วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569
โคราช Kick off รณรงค์ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เปิดหน่วยบริการเชิงรุก ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครราชสีมา ดูแลประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงเข้าถึงบริการ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันก่อนเจ็บป่วยรุนแรง ด้านจังหวัดนครราชสีมา พร้อมหนุนเพื่อชาวโคราชมีสุขภาพดี
นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ นพ.ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พร้อมด้วย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วม “Kick off รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล” ให้กับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครราชสีมา
นายวิจิตร กล่าวว่า จ.นครราชสีมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพประชาชนในเชิงป้องกัน โดยเฉพาะโรคที่มีแนวโน้มระบาดตามฤดูกาลอย่างไข้หวัดใหญ่ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ สปสช. และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา รวมถึงภาคเอกชนในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างของการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณสุขที่มุ่งเน้นการเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
สำหรับแนวทางบริการเชิงรุกดังกล่าวได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีข้อจำกัดในการเดินทาง เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นต้น สามารถเข้าถึงวัคซีนได้ง่ายขึ้นในพื้นที่ใกล้บ้าน อีกทั้งยังช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล และลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ในระยะยาว เพราะเป็นการป้องกันโรคตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้าสู่ระบบการรักษา หากประชาชนมีภูมิคุ้มกันที่ดี ก็จะลดทั้งความสูญเสียและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รอง ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า โรคไข้หวัดใหญ่ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดภาวะรุนแรงสูง ซึ่งจากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยหลักร้อยรายต่อปี และมีผู้ป่วยอาการหนักจำนวนไม่น้อย ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จากผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ดังนี้นการป้องกันจึงเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนที่จำเป็นสำหรับผู้ที่มีภาวะเสี่ยง แม้จะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความรุนแรงของโรค ลดภาวะแทรกซ้อน และลดโอกาสการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับในปีนี้ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาได้ปรับรูปแบบการให้บริการเป็น “เชิงรุก” มากขึ้น โดยนำบริการออกไปสู่ประชาชนในพื้นที่ อย่างการจัดหน่วยฉีดวัคซีนในศูนย์การค้าฯ ในวันนี้ รวมถึงพื้นที่สาธารณะอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้าถึงบริการได้ง่าย ลดเวลาเดินทางและลดความแออัดในโรงพยาบาล
“การนำบริการออกไปให้ถึงประชาชนไม่เพียงช่วยให้เข้าถึงวัคซีนได้เร็วขึ้น แต่ยังลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อในสถานพยาบาล และทำให้ระบบบริการสามารถรองรับผู้ป่วยที่จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” รอง ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา กล่าว
ขณะที่ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2569 สปสช. ได้จัดสรรวัคซีนไข้หวัดใหญ่จำนวน 7.1 ล้านโดส เพื่อให้บริการแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิการรักษา ไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยดำเนินการรณรงค์ฉีดวัคซีนตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ส.ค.2569 ตั้งเป้าหมายให้ครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในระดับประชากร ลดการแพร่ระบาดของโรค และลดอัตราการป่วยหนักและเสียชีวิตในภาพรวมของประเทศ
นอกจากนี้ การดำเนินงานในปีนี้ยังเน้นการจัดบริการเชิงรุกควบคู่กับบริการในหน่วยบริการประจำ โดยมีทั้งหน่วยเคลื่อนที่และจุดบริการในพื้นที่ชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ารับวัคซีนได้สะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลขนาดใหญ่
“สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 ยังมีรายงานพบผู้ป่วยสะสมจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง การเร่งรณรงค์ฉีดวัคซีนในช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูฝนจึงเป็นมาตรการสำคัญเพื่อป้องกัน โดยประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ เพียงนำบัตรประชาชนมาตรวจสอบสิทธิ รับบริการที่หน่วยบริการในระบบบัตรทองใกล้บ้าน หรือหน่วยบริการเชิงรุกที่จัดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งสามารถตรวจสอบหน่วยบริการได้ที่ แอบ เป๋าตัง หรือ สอบถามผ่าน สายด่วน สปสช. 1330 ทั้งนี้เพื่อให้การป้องกันโรคเป็นไปอย่างทั่วถึง ทันเวลา และลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง ย้ำว่าวัคซีนมีจำนวนจำกัด มาก่อนมีสิทธิก่อน จนกว่าวัคซีนจะหมด” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว
ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายที่มีสิทธิเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในปี 2569 ประกอบด้วย 1.หญิงตั้งครรภ์ (อายุครรภ์ที่แนะนำ 12-20 สัปดาห์ ทั้งนี้สามารถรับบริการได้ตลอดการตั้งครรภ์ (มีให้บริการตลอดทั้งปี) 2.เด็กอายุ 6 เดือนถึงอายุต่ำกว่า 5 ปี 3.ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ดังนี้ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4.ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมถึงผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ 6.โรคอ้วน (น้ำหนัก>100 กิโลกรัม หรือ BMI >35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) และ 7.พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี