วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
"บิ๊กโจ๊ก"รับทราบข้อหาคดีสินบนทองคำ เตรียมชี้แจงเป็นหนังสือ 5 สิงหาคม ก่อนคณะไต่สวนอิสระนัดไต่สวนนัดแรก 27 สิงหาคม ทนายจวกเป็นคดีประวัติศาสตร์ แต่ทำคดีแบบลักลั่น มูลเหตุเดียวกันดำเนินคดี 2 ที่
6 กรกฎาคม 2569 ที่ศาลฎีกา สนามหลวง คณะกรรมการไต่สวนอิสระ ที่ตั้งขึ้นโดยประธานศาลฎีกา ได้นัด นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) , พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. , นายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช.ในขณะนั้น , นายสุรสิทธิ์ พลเรือนคนขับรถของนายเอกวิทย์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 - 4 ความผิดเกี่ยวกับปฎิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีที่นายเอกวิทย์ เรียกรับสินบนทองคำ 246 บาท จาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.ที่ถูก ป.ป.ช.ไต่สวนคดีรับผลประโยชน์จากเว็บพนันออนไลน์ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : จ่อแจ้งข้อหา บิ๊กโจ๊ก-เอกวิทย์ คดีสินบนทองคำ 246 บาท)
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.20 น.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.หรือ บิ๊กโจ๊ก และ นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ ได้ออกจากอาคารศาลฎีกา โดยบิ๊กโจ๊กเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับกล่าวว่า รายละเอียดจะให้ทนายความสัมภาษณ์
ด้าน นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาศาล เพราะผู้ไต่สวนอิสระมีหนังสือให้มารับทราบข้อกล่าวหาว่า ทุจริตฯ ประพฤติมิชอบเรื่องสินบนทองคำ ซึ่งคณะผู้ไต่สวนได้แจ้งพฤติการณ์ในคดีต่างๆ ให้รับทราบ ซึ่งถือเป็นการแจ้งพฤติกรรมครั้งแรกอย่างเป็นทางการ เพราะก่อนหน้านี้มีเพียงข้อมูลจากสื่อมวลชนที่นำเสนอเท่านั้น ซึ่งบางเรื่องเราก็ได้รับทราบครั้งแรก หลังจากนี้ตนจะยื่นหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งในวันที่ 5 สิงหาคม ประกอบกับการชี้แจงด้วยวาจาด้วย ซึ่งองค์คณะผู้ไต่สวนอิสระได้นัดไต่สวนครั้งแรกวันที่ 27 สิงหาคม นี้ ส่วนที่วันนี้ที่ใช้เวลานาน เพราะบิ๊กโจ๊ก ใช้เวลาในการอธิบายเรื่องที่ถูกเเจ้งข้อหาให้คณะกรรมการไต่สวนอิสระรับทราบ
สำหรับคดีนี้เราสู้มาแต่แรกว่า การดำเนินคดีเป็นอำนาจของคณะกรรมการไต่สวนอิสระ ไม่ใช่อำนาจของ ป.ป.ช.หรือพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจที่เป็นคู่กรณี แต่ปัญหาคือคดีนี้ที่มาจากมูลเหตุเดียวกัน ทางตำรวจได้มีการส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริต และมีการร้องไปยังสภา ส่งเรื่องต่อไปยังประธานศาลฎีกา จนตั้งองค์คณะอิสระทั้ง 9 คนขึ้นมา ซึ่งตนมองว่าเป็นความลักลั่น คดีเดียวกันมีการดำเนินคดี 2 ที่ ทั้งที่เป็นคดีประวัติศาสตร์คดีแรก แต่เมื่อเริ่มดำเนินการกลับไม่มีมาตรฐาน แล้วต่อไปหากมีกรณีแบบนี้เป็นเคสที่ 2 จะทำอย่างไร การดำเนินคดีสองที่ จะเป็นภาระของผู้ถูกกล่าวหาว่าไม่รู้ว่าจะต่อสู้คดีตรงไหนกันแน่
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวคณะผู้ไต่สวนอิสระ แจ้งข้อกล่าวหาด้วยมติ 9 ต่อ 0 จะเป็นสารตั้งต้นที่ทำให้เป็นผลลบในการต่อสู้คดีของบิ๊กโจ๊กในอนาคตหรือไม่ นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ที่ผ่านมาบิ๊กโจ๊กไม่เคยได้ชี้แจง รวมถึงไม่ได้ตอบโต้ผ่านทางโซเชียล และต่อสู้ในขบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นไม่ควรด่วนสรุป แต่ยอมรับว่ารายละเอียดที่โดนแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับพฤติกรรมบางส่วนเป็นไปตามที่สื่อนำเสนอจริง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม บิ๊กโจ๊กก็ยังคงปฏิเสธตั้งแต่แรกว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้สินบน แต่ขอไม่ลงรายละเอียด เพราะกระทบรูปคดี
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี