วันที่ 27 เมษายน 2563 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า กรณีเกิดเหตุหญิงวัยกลางคนกินยาประชดฆ่าตัวตายหน้ากระทรวงการคลังว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าเป็นผู้ลงทะเบียนรับเงิน เยียวยา 5,000 บาท และอยู่ในกลุ่มที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันได้ผ่านการตรวจสอบไปแล้ว และอยู่ระหว่างการรอโอนเงิน 5,000 บาท เข้าบัญชีในวันพุธที่ 29 เม.ย.นี้
ทั้งนี้ คลังยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมดูแลผู้เดือดร้อนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง โดยผู้เกิดเหตุครั้งนี้ก็มีชื่อจะได้รับเงินอยู่แล้ว ซึ่งระบบได้อนุมัติข้อมูลไปก่อนตั้งแต่หกโมงเช้าของวันนี้แล้ว ไม่ได้เพิ่งมาอนุมัติหลังจากกินยาประชดฆ่าตัวตายที่กระทรวงการคลัง โดยวันที่ 29 เม.ย.นี้ เงินก็จะเข้าบัญชีตามที่ได้ลงทะเบียนไว้
นายลวรณ กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้จะมีการจ่ายเงิน 5,000 บาท ให้กับผู้ลงทะเบียนเพิ่มวันละประมาณ 7 แสนราย จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่โอน 2-3 แสนราย ซึ่งการจ่ายเงิน 5,000 บาท จะเร็วขึ้นต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้เงินเร็วที่สุุด
ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. มีผู้หญิงคนหนึ่งอายุ 59 ปี เดินทางมาที่บริเวณประตู 4 กระทรวงการคลัง และได้ทำการกินยาฆ่าตัวตาย เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท เป็นวลา 3 เดือน ที่กระทรวงการคลังแจกให้กับผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ได้ผลกระทบจากโควิด-19 และลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com
จากนั้นเวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ชีพ และรถพยาบาล จึงเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุและรีบนำตัว ไปโรงพยาบาลพระมงกุฎ และเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ตัวแทนจากปลัดกระทรวงการคลังได้นำกระเช้าดอกไม่ไปเยี่ยมสอบถามอาการ และทำการแจ้งข้อมูลให้ทราบว่าเป็นผู้ได้รับเงิน 5,000 บาทแล้ว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สาวใหญ่เครียดกินยาเบื่อหนูหน้ากระทรวงการคลัง ทวงถามสิทธิรับเงินเยียวยา 5 พัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี