วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
วันที่ 27 เมษายน 2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตนีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เปิดเผยว่า วันที่ 30 เม.ย. นี้ จะประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เนื่องจากมีหลายวาระที่ต้องพิจารณา เช่น กฎหมายลูกของแต่ละหน่วยงาน ขณะที่ความคืบหน้าการประกาศวัตถุอันตราย 2 สารเคมีทางการเกษตร คือ พาราคอตไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ตามมติที่ประชุมเดิม ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 (ห้ามใช้ ห้ามครอบครอง) มีผลวันที่ 1 มิ.ย. 63
"เบื้องต้นทราบว่า เลขาคณะกรรมการฯ ได้ทำหนังสือสอบถามความคืบหน้ากรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นผู้แลการใช้สารดังกล่าว ถึงมาตรการรองรับการลดผลกระทบเกษตรกร แต่กรมวิชาการเกษตร ยังไม่ส่งเรื่องกลับมา ทางคณะกรรมการฯจะสอบถามความคืบหน้ามาตรการต่างๆที่ต้องทำออกมาว่า คืบหน้าอย่างไร เพื่อนำมาพิจารณาการประกาศอย่างเป็นทางการ"นายสุริยะ กล่าว
ก่อนหน้านี้ มติการประชุมครั้งล่าสุดในวันที่ 27 พ.ย. ได้ให้กรมวิชาการเกษตร หามาตรการรองรับการหาสารทดแทน หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสมสำหรับวัตถุอันตรายทั้งพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส รวมถึงการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผลกระทบสุขภาพประชาชนตามกรอบเวลาต้องส่งเรื่องกลับมาแล้ว แต่คณะกรรมการฯ ยังไม่ได้หนังสือกลับมาจึงจะมีการสอบถามในที่ประชุมว่าเป็นอย่างไร
นายสุริยะ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่หอการค้าไทยขอขยายระเวลาการแบน 2 สารออกไปถึงสิ้นปีจากเดิม 1 มิ.ย.นั้น เนื่องจากมองว่า ปัจจุบันรายละเอียดต่างๆไม่ชัดเจนมากนัก ประกอบกับผู้ประกอบการและเกษตรกรก็ยังไม่มีความพร้อม ส่วนหนึ่งมาจากผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบจากการระบาดไวรัสโควิด-19 นั้น ประเด็นนี้ จะนำมาหารือในที่ประชุมเช่นกันว่าคณะกรรมการมีความเห็นอย่างไร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี