วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
ผ่านพ้นไปแล้วกับ“ค่ายวิศวะไฟฟ้า E-Camp” ซึ่งจัดโดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ชมรม Electronics ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (วิทยาเขตศาลายา) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมได้สัมผัสกับงานด้านวิศวกรรมไฟฟ้ามากขึ้นทั้งในทางทฤษฎีและปฏิบัติ
นายศุภณัฐ วงศ์มิตรไมตรี นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ประธานชมรมอิเล็กทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า กิจกรรม E-Camp วิศวะมหิดล จัดต่อเนื่องตลอดมาเป็นปีที่ 19 แล้ว โดยปีนี้เปิดรับสมัครน้องๆ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จาก 50 โรงเรียนในกรุงเทพฯ และจากต่างจังหวัดทั่วประเทศ รวม 120 คน ผ่านการคัดเลือก จำนวน 60 คน โครงการมุ่งเน้นให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้น้องเยาวชนนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและการเลือกศึกษาต่อในอนาคตด้วย ระยะเวลาค่าย 4 วัน 3 คืน
สำหรับกิจกรรม “วันแรก” มีการถ่ายทอดความรู้ เรื่องไฟฟ้ารอบตัว จากนั้นไปที่แล็บไฟฟ้าเพื่อเรียนรู้เรื่องวงจรการต่อหลอดไฟ แล้วจับกลุ่มแบ่งทีมเพื่อทำความรู้จักกัน “วันที่สอง” เป็นกิจกรรมเรียนรู้เรื่องวงจรไฟฟ้า (Circuit) และดิจิทัล จากนั้นลงมือปฏิบัติต่อแบบวงจรที่ดิจิทัลแล็บ “วันที่สาม” ทีมพาน้องๆ เดินทางไปซื้ออุปกรณ์แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ย่านบ้านหม้อ อันเป็นพื้นที่จำหน่ายอะไหล่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แหล่งใหญ่ของกรุงเทพฯ ช่วงบ่ายกลับมาบัดกรีวงจรไฟฟ้า
และ “วันสุดท้าย” เป็นการเรียนรู้คิดไบรท์ (Kidbright) ซึ่งเป็นบอร์ดสมองกลฝังตัวประกอบด้วย เซ็นเซอร์พื้นฐาน มีจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ มีลำโพง สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย นับเป็นบอร์ดวงจรที่พัฒนาขึ้นเพื่อกระตุ้นศักยภาพการคิดเชิงระบบและการคิดเชิงสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสันทนาการ ซึ่งในการทำกิจกรรมแต่ละหัวข้อ มีพี่ๆ นักศึกษาวิศวะมหิดล 60 คน ประกบน้องๆแบบ 1 ต่อ 1 อย่างใกล้ชิด ทำให้น้องๆ ได้เรียนรู้อย่างเต็มที่อย่างเป็นกันเอง
ขณะที่ ด.ญ.พรอิง สิริพิทยาวงศ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กล่าวว่า เทคโนโลยีไฟฟ้ามีความสำคัญต่อประเทศ เป็นพลังงานหล่อเลี้ยงชีวิต ธุรกิจอุตสาหกรรม ทั้งนี้ปกติจะติดตามข่าวสารด้านวิศวกรรม นวัตกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอด จึงรู้สึกดีใจที่ตนได้รับการคัดเลือกเข้าร่วม ในโครงการ E-Camp เพราะมาแล้วได้รับความรู้ใหม่ๆ ที่ในห้องเรียนไม่ได้สอนและได้ลงมือทำ ได้เจอเพื่อนๆ จากหลายโรงเรียน มีพี่ๆ วิศวะมหิดลคอยให้คำแนะนำ ที่สำคัญได้ค้นหาศักยภาพของตนเอง เป็นการหาคำตอบให้ตัวเองด้วยว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ชอบจริงๆ
เช่นเดียวกับ ด.ช.รัชพล ช่วยไธสง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อีกรายที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า สิ่งที่ชอบที่สุดคือการได้ลองต่อวงจรหลอดไฟเพราะทำให้รู้สึกทึ่งว่าตนเองก็ทำได้ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีความรู้ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์มาก่อน โดยมีพี่ๆ นักศึกษาช่วยให้คำแนะนำ การได้มาเข้าค่ายครั้งนี้ทำให้มีมุมมองใหม่ๆ รู้สึกว่าโลกนี้มีหลากสีสันที่น่าสนใจและไม่ได้ยากอย่างที่คิด พร้อมกับได้รับความรู้และประสบการณ์ที่ดี ทั้งนี้ตนเชื่อว่าเด็กไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปไกล เพียงแต่ขาดโอกาสที่จะเข้าถึง และกิจกรรมนี้ช่วยเปิดโลกแห่งการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้
ด้าน ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันทิศทางการพัฒนาของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งความก้าวหน้าของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาระบบสารสนเทศต่างๆ ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีการส่งเสริมด้านการศึกษาเพื่อเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21
จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่โรงเรียนกับอุดมศึกษาจะต้องมีการเชื่อมต่อกัน พร้อมทั้งร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ ร่วมกันผลักดันการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาของเยาวชนให้เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกวันนี้และอนาคต ผนึกกำลังในการพัฒนาคนไทยคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศในบริบทโลก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี