกระบวนการทำงานที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด!

ในยามที่รัฐบาลขาดการชี้แจงจนสังคมสับสน และถูกฝ่ายตรงข้ามขีดเส้นตายท้าทายรายเดือนประชาชนไม่ได้ต้องการคนที่พูดเก่งเพื่อแก้ตัวไปวันๆ แต่ต้องการผู้นำที่กล้าปักหลัก “รับจบศึก 9 ด้าน” และใช้ผลงานจริงมาเป็นคำตอบให้กับแผ่นดิน!

จำคำผมไว้... ขุนศึกที่กล้ารับจบทุกเรื่องในวันที่คนอื่นเงียบ คือคนที่จะได้นั่งกลางใจประชาชนในท้ายที่สุด

ทั้งหมดนี้คือ บทวิเคราะห์ของนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top