วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569
นายวิเชียร ชินวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี เปิดเผยถึงการจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD พร้อมพวกรวมทั้งหมด 4 คน ที่เข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ได้พร้อมของกลางซึ่งมีทั้งซากสัตว์และอาวุธปืนพร้อมกระสุนจำนวนมากว่า สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกจะมีการชัดชุดลาดตระเวนโดยการใช้รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว โดยกำลังพลชุดนี้เป็นกำลังพลชุดพิทักษ์ป่ามหาราช ได้ออกลาดตระเวนในวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา
กระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น.ไปตรวจพบว่ามีกลุ่มบุคคลเข้าไปกางเต้นท์พักแรม ซึ่งจุดที่กางเต้นท์อยู่ในเส้นทางที่ทางกรมอุทยานฯอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้ามาศึกษาเส้นทางทางธรรมชาติได้ เพียงแต่ว่าการพักค้างแรมจะต้องพักอยู่ที่บริเวณที่ทำการจุดพิทักษ์ป่าเท่านั้น จะออกไปกางเต้นท์พักผ่อนตามอัทยาศรัยไม่ได้โดยเด็ดขาด
เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วลาดตระเวนไปพบก็ได้เข้าไปพูดคุยพร้อมกับให้คำแนะนำให้ไปกางเต้นท์พักแรมที่จุดพิทักษ์ป่า แต่การพูดคุยไม่ได้รับการตอบสนองหรือไม่ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มบุคคลดังกล่าว ดังนั้น ทางชุดลาดตระเวนจึงวิทยุแจ้งมาที่หัวหน้าหน่วยให้ทราบ จากนั้นหัวหน้าหน่วยจึงได้รายงานให้ตนทราบตามขั้นตอน
ดังนั้น ตนจึงสั่งการให้รองหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรนำกำลังเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ประจำวันของเจ้าหน้าที่ของเราเพื่อให้เขาเข้าใจและปฏิบัติตามแนวทางที่ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรกำหนด เมื่อไปถึงก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากกลุ่มดังกล่าวเช่นเดิม
เมื่อไม่ได้รับความร่วมมือเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจเดินตรวจสอบพื้นที่โดยรอบบริเวณจุดที่กางเต้นท์ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้เสียงอาวุธปืนดังขึ้น จึงรีบเข้าไปตรวจสอบจุดที่ได้ยินเสียงปืน ปรากฏพบผู้ชายหนึ่งคนกำลังเล็งกระบอกปืนไปที่สัตว์ป่าที่กำลังหากินอยู่บนยอดไม้ เจ้าหน้าที่จึงรีบแจ้งให้หยุดเพื่อรักษาชีวิตของสัตว์ป่าที่กำลังถูกยิงเอาไว้ และได้ควบคุมชายคนดังกล่าวเอาไว้ได้
จากนั้นได้คุมตัวชายดังกล่าวมาสมทบรวมกันกับกลุ่มชายที่กางเต้นท์อยู่และระหว่างทางเดินประกฎว่าเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 20 ตกอยู่ และห่างจากจุดที่พบปลอกกระสุนประมาณ 15 เมตร ก็พบเศษชิ้นเนื้อลักษณะคล้ายกับเครื่องในของสัตว์กองอยู่พร้อมกับถุงใส่เกลือหล่นอยู่จำนวน 2 ห่อ เจ้าหน้าที่ที่พบจึงเกิดเอะใจ เพราะตามปกติแล้วสำหรับเกลือไม่น่าจะมาตกหล่นอยู่ในป่า
เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานได้ว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวน่าจะมีการล่าสัตว์ป่าและเมื่อนำตัวชายดังกล่าวมาถึงเต้นท์เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือจากทุกคนเพื่อขอให้เปิดกระเป๋า รวมทั้งกระติกน้ำแข็งให้เจ้าหน้าที่ดู ผลปรากฏว่าพบซากไก่ฟ้าป้า และเนื้อหมูป่าแช่อยู่ในถังน้ำแข็ง เมื่อพบสิ่งของดังกล่าวจึงเป็นสิ่งแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าเหตุการณ์นั้นเริ่มไม่เป็นปกติแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้พยายามค้นหาสิ่งเทียมประเภทอาวุธปืนว่าจะซุกซ่อนเอาไว้ตรงไหนบ้าง
เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นตัวชายคนที่ถูกจับได้ครั้งแรกพร้อมอาวุธปืน ปรากฎว่าที่กระเป๋ากางเกงมีกระสุนปืนลูกซองจำนวน 2 นัด และเข็มขัดบรรจุกระสุนปืนขนาด .22 คาดอยู่ที่เอวอีกประมาณ 50 กว่านัด ยิ่งพบของกลางมากขึ้นเจ้าหน้าที่ยิ่งเชื่อได้ว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้มีเจตนาไม่ได้มาท่องเที่ยวเพื่อศึกษาเส้นทางทางธรรมชาติ หรือเพื่อมาพักผ่อนอย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจแบ่งกำลังกันออกค้นหาสิ่งผิดกฎหมาย จนกระทั่งพบอาวุธปืนไรเฟิลรวมทั้งอาวุธปืนลูกซองเพิ่มอีก ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่ของเราก็ได้พยายามทำงานอย่างเต็มที่ แต่ด้วยจากช่วงนั้นดึกและมืดแล้ว จึงเป็นอุปสรรคทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานค่อนข้างลำบาก จึงเชิญตัวบุคลทั้งสี่มาที่สำนักงานที่ทำการเขตฯทุ่งใหญ่ เพื่อสอบถามข้อมูลนำไปประกอบการในการร่วมกันพิจารณาว่าจะดำเนินการกับคนกลุ่มนี้ตามกฎหมายได้หรือไม่ อย่างไร
จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น.ของวันที่ 5 ก.พ.เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน ได้เดินทางกลับไปตรวจหาสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติมที่บริเวณกางเต้นท์ ปรากฏพบถุงดำอยู่ 1 ถุงจึงเปิดออกมาดู พบซากหนังเสือดำอยู่ 1 ซาก ซุกซ่อนอยู่ภายใน ห่างไปประมาณ 5 เมตรพบเครื่องกระสุนปืนอยู่ในกระเป๋าที่มีใบไม้ใบหญ้าทับเอาไว้ และห่างไปอีกประมาณ 5 เมตร คราวนี้เจ้าหน้าที่พบถุงอีก 1 ใบ ภายในเป็นเนื้อของเสือดำ หนักประมาณ 20 กิโลกรัม เมื่อได้ของกลางทั้งหมด จึงรวบรวมเอาไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวตามกฎหมาย
ถามว่าชายคนที่ถูกคุมตัวครั้งแรกใช้นายเปรมชัย กรรณสูตร ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแห่งหนึ่งใช่หรือไม่ ซึ่งตรงนี้ขอให้เป็นไปขั้นตอนการพิสูจน์ของพนักงานสอบสวนจะดีกว่า แต่ระหว่างการเข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องหานั้น ครั้งแรกไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีผู้บริหารบริษัทฯ ที่มีชื่อเสียงใหญ่โตมาก่อน เพราะที่ผ่านมาการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้นั้น ส่วนใหญ่จะเกิดความขัดแย้งกับชาวบ้านเท่านั้น ซึ่งความขัดแย้งก็เป็นเพียงแค่ความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะต่างฝ่ายก็ทำหน้าที่ของตนเองเท่านั้น ซึ่งชาวบ้านเองก็จำเป็นต้องพึ่งป่า ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็มีหน้าที่รักษาผืนป่าเอาไว้ เพราะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกก็เป็นมรดกของโลก จึงไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมาเจอคนที่มีชื่อเสียงในระดับนี้
"แต่เมื่อเราจับกุมตัวมาแล้วก็ไม่ได้วิตกหรือเกรงกลัวกลุ่มใดกลุ่มเข้ามากดดันหรือแทรกแซงการทำงาน เพราะที่ผ่านมา นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ก็ได้ให้นโยบายและกล่าวย้ำมาเสมอว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่จะต้องทำด้วยความจริงจัง โดยจะต้องไม่ยอมอ่อนข้อให้กับผู้มีอิทธิพลโดยเด็ดขาด" นายวิเชียร ชินวงษ์ กล่าว
พร้อมกล่าวต่อว่า สำหรับส่วนตัวแล้วไม่ได้มีความหวั่นไหวและเชื่อว่าคณะเจ้าหน้าที่และทีมงานทุกคนก็ต้องการที่จะอยากเห็นภาพนี้ ภาพที่เกิดขึ้น และการทำงานรักษาป่า อย่างน้อยเจ้าหน้าที่ของเราไม่ได้มีการจับกุมเฉพาะชาวบ้านที่กระทำผิดกฎหมายเท่านั้น โดยคนที่มีความพร้อม หรือมีฐานะทางด้านการเงินที่ดี เมื่อพลาดเข้ามากระทำผิด เมื่อถูกเจ้าหน้าที่จับกุม การปฏิบัติก็ต้องเท่าเทียมกันกับชาวบ้านหรือประชาชนทุกคน
สำหรับสภาพความอุดมสมบูรณ์เรื่องสัตว์ที่มีอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรในปัจจุบัน ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์ในระดับ 1 ใน 10 ของประเทศ และที่นี่ถือว่าเป็นผืนป่าผืนใหญ่ เป็นมรดกโลกติดกับเขตรักษาพันสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และมีแนวเขตติดต่อกับอีกหลายอุทยานฯ ซึ่งผืนป่าด้านตะวันตกมีเนื้อที่ประมาณ 11 ล้านไร่เศษ เพราะฉะนั้นสัตว์ป่าจึงมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ซึ่งบางครั้งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เพราะมีสัตว์ป่าบางชนิดเกิดการขยายพันธุ์ขึ้นมา
ในส่วนปริมาณของเสือดำนั้นตนขอใช้คำว่า มีอยู่เป็นจำนวนมาก จะพูดอะไรมากไปกว่านี้ก็ไม่ได้เพราะมันอาจจะกลายเป็นดาบสองคมสำหรับสัตว์ป่า แต่ก็พูดได้เต็มปากว่า เสือดำเสือชนิดที่ถูกยิงนั้นยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ตั้งแต่ตนมารับตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกได้ 16 เดือนก็ไม่เคยเห็นกลุ่มบุคคลที่ถูกจับกุมมาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ด้านนายธรรมรัฐ วงศ์โสภา รักษาการผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) หลังจากเกิดเหตุก็ได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบดูเอกสารในรูปคดีถึงความถูกต้องของข้อกฎหมายว่ามีการอนุญาตเข้าพื้นที่โดยชอบหรือไม่ชอบอย่างไร รวมทั้งข้อกฎหมายที่จะต้องตั้งข้อกล่าวหากับผู้ที่กระทำผิดในครั้งนี้ให้ครบถ้วน ซึ่งเรื่องนี้กรมกรมอุทยานฯ ได้ตระหนักถึงเรื่องการดำเนินคดีเป็นเรื่องสำคัญ และจะต้องให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส่วนเรื่องที่มีการจับกุมบุคคลผู้ที่มีชื่อเสียง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นใครก็จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันเฉกเช่นประชาชนทั่วไป แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ถามว่าเกรงหรือไม่ว่าจะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้ามาแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการจับกุม ก็ได้ตรวจสอบเพื่อหาหลักฐาน ซึ่งก็สามารถยึดได้ทั้งซากสัตว์ป่า รวมทั้งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก และได้ทำบันทึกส่งพนักงานสอบสวนและต่อไปก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องดำเนินการทางด้านกฎหมาย ส่วนเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ จากนี้ไปก็จะมีหน้าที่ติดตามความคืบหน้าผลทางคดี ผลสำนวนส่งถึงอัยการ จากนั้นติดตามผลการตัดสินของศาล และจะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไปเท่านั้น
นายธรรมรัฐ กล่าวต่อแว่า โดยหลักการการเข้าไปภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรนั้นจะต้องมีการยื่นเรื่องเพื่อขออนุญาตไปที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ซึ่งเคสนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีการยื่นขออนุญาตในรูปแบบที่ยังถูกต้อง เพราะยังขาดเอกสารอยู่หลายอย่าง ซึ่งก็ได้มีการพิจารณาในการกำหนดวันเข้าให้ แต่การพิจารณาก็ไม่ทันตามเวลาที่เขาอนุญาต เพราะว่าเอกสารไม่ครบ ดังนั้นจึงไม่ได้มีการเซ็นต์อนุญาตให้เข้าแต่อย่างใด ซึ่งก็ชัดเจนอยู่แล้ว
"บุคคลใดได้รับอนุญาตให้เข้าไป จะต้องเดินทางไปในเส้นทางที่ถูกต้อง ตามที่เขตรักษาพันธุ์ทุ่งใหญ่นเรศวรได้กำหนดเอาไว้ และเมื่อเข้าไปจะต้องแสดงหนังสือการได้รับอนุญาตด้วย ซึ่งจากการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์ฯ ก็ทราบว่าการที่ไปพบกลุ่มบุคคลเหล่านี้ครั้งแรกที่แคมป์พัก พบว่าเป็นจุดที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นเขตที่ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปตั้งแคมป์ เจ้าหน้าที่ก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไป"
นายธรรมรัฐ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนจะมีการลักลอบเข้าไปด้วยตนเองหรือไม่ ตรงนี้จะต้องเข้าไปพิสูจน์ทราบอีกครั้งหนึ่งว่าได้เข้ามาตามเส้นทางที่มีด่านตรวจอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการขยายความจากการจับกุมกลุ่มบุคคลในครั้งนี้ ว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวผู้ล่าสัตว์ชุดนี้ เข้าไปในช่องทางที่ได้รับอนุญาตหรือไม่อย่างไร ส่วนครั้งนี้จะต้องมารับภาระการดำเนินการการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นในเรื่องของการล่าสัตว์ป่าก่อนเป็นอันดับแรก
ส่วนประเด็นการเข้าไปในพื้นที่จะดำเนินการตรวจสอบอีกครั้งในภายหลัง และจนถึงขณะนี้ตนก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มผู้ที่ถูกจับกุมแม้แต่คนเดียว เพราะมันเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน กับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี