วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
ส่งมอบแล้ว “นมวัวแดง” ภายใต้โครงการ “สายใยนมไทย-เดนมาร์คมูลค่ากว่า 3 ล้านให้ 21 หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตร เพื่อเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงาน ต่อสู้ กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมหนุนส่งเสริมสุขภาพเกษตรกรให้ผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานส่งมอบผลิตภัณฑ์นม ภายใต้โครงการ “สายใยนมไทย-เดนมาร์ค ส่งกำลังใจสู้ภัยโควิด-19” เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยของคนไทยให้แข็งแรงในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้หน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวม 21 หน่วยงาน มูลค่า 3,020,000 บาท เพื่อนำไปมอบและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้ และรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพ เสริมสร้างความแข็งแรง ให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากกระทรวงเกษตรฯห่วงใยต่อเกษตรกร ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในภาคสนามทุกๆคน จึงอยากให้กำลังใจเกษตรกร เจ้าหน้าที่ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ผ่านผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค สัญลักษณ์ตราวัวแดงซึ่งผลิตด้วยน้ำนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ซึ่งผลิตโดยองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) หน่วยงานรัฐวิสาหกิจของกระทรวงเกษตรฯทำโครงการ “สายใยนมไทย-เดนมาร์ค ส่งกำลังใจสู้ภัยโควิด-19” นี้ขึ้นมา
ด้านนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาตนได้ให้นโยบายเร่งด่วนแก่ อ.ส.ค. จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จึงมอบนโยบายอ.ส.ค.ให้เข้มงวดกับสำนักงาน อ.ส.ค. ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค โดยตั้งจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าโรงงาน อีกทั้งจัดหาอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ, เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ, หน้ากากอนามัย ให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกคน เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้บุคคลากรในหน่วยงาน ซึ่งอ.ส.ค.มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและผู้เกี่ยวข้อง (เกษตรกร, ผู้บริโภค) ตลอดจนการดำเนินงานขององค์กร อ.ส.ค.
ด้านนายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผอ.อ.ส.ค.กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดสรรจำนวนผลิตภัณฑ์นมยูเอชที ตราไทย-เดนมาร์ค ที่จะนำส่งมอบให้กับส่วนราชการแต่ละแห่งใช้หลักเกณฑ์ ดังนี้ กลุ่มแรก เป็นส่วนราชการขนาดใหญ่ ที่มีหน่วยงานระดับจังหวัด 7 แห่ง ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จัดให้แห่งละ มูลค่า 300,000 บาท รวมทั้งสิ้น มูลค่า 2,100,000 บาท
กลุ่มที่ 2 ส่วนราชการขนาดเล็ก ถึงกลาง ที่มีหน่วยงานเพียงส่วนกลางหรือระดับเขต/ภูมิภาค 8 แห่ง ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมการข้าวกรมหม่อนไหม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯจัดให้แห่งละ มูลค่า 100,000 บาท รวมมูลค่า 800,000 บาท กลุ่มที่ 3 เป็นรัฐวิสาหกิจไม่รวม อ.ส.ค. และองค์กรมหาชน รวม 6 แห่ง ได้แก่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร องค์การสะพานปลา การยางแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดให้แห่งละมูลค่า 20,000 บาท รวม มูลค่า 120,000 บาท
ทั้งนี้ อ.ส.ค. ขอให้ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯจัดทำรายงานการส่งมอบผลิตภัณฑ์นม ยูเอชที ตราไทย-เดนมาร์ค ที่นำไปมอบและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้ และรับมือกับสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันนี้ จัดส่งมายัง อ.ส.ค. เพื่อรวบรวมสรุปผลการดำเนินงานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี