546.jpg
แฉหลักฐานเด็ดมัด 4 คนร้ายอุ้ม 3 พ่อแม่ลูก ตร.ตั้ง 3 ข้อหาหนัก

แฉหลักฐานเด็ดมัด 4 คนร้ายอุ้ม 3 พ่อแม่ลูก ตร.ตั้ง 3 ข้อหาหนัก

วันศุกร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561, 10.42 น.

ตำรวจเมืองเลยเตรียมออกหมายจับ 4 ชายฉกรรจ์ควงปืนอุ้ม 3 พ่อแม่ลูกใน 3 ข้อหาหนัก เผยมีหลักฐานเด็ดมัดแน่น

19 ม.ค.61 พ.ต.ท.ดำรงค์ วงษ์ลืออำนาจ หัวพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเลย กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี 4 ชายฉกรรจ์ก่อเหตุอุ้ม 3 พ่อแม่ลูก ภายในโรงเรียนบ้านฟากนา ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า พนักงานสอบสวนเตรียมแจ้ง 3 ข้อหาหนัก และเตรียมออกหมายจับ 4 คนร้ายภายในวันพรุ่งนี้(20 ม.ค.61)


พ.ต.ท.ดำรงค์ กล่าวอีกว่า ถ้ามีหลักฐานที่พร้อม ก็จะมีการตั้งข้อหาดังนี้ 1.มาตรา 337 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกรรโชก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ถ้าความผิดฐานกรรโชกได้กระทำโดย (1) ขู่ว่าจะฆ่า ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายให้ผู้ถูกข่มขืนใจ หรือผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส หรือขู่ว่าจะทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่น หรือ (2) มีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท

2.มาตรา 309 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือ จำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้ กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน หกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าความผิดตามวรรคแรกได้กระทำโดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำ ความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือได้กระทำเพื่อให้ผู้ถูกข่มขืนใจทำ ถอน ทำให้เสียหาย หรือทำลายเอกสารสิทธิอย่างใดผู้กระทำต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับถ้ากระทำโดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร ไม่ว่าอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้นจะ มีอยู่หรือไม่ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปีและปรับ ตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท มาตรา 310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการ ใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3.ครบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต

“ขณะนี้รู้ตัวผู้ต้องหาทั้งหมดแล้ว รอฝ่ายสืบสวนรวบรวมหลักฐาน หากมีรูปถ่าย ชื่อ และเลขบัตรประชาชน 13 หลักชัดเจน ก็สามารถออกหมายจับได้ทันที คาดว่าไม่น่าเกินวันพรุ่งนี้จะออกหมายจับได้ และหากผู้ต้องหาจะมามอบคัวก็จะเป็นการดี โดยขณะนี้ได้หลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถสืบหาผู้กระทำผิด คือ ภาพในกล้องวงจรปิดขณะที่ผู้ต้องหาไปซื้ออุปกรณ์เครื่องเขียน เพื่อมาให้ผู้เสียหายเซ็นต์เอกสารอะไรบางอย่าง หน้าร้านเครื่องเขียนใน อ.วังสะพุง ก่อนจะปล่อยตัวผู้เสียหาย” พ.ต.ท.ดำรงค์ กล่าว 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top