วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
1 กรกฎาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ ได้ออกมาเปิดเผยมุมมองจากฝั่งประเทศออสเตรเลีย กรณีหญิงชาวไทยวัย 26 ปี พนักงานของสายการบินไทย ถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีนที่สนามบินเมลเบิร์น เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา
โดยระบุว่าคดีดังกล่าวในออสเตรเลียไม่ได้ถูกมองเป็นเรื่องเสื่อมเสียภาพลักษณ์องค์กรหรือระดับชาติแบบที่ไทยกำลังตื่นตระหนก แต่ถูกยกระดับเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงพรมแดน โพสต์ข้อความระบุว่า
ในออสเตรเลียข่าวแอร์การบินไทย เป็นข่าวในประเด็นด้านความมั่นคงของด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของประเทศเขาเอง ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ที่คนไทยคนหนึ่งถูกจับ
#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ
ในฐานะที่เป็นคนไทยที่อยู่อาศัยในออสเตรเลีย จะมาขอเล่าข่าวแอร์การบินไทยบนหน้าสื่อในออสเตรเลีย (เท่าที่เห็น)
______________________________________________
ในเมืองไทยข่าวแอร์โฮสเตสของการบินไทยเป็นข่าวใหญ่โตมาก แต่ในออสเตรเลียเท่าที่ผมเห็น ไม่ใช่ข่าวใหญ่ระดับประเทศ แบบที่คนทั้งประเทศเกาะติดกัน แต่ก็ไม่ใช่ข่าวเล็กจนไม่มีใครสนใจ มันเป็นข่าวในหมวดอาชญากรรมหรือข่าวคดียาเสพติดข้ามชาติ
ในเมืองไทยเห็นออกข่าวว่า การบินไทยเสียชื่อเสียงมากและอาจโดนแบนห้ามบินเข้าออสเตรเลีย
แต่ในออสเตรเลีย ทางการออสเตรเลียไม่ได้ระบุชื่อบุคคลหรือชื่อสายการบินในแถลงการณ์หลักเลยด้วยซ้ำ
ระบุเพียง “Thai national, 26” (หญิงไทยวัย 26) และ “airline employee” (พนักงานสายการบิน) โดยไม่แม้แต่จะระบุว่าสายการบินอะไร
กฎหมายและการทำงานของสื่อออสเตรเลียค่อนข้างรัดกุมในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างการสอบสวน ในแถลงการณ์ของ AFP (Australian Federal Police “ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย” หรือ “ตำรวจรัฐบาลกลางออสเตรเลีย”) ระบุเพียงว่าเป็น "Airline employee" (พนักงานสายการบิน) เท่านั้น สื่อหลักในออสเตรเลียจึงรายงานตามกรอบข้อเท็จจริงนี้
ในขณะที่ฝั่งไทย ข่าวจะโหมหนักกว่ามากเพราะตัวสายการบิน (การบินไทย) ออกมาแถลงยอมรับและสั่งพักงานเอง รวมถึงเพจข่าวสารต่างๆ ฝั่งไทยมีการสืบประวัติลึกไปถึงเรื่องการรับจ้างหิ้วของ (Personal Shopper)
______________________________________________
และข่าวนี้ถูกมองว่า เป็นหนึ่งในสถิติเครือข่าย "Trusted Insider"
สถิติจากหน่วยงานความมั่นคงออสเตรเลียระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มีคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดเชิงพาณิชย์จากประเทศไทยที่เชื่อมโยงกับออสเตรเลียแล้วอย่างน้อย 6 คดี
เคสนี้จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มภัยคุกคามประเภท Trusted Insider หรือการใช้ช่องโหว่ของบุคลากรภายในเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เป็นเคสตัวอย่างในการประกาศยกระดับมาตรการคัดกรองลูกเรือให้เข้มงวดเท่าเทียมกับผู้โดยสารทั่วไป
ABF Commander Clint Sims พูดตรง ๆ ว่าเครือข่ายอาชญากรรมยังคงพยายามใช้คนวงในที่ได้รับความไว้วางใจ รวมถึงลูกเรือสายการบิน เพื่อขนยาเข้าออสเตรเลีย
(ABF = Australian Border Force “กองกำลังพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลีย” หรือ “ศุลกากร และตรวจคนเข้าเมืองของออสเตรเลีย”)
ข้อมูลหลักจาก AFP/ABF ระบุว่าหญิงไทยวัย 26 ปี ซึ่งเป็นพนักงานสายการบิน ถูกกล่าวหาว่านำเข้าเฮโรอีนมากกว่า 1 กิโลกรัม ผ่านสนามบินเมลเบิร์น เมื่อ 25 มิถุนายน 2026 โดยซุกซ่อนในซับในกระเป๋าผ้า 12 ใบ มูลค่าประเมินราว 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และถูกตั้งข้อหานำเข้าและครอบครองยาเสพติดในปริมาณ marketable quantity โทษสูงสุดแต่ละข้อหา 25 ปี เธอถูกคุมขังและมีกำหนดขึ้นศาลอีกครั้ง 14 กันยายน 2026
เจ้าหน้าที่ ABF พูดชัดว่าเครือข่ายอาชญากรรมยังพยายามใช้ “trusted insiders” เช่น ลูกเรือสายการบิน เป็นช่องทางขนยาเข้าออสเตรเลีย นี่คือประเด็นด้านความมั่นคงของด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ไม่ใช่แค่ข่าวคนไทยคนหนึ่งถูกจับ
______________________________________________
กฎหมายออสเตรเลียแบ่งคดียาเสพติดตาม “ปริมาณ” เป็นชั้น ๆ โดย CDPP (Commonwealth Director of Public Prosecutions “สำนักงานอัยการสูงสุดฝ่ายคดีอาญาของรัฐบาลกลางออสเตรเลีย”) อธิบายว่าโดยทั่วไปมี 3 ระดับสำคัญ:
Trafficable quantity = ปริมาณที่มากกว่าการมีไว้เสพเอง
Marketable quantity = ปริมาณที่สามารถนำไปจำหน่ายในตลาดได้
Commercial quantity = ปริมาณระดับการค้าขนาดใหญ่ที่สุด มักวัดเป็นกิโลกรัม และมีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิตในบางข้อหา
ในคดีนี้ที่บอกว่า “ถูกตั้งข้อหาในระดับ marketable quantity ไม่ใช่ commercial quantity” หมายความว่า:
ทางการออสเตรเลียมองว่าของกลางมากพอที่จะเป็น “ปริมาณเพื่อการจำหน่าย” ไม่ใช่แค่ของส่วนตัวหรือเล็กน้อย แต่ยังไม่ได้ตั้งข้อหาในระดับ “ปริมาณการค้าขนาดใหญ่” ซึ่งเป็นระดับโทษหนักกว่ามาก
ความต่างทางโทษคือ ถ้าเป็น marketable quantity ในความผิดครอบครองหรือนำเข้ายาเสพติดผิดกฎหมาย โทษสูงสุดอาจถึง 25 ปี แต่ถ้าเป็น commercial quantity โทษสูงสุดอาจถึงจำคุกตลอดชีวิต ขึ้นกับข้อหาและชนิดความผิด
______________________________________________
สรุป
ข่าวนี้ในออสเตรเลียถือเป็นข่าวอาชญากรรมหรือข่าวคดียาเสพติดข้ามชาติที่ร้ายแรง และได้รับการรายงานจากสื่อหลักหลายแห่ง แต่ยังไม่ถึงระดับข่าวใหญ่ระดับชาติที่สังคมออสเตรเลียทั้งประเทศเกาะติดเหมือนข่าววิกฤตหรือข่าวการเมืองใหญ่ กรอบการรายงานของออสเตรเลียเน้นเรื่องการลักลอบนำเข้ายาเสพติด การใช้บุคลากรที่มีสถานะไว้วางใจ หรือ trusted insiders และความปลอดภัยชายแดน มากกว่าประเด็นภาพลักษณ์สายการบินหรือศักดิ์ศรีของชาติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ข่าวนี้ดังในไทยมากกว่าออสเตรเลีย
หมายเหตุ ขออธิบายคำย่อของหน่วยงาน:
ABF = คนตรวจเจอของกลางที่สนามบิน
AFP = ตำรวจรัฐบาลกลางที่สืบสวนและตั้งข้อหา
CDPP = อัยการรัฐบาลกลางที่รับช่วงฟ้องคดีในศาล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี