วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
ยังเป็นอีกสัปดาห์ที่คนไทยจะต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ คนไทยทุกคนต้องตระหนักถึงมหันตภัยจากเชื้อไวรัส COVID-19 และร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการที่ภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อกำจัดเชื้อไวรัสนี้ให้หมดไปจากประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราในเร็ววัน
มาตรการที่กำหนดให้ทุกคนอยู่บ้านเป็นระยะเวลานานๆ อาจประสบปัญหาบ้าง โดยเฉพาะข้อกังวลเกี่ยวกับข้าวปลาอาหารที่จะนำมาบริโภคในครัวเรือน หลายๆ ครอบครัวในสังคมเมืองก็ต้องปรับตัวประกอบอาหารรับประทานกันเอง จากเดิมที่บริโภคอาหารจากนอกบ้าน ใน social media ต่างๆ จึงมักเห็นจานอาหารจากผู้คนในsocial post ภาพแข่งกันไปมา เห็นแล้วก็น่ารักอีกแบบหนึ่ง ทักษะการทำอาหารของแต่คนเป็นอย่างไรก็มีโอกาสแสดงออกกันในครั้งนี้ พร้อมกับคำถามว่า หลังพ้นระยะอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ น้ำหนักของแต่ละคนจะเพิ่มขึ้นกันอีกเท่าไหร่ คงต้องมาคอยลุ้นกันต่อ
หากจะกล่าวถึงเรื่องข้าวปลาอาหาร แน่นอนว่าคนไทยหรือคนในแถบทวีปเอเชีย ส่วนใหญ่รับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตและแหล่งพลังงานที่สำคัญ ซึ่งประเทศไทยของเราครองแชมป์การส่งออกข้าวของโลกมาอย่างต่อเนื่องมีขยับอันดับลงมาบ้าง แต่ก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เนื่องจากเราสามารถผลิตข้าวได้มากกว่าความต้องการบริโภคในประเทศถึง 2 เท่า ทำให้เราต้องระบายผลผลิตส่วนเกินออกไปจำหน่ายในตลาดโลกเพื่อหารายได้เข้าประเทศ แม้ว่าระยะหลังประเทศคู่แข่งเช่นเวียดนามจะใช้กลยุทธทางด้านราคามาแย่งชิงตลาดของเราไปได้ แต่ก็ยังไม่สามารถเบียดประเทศไทยให้หายไปจากตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จแต่อย่างใด เพราะในแง่คุณภาพแล้ว ข้าวจากประเทศไทยยังพอจะเป็นจุดแข็งได้
ในช่วงวิกฤติ COVID-19 อยู่ดีๆ เวียดนามก็ประกาศงดส่งออกข้าวไปทุกตลาด ทำให้เกิดภาวะชะงักงันขึ้นในวงการค้าข้าว ผู้นำเข้า ผู้ส่งออกไม่เว้นแม้แต่ผู้ส่งออกของไทยก็เช่นกัน ต่างก็เกิดความงุนงงสงสัย ปรับตัวกันแทบไม่ทัน เมื่อเวียดนามประกาศหยุดส่งออกข้าวกะทันหัน แน่นอนว่าตลาดยังมีความต้องการแต่ supply ขาดหายไป ดังนั้นราคาจึงดีดขึ้นไปตามกลไกของตลาด เมื่อราคาในต่างประเทศถีบตัวสูงขึ้นราคาข้าวในประเทศย่อมขยับสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้หลายคนโดยเฉพาะโรงสีออกมาให้ข่าวอย่างแช่มชื่นว่าราคาข้าวพุ่งสูงขึ้นมีผลดีต่อชาวนา อยากให้ใช้โอกาสนี้ ส่งออกข้าวให้มากขึ้น เพราะอีกไม่นานข้าวนาปรังก็จะออกมาสู่ตลาด
จากสถานการณ์ดังกล่าว ชวนให้คิดว่าทำไมเวียดนามจึงประกาศงดส่งออกข้าวทุกตลาด ทั้งที่ตลาดโลกยังมีความต้องการอยู่มาก ผลกระทบจากวิกฤตการณ์เชื้อไวรัส COVID-19 ที่แพร่ระบาดครอบคลุมพื้นที่เกือบทั่วโลก ส่งผลให้ธุรกิจแทบทุกประเภทหยุดกิจการ หยุดการผลิต เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน นับว่าเป็นภาวะที่หนักหน่วงมากของทุกประเทศ ในขณะที่ความต้องการอาหารยังคงอยู่ เป็นไปได้ว่าการที่เวียดนามประกาศหยุดการส่งออก เป็นผลมาจากเวียดนามวิเคราะห์แล้วว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะยังคงอยู่อีกนาน ดังนั้นการสำรองข้าวให้มีเพียงพอกับการบริโภคของคนในประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็น ด้วยไม่ทราบได้ว่าสถานการณ์การผลิตข้าวในฤดูกาลผลิตหน้าจะเป็นอย่างไร ภัยธรรมชาติจะเกิดขึ้นหรือไม่ ชาวนาจะป่วยจากเชื้อไวรัส COVID-19 หรือไม่อย่างไร ทั้งหมดนี้จึงมาสู่การตัดสินใจสำรองข้าวที่เป็นอาหารหลักของชนในชาติไว้ก่อน
เมื่อหันกลับมาพิจารณาสถานการณ์การผลิตข้าวในบ้านเราเมื่อ 2-3 เดือนก่อน ราคาข้าวในประเทศตกลงไปมาก ภาครัฐต้องมีมาตรการต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือชาวนาให้สามารถอยู่รอดได้ ข้าวนาปีในฤดูที่ผ่านมา ณ เวลานี้ ผลผลิตเกือบทั้งหมดอยู่ในมือของโรงสี หรือพ่อค้าคนกลางเป็นส่วนใหญ่ ราคาข้าวที่ขยับขึ้นในปัจจุบันจึงไม่ได้เกิดผลดีกับชาวนาแต่อย่างใด ตรงกันข้ามโรงสีและพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อข้าวมาในราคาต่ำ จะได้ประโยชน์จากการขยับขึ้นของราคาข้าวในครั้งนี้ หวังว่าจะส่งออกข้าวให้มากขึ้นเพื่อทดแทนตลาดเดิมของเวียดนาม เป็นการแสวงหาผลประโยชน์เข้าสู่กลุ่มของตนเอง โดยอ้างว่าผู้ได้ประโยชน์คือชาวนา ประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นชวนคิด ในขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามมองทะลุไปในประเด็นการสำรองข้าวเพื่อเป็นอาหารให้คนในชาติในภาวะวิฤกติ กลุ่มพ่อค้าของไทยกลับมองว่าเป็นโอกาสที่ต้องเร่งส่งออกข้าวไปแย่งตลาดของเวียดนามให้กลับมาเป็นของไทย สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือภาครัฐของไทยเล็งเห็นความสำคัญของ Food Security หรือไม่ หรือจะยอมให้เกิดเหตุการณ์ผลประโยชน์ตกกระจุกอยู่บนความเสี่ยงของคนทั้งชาติ ควรคิดและพิจารณาให้รอบด้าน ขออย่าได้เตะหมู เข้าปากหมาเลย
สมชาย ชาญณรงค์กุล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี