546.jpg
กรมชลฯสั่งปล่อยน้ำเพิ่ม  เร่งผลักดันลง‘เจ้าพระยา’  ชุบชีวิตนาข้าว2.5แสนไร่

กรมชลฯสั่งปล่อยน้ำเพิ่ม เร่งผลักดันลง‘เจ้าพระยา’ ชุบชีวิตนาข้าว2.5แสนไร่

วันศุกร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

 

กรมชลฯเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลลงลุ่มเจ้าพระยาช่วยนาข้าวภาคกลาง 2.5 แสนไร่ คาดน้ำถึงหน้าเขื่อนเจ้าพระยา 28 กรกฎาคม พร้อมดึงน้ำลุ่มแม่กลอง-ท่าจีน อัดเข้าระบบชลประทานอีกระลอก ขณะที่ลพบุรีระดมเครื่องสูบน้ำใส่นาเกือบหมื่นไร่ต่อชีวิตเกษตรกร 3 อำเภอ ผู้ว่าฯพิจิตรสขอผันน้ำจากน้ำปิงช่วย 4 อำเภอ เล็งขอเจาะบ่อบาดาลเพิ่ม พร้อมระดมรถแจกน้ำชาวบ้าน


เมื่อวันที่ 25กรกฎาคม นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า ขณะนี้เขื่อนภูมิพลเพิ่มการระบายน้ำจากวันละ 23 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ. ม.)เป็น 25 ล้าน ลบ. ม. อีกทั้ง กรมได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดท้ายเขื่อน ได้แก่ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตรและสุโขทัย ให้ขอความร่วมมือองค์การบริหารส่วนตำบลหยุดสูบน้ำจากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าริมแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านรวม 400 สถานีเป็นเวลา 3 วัน เรียกว่าเป็นการกระแทกน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยา ผันมาช่วยพื้นที่นาข้าวลุ่มเจ้าพระยา ตามข้อสั่งการของนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้น้ำที่ไหลลงมาบรรจบที่แม่น้ำเจ้าพระยาที่จ.นครสวรรค์มีระดับสูงขึ้น

ผันน้ำลงเจ้าพระยาช่วย2.5แสนไร่

ทั้งนี้ ปริมาณการระบายน้ำที่ปรับเพิ่มขึ้นจะไหลมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาทวันที่ 28 กรกฎาคมทำให้น้ำหน้าเขื่อนสูงขึ้นตามไปด้วย ล่าสุดน้ำหน้าเขื่อนอยู่ที่ 14.19 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (เมตร รทก.) โดยระดับที่เหมาะสมอยู่ที่ 15 เมตร รทก.ขึ้นไปทำให้การทดน้ำเข้าระบบชลประทานทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะนี้ระดับน้ำหน้าเขื่อนต่ำลง ส่งผลให้น้ำไหลเข้าคลองส่งน้ำน้อยลง โดยเฉพาะคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง (คลอง มอ.) ซึ่งยาวถึง 104 กิโลเมตร ตั้งแต่อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาทถึงอ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พื้นที่เกษตร 250,000 ไร่เสี่ยงจะเสียหาย จึงติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 2 ชุดเพิ่มความเร็วของน้ำบริเวณท้ายประตูระบายน้ำพลเทพ กม.ที่ 22 และติดตั้งเครื่องสูบ 2 เครื่อง สูบน้ำจากห้วยโตนดลงคลองมะขามเฒ่า-กระเสียว(คลอง มก.)อีก 4 เครื่องสูบน้ำจากบึงกระจับลงคลอง มก. และยังสูบน้ำจากปลายคลอง มก. บริเวณ กม.ที่ 47 ลงคลอง มอ. ด้วยเครื่องสูบน้ำ 6 เครื่อง พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าอีก 2 เครื่องที่ปลายสถานีสูบน้ำบางคณฑี บริเวณกม.ที่ 99 คาดว่าจะทำให้น้ำในคลอง มอ. เพิ่มขึ้น 3.38 ลบ.ม./วินาที

ดึงน้ำแม่กลอง-ท่าจีนเข้าระบบ

นายสุรชาติกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมาเสริมลุ่มน้ำท่าจีนผ่านคลองจรเข้สามพันส่งน้ำเข้าคลอง ร. 9 ที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรีคาดว่า จะเพิ่มปริมาณน้ำได้อีก 1.4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเพื่อให้สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เกษตรอย่างทั่วถึง สำหรับการส่งน้ำใช้ระบบจัดรอบเวรให้สูบเป็นกำหนดเป็นวันและชั่วโมงขึ้นกับขนาดของคลองส่งน้ำและพื้นที่รับน้ำซึ่งขณะนี้น้ำที่เกษตรกรสูบได้ตามรอบเวรบางพื้นที่ยังไม่เพียงพอ แต่เมื่อน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยายกระดับสูงขึ้นจะทำให้น้ำเข้าสู่ระบบชลประทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สถานการณ์ภัยแล้งจะดีขึ้นในเร็ววันนี้

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้สรุปปริมาณการระบายน้ำของเขื่อนหลัก 4 เขื่อนลุ่มเจ้าพระยา ดังนี้ เขื่อนภูมิพลระบายน้ำวันละ 25 ล้านลบ.ม.เพิ่มขึ้น 2 ล้านลบ.ม.และเขื่อนสิริกิติ์ระบายวันละ 19.98ล้านลบ.ม.เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนระบายวันละ 2.16 ล้านลบ.ม. ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จากเดิมระบายวันละ 700,000 ล้านลบ. ม.กำลังพิจารณาทยอยปรับลดการระบายลง เนื่องจากเริ่มมีฝนตกในพื้นที่ด้านท้ายน้ำช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่เกษตร คาดว่า จะทำให้สถานการณ์น้ำของเขื่อน ซึ่งขณะนี้มีน้ำใช้การได้เพียงร้อยละ 4 ดีขึ้น

เร่งสูบน้ำช่วยข้าวลพบุรี7พันไร่

ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ นายกฤษฎา ศรีเพิ่มพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณลดน้อยลงมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บเพียง 40.69 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 4.24% ซึ่งปัจจุบันยังระบายน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนวันละ 0.69 ล้านลบ.ม.ต่อวัน และใช้อุปโภค บริโภค อย่างไรก็ตาม ทางโครงการฯรับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรใน 3 อำเภอคือ โคกเจริญ สระโบสถ์ โคกสำโรงให้ช่วยเหลือพื้นที่ปลูกข้าวจำนวนมากและกำลังขาดแคลนน้ำและยืนต้นตาย 7,145 ไร่ ทางเขื่อนป่าสักจึงต้องช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการขุดคลองชักน้ำสูบ มายังสถานีสูบน้ำไฟฟ้ามะกอกหวาน สูบน้ำส่งไปยังสระพักน้ำ 6 แห่งช่วยพื้นที่การเกษตรดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นมา ปัจจุบันระดับน้ำต่ำกว่าคลองชักน้ำ จึงเพิ่มการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 4 เครื่อง อัตราการสูบวันละ 48,000 ลบ.ม.สูบน้ำเข้าคลองชักน้ำไปยังสถานีสูบน้ำต่อเนื่อ งเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรระยะเร่งด่วนและลดการเสียหายของนาข้าว พิจิตรแจกน้ำวันละ1.6หมื่นล.

ที่จ.พิจิตรผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย เทศบาลตำบลไผ่รอบ นำรถบรรทุกน้ำขนาด 8,000 ลิตรเติมน้ำเข้าระบบประปาหมู่บ้าน ของหมู่ที่ 6 ต.ไผ่รอบ อ.โพธิ์ประทับช้าง ที่ประสบปัญหาไม่มีน้ำ เนื่องจากบ่อบาดาล แหล่งน้ำของประปาหมู่บ้านระดับน้ำใต้ดินลดลงจนไม่สามารถสูบขึ้นมาได้ ทำให้ชาวบ้านไม่มีน้ำใช้อุปโภคบริโภค โดยมีการแจกน้ำวันละ 2 รอบ รวม 16,000 ลิตร พร้อมประสานงานสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 7 จ.กำแพงเพชร เพื่อจัดสรรงบประมาณเจาะบ่อบาดาลแห่งใหม่ที่ลึกกว่าเดิม หาน้ำต้นทุนผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน

ผันน้ำจากน้ำปิงต่อชีวิตชาวนา

ขณะที่นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นำเจ้าหน้าที่ติดตามการระบายน้ำจากแม่น้ำปิง ตามระบบชลประทานของจังหวัดกำแพงเพชรสู่คลองธรรมชาติ เพื่อกระจายมวลน้ำลงพื้นที่การเกษตร บริเวณประตูระบายน้ำบ้านป่าแซง หมู่ 3 ต.หนองโสน อ.สามง่าม และบริเวณประตูน้ำกำนันคิด หมู่ 14 ต.ทุ่งใหญ่ อ.โพธิ์ประทับช้าง ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง หลังประสานขอน้ำจากสำนักชลประทานที่ 4 จ.กำแพงเพชรส่งน้ำมาช่วยกรณีพิเศษ ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำยม อ.สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และโพทะเล โดยผันมวลน้ำได้ในปริมาณ 22 ลบ.ม.ต่อวินาที บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรจ.พิจิตรได้ระดับหนึ่ง

ด่านซ้ายใช้น้ำภูเขาบรรเทาแล้ง

ที่จ.เลย ชาวบ้านหลายหมู่บ้าน ในอ.ด่านซ้าย นำภาชนะไปเติมน้ำจากก๊อกน้ำ ในหมู่บ้านหัวนาแหลม หมู่ 9 ต.นาหอ ไปใช้อุปโภคบริโภค หลังประสบภัยแล้งไม่มีน้ำประปาใช้ สอบถามชาวบ้านทราบว่า น้ำที่ไหลจากก๊อกดังกล่าว เป็นน้ำต่อจากธารน้ำท้ายหมู่บ้าน ที่ต่อท่อมาจากภูเบี้ย ซึ่งเมื่อ 100 ปีก่อนคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ใช้น้ำจากธารน้ำดังกล่าวที่ไหลมายังหมู่บ้าน แต่หลังบ้านเมืองพัฒนาขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศ ชาวบ้านหลายหมู่บ้านก็ยังใช้น้ำจากแหล่งน้ำดังกล่าว เพื่อการอุปโภคบริโภคอยู่ เพราะปลอดภัย เนื่องจากเป็นน้ำธรรมชาติที่มาจากภูเขา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top