วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
6 กรกฎาคม 2569 ที่ศาลฎีกา สนามหลวง คณะกรรมการไต่สวนอิสระ ที่ตั้งขึ้นโดยประธานศาลฎีกา ได้นัด นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) , พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. , นายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช.ในขณะนั้น , นายสุรสิทธิ์ พลเรือนคนขับรถของนายเอกวิทย์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 - 4 ความผิดเกี่ยวกับปฎิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีที่นายเอกวิทย์ เรียกรับสินบนทองคำ 246 บาท จาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.ที่ถูก ป.ป.ช.ไต่สวนคดีรับผลประโยชน์จากเว็บพนันออนไลน์
โดยวันนี้ ผู้สื่อข่าวหลายสำนักมาปักหลักรอทำข่าวที่จุดอนุญาตด้านหลังบริเวณคลองหลอด แต่ไม่พบผู้ถูกกล่าวหา โดยมีรายงานว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้ประตูของศาลฎีกาอื่นในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา
มีรายงานว่า องค์คณะกรรมการไต่สวนอิสระได้ใช้พื้นที่ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นห้องไต่สวน ซึ่งห้องดังกล่าวไม่ได้เป็นห้องที่เป็นบัลลังก์พิจารณาคดี
องค์คณะผู้ไต่สวนอิสระ จะทำหน้าที่เปรียบเสมือนเช่น พนักงานสอบสวนทำการซักถามผู้ถูกกล่าวหาด้วยตนเอง โดยการเเจ้งข้อหาเเละไต่สวน จะมีการเรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้าชี้แจงในห้องที่มีการจัดที่นั่งเป็นรูปตัวU เเละที่นั่งของผู้ถูกกล่าวหาตั้ง อยู่ข้างหน้า เป็นที่นั่งมีไมค์ 4 ตัว คอยตอบคำถามการไต่สวน
สำหรับกระบวนการเเจ้งข้อหา และการไต่สวนในวันนี้จะเป็นกระบวนการลับ ไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลต่อสื่อมวลชน
โดยองค์คณะเเต่ละคนล้วนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญด้านกฎหมายเเละมีความอาวุโสจนได้รับการยอม รับเเละถูกรับเลือกเข้ามาเป็นคณะกรรมการไต่สวน อิสระ ซึ่งมีระดับไม่น้อยกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา
โดยจะมีการแจ้งข้อหาพร้อมไต่สวนถ้อยคำด้วยตนเอง เรียกว่าแทบจะไม่ต่างจากการไต่สวนในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มีความเข้มข้นและกดดันจากภูมิความรู้ของผู้ไต่สวน
โดยหลายฝ่ายมองว่าหากผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้แสดงพยานหลักฐาน เชิงประจักษ์จนสิ้นสงสัย เกรงกว่าสุดท้ายแล้วผลการสอบสวนและมติว่าจะชี้มูลหรือไม่มีโอกาสจะออกมาในทางลบค่อนข้างสูง
สำหรับคดีสินบนคำ สืบเนื่องมาจากคดีเว็บพนันออนไลน์ที่บิ๊กโจ๊กถูกกล่าวหา ทางฝ่ายสืบสวน (บก.ปปป.) ได้สืบทราบข้อมูลและหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับประเด็น "เคลียร์คดี" ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้สำนวนคดีเว็บพนันหลุดพ้นไป ต่อมาจึวมีการพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่า มีการนำทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 246 บาท ไปมอบให้เพื่อเป็นสินบนแก่ นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช.ที่กำกับดูแลหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาสำนวนคดีในขณะนั้น
โดยทางสอบสวนมีการรวบรวมสำนวนส่งต่อให้อัยการพิจารณาฟ้องร้องในความผิดฐานให้และรับสินบน รวมถึงปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มาตรา 157
ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันในความบริสุทธิ์และปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยให้ทนายความดำเนินการสู้คดีตามกระบวนการ และโต้แย้งขั้นตอนการทำสำนวนของตำรวจเเต่คดีนี้มี นายเอกวิทย์ กรรมการ ป.ป.ช.ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ารับสินบนเสียเอง ป.ป.ช.จึงไม่สามารถใช้อำนาจไต่สวนได้ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญได้ให้อำนาจประธานศาลฎีกาในการตั้งผู้ไต่สวนอิสระ
ต่อมาเวลา 11.55 น. นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เดินทางออกจากศาลฎีกาบริเวณประตูด้านหน้าติดสนามหลวง โดยระหว่างที่รอรถมารับ ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกน ถามเกี่ยวกับเรื่องที่โดนแจ้งข้อหาเเละไต่สวนวันนี้ นายเอกวิทย์ไม่ได้ตอบคำถาม ได้แต่อมยิ้มเล็กน้อย
สำหรับผู้ไต่สวนอิสระ 9 คน ประกอบด้วย 1. นายชวลิต อิศรเดช รองประธานศาลฎีกาเป็นประธานคณะผู้ไต่สวนอิสระ 2. นายเผดิม เพ็ชรกูล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 3.นายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา 4. นายสาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 5. นายอดิศร ไชยคุปต์ รองอัยการสูงสุด 6. นายสัญจัย จันทร์ผ่อง รองอัยการสูงสุด 7. ศ.ไผทชิต เอกจริยกร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 8. ศ.ศักดา ธนิตกุล อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 9. ศ.พิเศษวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี