542.jpg
ศาลรับฟ้องคดี บิ๊กโจ๊ก ฟ้อง พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปมให้สัมภาษณ์ทำร้ายร่างกายลูกน้อง

ศาลรับฟ้องคดี บิ๊กโจ๊ก ฟ้อง พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปมให้สัมภาษณ์ทำร้ายร่างกายลูกน้อง

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.30 น.

ศาลรับฟ้องคดี บิ๊กโจ๊ก ฟ้อง หมิ่นอดีตลูกน้องคนสนิท ปมให้สัมฯทำร้ายร่างกายลูกน้องหลายรายการ ศาลนัดตรวจหลักฐาน 20 เมษายน ปีหน้า

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟัองคดีหมายเลขดำ อ.107/2569 ที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผบ.ตร.เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 อดีตลูกน้องคนสนิท เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328


กรณีที่จำเลยให้สัมภาษณ์ผ่านหลายรายการโทรทัศน์หลายรายการทำนองว่า โจทก์ทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชาหลายครั้งหลายหนได้รับบาดเจ็บ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คำให้สัมภาษณ์ของจำเลยที่ปรากฏในรายการโทรทัศน์ ได้แก่ “กรรมกรคุยข่าวนอกจอ”, “ถกไม่เถียง” และ “จับตาประเทศไทย” ซึ่งมีเนื้อหาในทำนองว่ามีผู้บังคับบัญชาทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชา บิดเบือนข้อเท็จจริง และโยนความผิดให้ลูกน้อง โดยในบางรายการจำเลยระบุชัดว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถูกกระทำคือ พ.ต.ท.
คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตลูกน้องคนสนิทคนหนึ่งของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และอ้างว่าเคยเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยตนเอง 2 ครั้ง

แม้คำให้สัมภาษณ์จะไม่ได้ระบุชื่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดยตรง แต่ศาลเห็นว่า เมื่อพิจารณาประกอบกับบริบทของคำถามจากผู้ดำเนินรายการและเนื้อหาการตอบ ย่อมทำให้ผู้รับชมและผู้รับฟังเข้าใจได้ว่าบุคคลที่จำเลยกล่าวอ้างถึงหมายถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “บิ๊กโจ๊ก” หรือ “รองโจ๊ก”การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นผู้ทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชาและโยนความผิดให้ลูกน้อง ไม่ว่าข้อความดังกล่าวจะเป็นความจริงหรือไม่ การเผยแพร่ต่อสาธารณะย่อมทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์เป็นผู้บังคับบัญชาที่ไม่ดี ขาดศีลธรรม กระทำผิดกฎหมาย และส่งผลให้เสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังได้

ศาลพิเคราะห์ พยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเห็นว่า เบื้องต้นพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักเพียงพอรับฟังได้ คดีมีมูล จึงมีคำสั่งประทับฟ้องคดีไว้พิจารณา และนัดคู่ความทั้งสองฝ่ายตรวจพยานหลักฐานและสืบพยานต่อไปในวันที่ 20 เมษายน 2570.

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top