วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569
17 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.มอบอำนาจให้ นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 326, 328, 332 ศาลรับคดีไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำ อ.1025/2569 และนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 20 กรกฎาคม นี้ เวลา 09.00 น.
นายสัญญาภัชระ ทนายความ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า นายตำรวจท่านนี้ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนผ่านช่อง YouTube และรายการโทรทัศน์ต่างๆ ให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบ เมื่อวันที่ 20 มกราคม และวันที่ 30 มกราคม ทำนองว่าโจทก์ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตบลูกน้องยศ พ.ต.ท. และมีลูกน้องคนถูกทำร้ายจิตใจทำให้กลายเป็นซึมเศร้า นอกจากนี้ มีลูกน้องอีกหลายคนซึ่งตนไม่แน่ใจว่าหมายถึงลูกน้องทั้ง 17 คนหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบรายงานแพทย์ต่างๆ ไม่พบข้อเท็จจริงตามที่นายตำรวจท่านนี้ให้สัมภาษณ์ การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวจึงเป็นการใส่ความ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โจทก์ผ่านการบันทึกภาพ กระจายภาพกระจายเสียง เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ ทำให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง มองว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านนี้ไม่ควรมาให้สัมภาษณ์ในข้อเท็จจริงที่ไม่เป็นความจริง จึงนำเรื่องมายื่นฟ้องต่อศาล ให้ศาลพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของลูกน้องทั้ง 17 คน มีการแจ้งความหรือฟ้องดำเนินคดีกับตัว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือไม่ ทนายความบิ๊กโจ๊ก กล่าวว่า ตนทราบจากข่าวเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทั้งนี้ จากการปรึกษากับทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แล้วเห็นว่า หากมีการแจ้งความดำเนินคดี หากสิ่งที่เขาแจ้งความมันเป็นเรื่องจริงและพิสูจน์ได้ ทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการ แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่จริงและการนำไปแจ้งความหรือเป็นพยานในคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องท่าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมจะดำเนินคดีกับทุกคน เพราะท่านก็ต้องรักษาชื่อเสียงของท่านเช่นกัน
นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ที่สำคัญในคดีนี้ มีการอ้างว่าเหตุเกิดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 หากไล่ดูไทม์ไลน์แล้วขณะนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็น ผบก.สปพ. ส่วน พ.ต.ท.นายนั้น เป็นสารวัตรสืบสวน สน.พญาไท อยู่คนละสายงานกัน ไม่มีทางมาบรรจบกันได้ และเพิ่งมีการแจ้งความกล่าวโทษเมื่อมกราคม 2569 ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงทำไมถึงปล่อยให้ล่วงเลยมาถึง 9 ปี เพราะที่ผ่านมาก็ยังเคยทำงานร่วมกันอยู่ แล้วมีความเจริญเติบโตในหน้าที่การงานด้วยซ้ำ มองว่าน่าจะมีนัยยะสำคัญอะไรสักอย่างที่นำมาสู่การแจ้งความทั้งที่เหตุการณ์ล่วงเลยมาถึง 9 ปีแล้ว
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี