วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เปิดเผยถึงการจัดสรรงบประมาณแก้ภัยแล้งว่า จากการประเมินสถานการณ์น้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแนวทางบริหารจัดการน้ำและช่วยเหลือประชาชนช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/63 พบว่า มีพื้นที่เฝ้าระวังที่อาจเสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในเขตการประปา 31 จังหวัดและนอกเขตการประปา 38 จังหวัด และพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำด้านเกษตร ในเขตชลประทาน 36 จังหวัด และนอกเขตชลประทาน 20 จังหวัด
ดังนั้น รัฐบาลจึงตั้งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ขึ้นมาแก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน โดยตั้งเป็นคณะทำงานที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการในการทำงานและได้ขอสนับสนุนงบกลางช่วยเหลือภัยแล้ง ใน 3 ส่วนหลัก คือ
1.โครงการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/63 มุ่งเน้นแก้ปัญหาในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก โดยมอบหมายให้การประปาส่วนภูมิภาค สำรวจพื้นที่เสี่ยงในเขตประปา ส่วนนอกเขตการประปา สำรวจโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พร้อมทำแผนและมาตรการเสนอ ครม.และ ครม. มีมติเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2563 อนุมัติงบประมาณ รวม 2,041 โครงการ วงเงิน 3,079 ล้านบาท ได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว 1,434 โครงการ วงเงิน 2,280 ล้านบาท ปัจจุบันดำเนินการแล้ว 747 โครงการ ประกอบด้วย โครงการขุดเจาะบ่อบาดาล 725 แห่ง จัดหาแหล่งน้ำผิวดิน 2 แห่ง วางท่อน้ำดิบ 11 แห่ง และสถานีสูบน้ำ 9 แห่ง ได้ปริมาณน้ำบาดาลเพิ่ม 38.74 ล้าน ลบ.ม. ประชาชนได้รับประโยชน์ 123,495 ครัวเรือน เพิ่มปริมาณน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาได้ 60.38
ล้าน ลบ.ม. ผู้ใช้น้ำประปา 58,567 ราย มีน้ำประปาสำรอง 0.20 ล้าน ลบ.ม.
2.โครงการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/63 (เพิ่มเติม) โครงการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากสำรวจภาคสนาม
เพิ่มเติม พบว่า นอกจากพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคแล้วยังมีพื้นที่นอกเขตชลประทานที่เป็นพื้นที่ปลูกไม้ผลไม้ยืนต้นเสี่ยงขาดแคลนน้ำขั้นรุนแรง ยืนต้นตาย 370,000 ไร่ ในพื้นที่ 30 จังหวัด ซึ่งครม.อนุมัติงบกลางช่วยเหลือเป็นเงิน 622.43 ล้านบาท เมื่อวันที่ 17 มี.ค.63 ดำเนินการ 166 โครงการขณะนี้ ได้รับจัดสรรงบประมาณแล้ว 132 โครงการ วงเงิน 560.32 ล้านบาท ได้แก่ ขุดเจาะบ่อบาดาล 132 แห่ง ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง
และ3.โครงการเร่งด่วนเพื่อเก็บกักน้ำในฤดูฝน ปี 2563 เป็นโครงการเพื่อเตรียมความพร้อมพื้นที่เก็บกักน้ำในช่วงปลายฤดูแล้งให้สามารถเก็บกักน้ำในฤดูฝน โดยได้พิจารณาโครงการตามลำดับความสำคัญและความเป็นจำเร่งด่วนที่ดำเนินการได้ในปี 2563 ซึ่ง ครม.ได้อนุมัติเห็นชอบเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2563 รวม 6,640 โครงการ วงเงิน 3,746 ล้านบาท ขณะนี้ได้รับงบประมาณแล้ว 439 โครงการ วงเงิน 3,403 ล้านบาท ดำเนินการแล้ว 75 โครงการ ได้แก่ ฟื้นฟูแหล่งน้ำเดิม 64 แห่ง ก่อสร้างแหล่งน้ำใหม่ 9 แห่ง เชื่อมโยงแหล่งน้ำ 1 แห่ง ก่อสร้างแหล่งน้ำพร้อมระบบ 1 แห่ง เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักได้ 24.72 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 69,062 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 31,958 ครัวเรือน
“ทุกโครงการที่ได้รับอนุมัติ หน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถแสดงให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งชัดเจน และต้องผ่านกระบวนการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด สทนช. และกองอำนวยการน้ำแห่งชาติจะติดตามตรวจสอบผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส” เลขาธิการ สทนช. กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี