วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
สอบอดีตลูกศิษย์
วัดดังรุกที่ส.ป.ก.
‘บิ๊กเต่า’สั่งบก.ป.
จี้ฟันฉ้อโกงปชช.
ผู้การปทส.สอบปากคำ “อดีตแม่ชีพุทธ-สีกามล” อดีตลูกศิษย์ วัดป่าชนะใจ คดีรุกป่าไม้-ที่ดินส.ป.ก.เกี่ยวพัน “พระครูบาชัยวัฒน์” ในพื้นที่ จ.สระบุรี ด้าน “บิ๊กเต่า” สั่งกองปราบฯเอาผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อดีตแม่ชีพุทธ และสีกามล อดีตลูกศิษย์สถานปฏิบัติธรรมวัดป่าชนะใจ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ผู้เสียหาย เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส.เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของสถานปฏิบัติธรรมดังกล่าวซึ่งเกี่ยวพันกับการบุกรุกที่ดินของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง
โดย พล.ต.ต.เอนก กล่าวว่า ในส่วนของ บก.ปทส.จะรับผิดชอบในเรื่องของการบุกรุกที่ ส.ป.ก.หรือพื้นที่ป่า หรือการกระทำความผิดเกี่ยวกับป่าไม้ เป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของ ส.ป.ก.และกรมป่าไม้ ทราบแล้ว ว่าต้องรวบรวมหลักฐานใดมาดำเนินการบ้าง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยนำหลักฐานต่างๆ มาให้ครบถ้วน คาดว่าจะมีการแจ้งความภายในสัปดาห์นี้ สำหรับตำรวจ บก.ปทส.ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานต่างๆ 2 รอบ ทั้งกรมป่าไม้ ส.ป.ก.ผู้แทน ป.ป.ช.และ ปปท.ก่อนจะเปิดปฏิบัติการร่วมในการเข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยได้รับข้อมูลว่ามีพระสงฆ์ บุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก.โดยไม่ได้รับอนุญาต และกว้านซื้อที่ดิน ส.ป.ก.จากชาวบ้าน รวมเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่
ทั้งนี้ ได้มีแยกออกชัดเจน 2 ส่วน คือส่วนที่ 1 เดิมเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ภายหลังกรมป่าไม้ ยกเลิกเป็นพื้นที่ป่าสงวนฯ แล้วมอบพื้นที่ 2,000 กว่าไร่ และพื้นที่ใกล้เคียงให้ ส.ป.ก.ดูแล ในพื้นที่ 2,000 ไร่ ทาง ส.ป.ก.จัดสรรโดยแบ่งให้เกษตรกรทำกินบางส่วนซึ่งเป็นพื้นที่ราบ โดยส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรมสวนป่าชนะใจ ก่อนจะแบ่งเป็นพื้นที่หมู่บ้านอาริยะ
ผบก.ปทส.กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม พื้นที่ทั้งสองเป็นพื้นที่ซึ่ง ส.ป.ก.จัดสรรให้เกษตรกรทำกิน ตนเห็นหลักฐานแล้วว่ามีหลักฐาน มีสัญญาการซื้อขายเป็นเงินหลักล้านบาท ไม่ใช่เป็นเรื่องของการถวาย ซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก.แต่เกษตรกรชาวบ้านที่ได้รับสิทธิจาก ส.ป.ก.ได้นำเอาไปขายต่อให้ทางสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ อีกส่วนหนึ่งเป็นแปลงที่อยู่บนเขา ลักษณะสภาพไม่เหมาะกับการทำเกษตรกรรม เมื่อได้สอบถามกับทาง ส.ป.ก.แล้ว ที่ดินส่วนนี้ไม่ได้มอบหมาย หรือให้สิทธิเกษตรกรทำมาหากิน จึงเป็นที่ ส.ป.ก.ดูแลอยู่ แต่กลับถูกไถเตียน เพื่อทำเป็นลานธรรม เป็นผาชนะใจ ซึ่งไม่ได้เป็นการทำประโยชน์ในเรื่องของเกษตรกรรมใดๆ
พล.ต.ต.เอนก กล่าวว่าโดยหลักการแล้ว ส.ป.ก.ก็จะยึดคืนเพื่อจะจัดให้เกษตรกรรายอื่นต่อไป จากพยานหลักฐานที่เราไปตรวจสอบ พบว่ามีการบุกรุก ส.ป.ก.ตั้งแต่ปี 2566 สำหรับกรณีที่ทนายความของสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ แถลงข่าวเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อ้างว่ากฎหมายใหม่เป็นพระราชบัญญัติ ส.ป.ก.สามารถโอนสิทธิให้กับผู้อื่นได้นั้น ยืนยันว่าทำไม่ได้ เป็นการตีความกฎหมายแบบเลี่ยงบาลี การโอนสิทธิให้ทายาทก็ทำไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นญาติกัน จะอ้างว่าผู้ได้รับสิทธิได้สละสิทธิแล้ว จึงนำไปใช้ประโยชน์อันนี้ไม่ได้ ถ้าสละสิทธิก็ต้องคืน ส.ป.ก.การจะทำประโยชน์ต่อจะต้องได้รับอนุญาตจาก ส.ป.ก.ที่มีการตรวจสอบยืนยัน ซึ่ง ส.ป.ก.ยังไม่ได้มีการอนุญาต
ส่วนเรื่องการฉ้อโกงประชาชน ถ้ามีผู้เสียหาย ผู้ร้องทุกข์คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการถูกชักจูง ถูกหลอกลวงจนหลงเชื่อ หลอกให้ซื้อหรือโอน มีการมอบเงินหรือทรัพย์สินใดๆ ก็ตาม ถือว่าเป็นการฉ้อโกงประชาชนได้ การกระทำดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นการประกาศ โฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย หรือช่องทางต่างๆ เป็นการประกาศให้ประชาชนรู้เป็นทั่วไป ถือว่าเป็นการหลอกลวงประชาชนได้
ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.มอบหมายให้กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เป็นเจ้าภาพ ในเรื่องคดีฉ้อโกงประชาชน ส่วน บก.ปทส.จะดูเรื่องการบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก.และพื้นที่ป่าไม้ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายเกี่ยวกับเรื่อง ส.ป.ก.ทยอยเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปทส.ขณะที่พลเมืองดีซึ่งจะเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการบุกรุกที่ ส.ป.ก.และการดำเนินการในส่วนของสำนักปฏิบัติธรรมวัดป่าชนะใจ
วันเดียวกัน สีกามล ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นอดีตลูกศิษย์สำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าว เปิดเผยว่าได้มีโอกาสเข้าไปในสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ประมาณ 8 เดือน เนื่องจากมีอาชีพรับจ้างสร้างบ้านน็อกดาวน์ แล้วได้รับการติดต่อจากพระครูบาชัยวัฒน์ เจ้าสำนักฯ ให้ช่วยสร้างบ้านพัก 17 หลัง โดยสร้างเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งทางพระให้ตนออกค่าใช้จ่ายล่วงหน้าบางส่วนไปก่อน แต่เมื่อสร้างเสร็จกลับไม่ได้รับเงินค่าว่าจ้างในการสร้าง โดยอ้างว่ามีการสร้างผิดสเปคไม่ตรงกับแบบที่ตกลงไว้ ก่อนจะถูกบีบให้ออกมาจากสำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าว
ส่วน อดีตสีกาพุทธซึ่งเคยไปออกรายการทีวีช่องดัง ระบุว่า ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในส่วนที่ถูกหลอกให้ซื้อบ้านและที่ดิน รวมมูลค่า 300,000 บาท และยังมีการบริจาคเงินอีกหลายครั้ง รวมทั้งสิ้นเกือบ 5 ล้านบาท ก่อนจะถูกบีบให้ออกจากสำนักปฏิบัติธรรมฯ เพราะเงินเก็บหมด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี