546.jpg
ศปถ.รุกหนักจัดทัพตั้ง'ด่านชุมชน'หยุดเมาไม่ขับ สกัดโควิด-19

ศปถ.รุกหนักจัดทัพตั้ง'ด่านชุมชน'หยุดเมาไม่ขับ สกัดโควิด-19

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2563, 14.57 น.

ศปถ.รุกหนักนโยบายตำบลขับขี่ปลอดภัย คู่ขนานปรับแผนจัดทัพตั้ง “ด่านชุมชน” หยุดเมาไม่ขับ สกัดโควิด-19

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2563 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่านับแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม งัดมาตรการเข้มข้นประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมกับเลื่อนวันหยุดตามประเพณีในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2563 ออกไปก่อน ไม่ได้ทำให้ภารกิจตาม “นโยบายความปลอดภัยบนท้องถนน” ที่มีพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ ความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.)ซึ่ง มอบหมายให้ตนเป็นแม่ทัพใหญ่ลดมาตรการเข้มงวดความปลอดภัยบนท้องถนนลงแต่อย่างใด


“แต่ทางกระทรวงมหาดไทยกลับมุ่งมั่นทำงานอย่างหนักด้วยการปรับแผนและเสริมทัพการทำงานเชิงรุกให้เข้ากับสถานการณ์อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ด้วยการทำงานคู่ขนานระหว่าง “การตั้งด่านดูแลความปลอดภัยบนท้องถนน” กับ “ด่านดูแลสุขภาพจุดตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19” ประสานทำงานไปด้วยกัน โดยทุกจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าภาพในการทำงานบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับนโยบายรัฐบาล จึงรับประกันได้ว่าแม้จะมีมาตรการ “อยู่บ้านเพื่อชาติ” ปิดสถานบันเทิง ร้านอาหาร หรือห้างสรรพสินค้า สามารถลดความแออัดการสัญจรเดินทางบนท้องถนนลงได้ แต่มาตรการดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนในปีนี้ยิ่งเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นกว่าเดิม”นายนิพนธ์ กล่าว

ส่วนจุดมุ่งหมายสำคัญของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและการเลื่อนวันหยุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายนิพนธ์ ชี้แจงว่าเป็นมาตรการขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากไม่จำเป็นไม่ควรเดินทางสัญจรออกจากบ้านเพื่อป้องกันการกระจายของเชื้อไวรัส และแม้ในช่วงนี้พี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือลดการเดินทางสัญจรไปมาทั้งระหว่างจังหวัดหรือในพื้นที่ แต่กระทรวงมหาดไทยมิได้ย่อหย่อนการบังคับใช้กฎหมายแต่อย่างใด ยิ่งทวีความเข้มงวดกวดขันป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน หรือบาดเจ็บล้มตายจากอุบัติภัย อาทิ เมาแล้วขับ ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด การไม่สวมใส่หมวกนิรภัย หรือ การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เป็นต้น

โดยเฉพาะในระดับท้องถิ่น นายนิพนธ์กล่าวย้ำว่า ยิ่งเข้มข้นไม่แพ้ด่านจุดตรวจบนถนนสายหลักหรือถนนสายรอง เพราะต้องยอมรับว่าประเทศไทยอยู่ใน “สถานการณ์พิเศษ” ทางกระทรวงมหาดไทย จำเป็นต้องมีมาตรการเข้มข้นในการดูแลการเคลื่อนย้ายประชาชน แต่หากประชาชนมีความจำเป็นต้องเดินทาง ทางรัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวกเต็มที่ ด้วยการขอความร่วมมือผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารควรสวมใส่หน้ากากอนามัย มีการตรวจวัดอุณหภูมิ ซึ่งหากมีการตรวจพบว่ามีไข้สูงอาจเป็นกลุ่มเสี่ยงจำเป็นต้องขอความร่วมมือตามมาตรการกักตัวอยู่กับบ้าน หรือ อาจส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบว่าสุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19หรือไม่

“แม้กระทั่งในระดับชุมชนได้ขอความร่วมมือให้มีการตั้ง “ด่านครอบครัว” และ “ด่านชุมชน” ทำงานคู่ขนานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ศปถ.อปท.) ในระดับตำบล หรือ เทศบาลประสานการทำงานร่วมกับ อาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.)ที่เป็นกำลังหลักในการสอดส่องดูแลคนต่างถิ่นหรือคนในชุมชนที่เพิ่งเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาจากกรุงเทพฯ หรือ ต่างจังหวัดที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ต้องมีการดูแลติดตามอย่างใกล้ชิด โดยมีอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) มาร่วมผนึกกำลังทำงานด้วย เป้าหมายเพื่อช่วยกันดูแลและแจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนหมั่นดูแลสุขภาพพร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับอาการที่อาจจะสุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 อาทิ เป็นไข้ ไอ เจ็บคอ ถือเป็นหนึ่งภารกิจในการดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนก่อนออกจากบ้าน ดังนั้นด่านครอบครัว ด่านชุมชนมีการผนึกกำลังกับ อสม.และอปพร.จะเป็นปราการสำคัญในการสกัดโควิด-19 และดูแลปัญหาเมาไม่ขับ”นายพิพนธ์ กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวเสริมว่า สิ่งสำคัญที่ทางรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย อยากเห็นมิติใหม่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้แม้รัฐบาลจะประกาศเลื่อนออกไป จากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 กล่าวคือ แทนที่พี่น้องประชาชนจากเคยแห่กันเดินทางกลับบ้านไปสนุกสนานเฮฮาเล่นน้ำสงกรานต์หรือสังสรรค์รื่นเริงด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปลี่ยนมาเป็น ทำบุญตักบาตรกราบไหว้พระขอพรตอบแทนความกตัญญูต่อพ่อแม่ผู้มีพระคุณ ยิ่งในช่วงนี้มีเวลาอยู่กับบ้านยาวนานขึ้น ควรดูแลสถาบันครอบครัว ให้เข้มแข็ง หมั่นดูแลเอาใจใส่พ่อแม่ปูย่าตายายที่ได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ถือเป็นกิจกรรมหยุดพฤติกรรมเสี่ยงบนท้องถนน และ ยิ่งลด ละ เลิกไม่ดื่มแอลกอฮอล์ด้วยแล้ว ยิ่งจะช่วยลดความสุ่มเสี่ยงปัญหาแทรกซ้อนจากการแพร่ระบาดหรือติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อีกด้วย

“ดังนั้นจากนี้ไปขอให้พี่น้องประชาชนโปรดงดกิจกรรมบนท้องถนน และ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ตามคำแนะนำของผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19ไปได้โดยเร็วที่สุด”นายนิพนธ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top