สทนช.คลอดแผนพัฒนาแหล่งน้ำภูเก็ต รองรับความต้องการใช้พุ่ง120ล้านลบ.ม./ป

สทนช.คลอดแผนพัฒนาแหล่งน้ำภูเก็ต รองรับความต้องการใช้พุ่ง120ล้านลบ.ม./ป

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

สทนช. เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำภูเก็ต วางแผนพัฒนาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำหวั่นเกิดวิกฤติขาดแคลนน้ำ เร่งเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนรองรับความต้องการใช้น้ำในอนาคตที่พุ่งสูงถึง 120 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมวางแผนการพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำจังหวัดภูเก็ต ให้มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอมั่นคง ทั้งนี้ แม้จะมีปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่เฉลี่ยสูงถึง 2,780 มม.ต่อปี และเป็นฤดูฝนที่ยาวนานถึง 6 เดือนก็ตาม แต่ด้วยความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2-4 หรือประมาณ2 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี โดยปัจจุบันมีความต้องการใช้น้ำประมาณ 80 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ในขณะที่แหล่งน้ำต้นทุนหลักที่นำน้ำมาใช้ผลิตน้ำประปาทั้งของภาครัฐและเอกชนรวมกันมีเพียง 60 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี เท่านั้น ทำให้จ.ภูเก็ตขาดแคลนน้ำเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง


จากการศึกษาความต้องการใช้น้ำของจ.ภูเก็ต พบว่า มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยปี 2565 จะมีความต้องการน้ำอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นเป็น 89 ล้าน ลบ.ม.ปี 2570 มีความต้องการน้ำ 98 ล้าน ลบ.ม.ปี 2575 มีความต้องการน้ำประมาณ 112 ล้านลบ.ม. และปี 2580 ต้องการน้ำสูงถึง 120 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้น หากไม่เร่งวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มขึ้น จ.ภูเก็ต จะเกิดวิกฤติขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงแน่นอน

เลขาธิการสทนช.กล่าวต่อว่า การสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำให้จ.ภูเก็ต เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้งนั้น ต้องดำเนินการหลายมาตรการควบคู่กัน ได้แก่ เพิ่มปริมาณความจุอ่างเก็บน้ำเดิม3 แห่ง ให้มีความจุรวมกันไม่น้อยกว่า 50 ล้านลบ.ม. การเพิ่มปริมาณน้ำจากขุมเหมืองมาใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น การเพิ่มปริมาณการสูบน้ำจากแม่น้ำเข้าระบบผลิตน้ำประปาหรือเติมในอ่างเก็บกักน้ำ รวมทั้งเพิ่มปริมาณใช้น้ำจากแหล่งน้ำอื่นเพื่อไปเสริมในพื้นที่นอกเขตบริการน้ำประปา เช่น บ่อบาดาลหรือนำน้ำมาจากนอกพื้นที่จ.ภูเก็ต พร้อมสร้างอ่างเก็บน้ำอ่าวยนต์ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ขนาดความจุประมาณ 1.50 ล้าน ลบ.ม.

ดังนั้น เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปตามมาตรการที่วางไว้ สทนช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงบูรณาการวางแผนแก้ปัญหาเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ปี 2563-64 ระยะกลาง ปี 2565-67 และระยะยาว ปี 2567 เป็นต้นไป โดยระยะสั้นจะดำเนินการ 9 โครงการ ได้แก่ โครงการสร้างอาคารรับน้ำเข้าแหล่งสูบน้ำขุมสรรพสามิต โครงการสร้างประตูทดน้ำคลองบางใหญ่ โครงการวางท่อซื้อน้ำประปาจากบริษัทโกลด์ชอว์ โครงการสร้างระบบสูบน้ำจากขุมน้ำสรรพสามิตไปโรงกรองน้ำบางวาด โครงการทำสัญญาซื้อน้ำประปาจากบริษัทซุปเปอร์วอเตอร์ โครงการสร้างระบบเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำจังหวัดภูเก็ต โครงการสร้างอาคารทดน้ำคลองเจ๊ะตรา ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง โครงการสร้างอาคารทดน้ำคลองบางโจ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง และโครงการสร้างอาคารทดน้ำคลองบางใหญ่

ในส่วนแผนงานระยะกลางและระยะยาว สทนช. จะเร่งศึกษาความเหมาะสมของโครงการและวิเคราะห์ผลกระทบทุกด้านให้ครอบคลุมทุกมิติ ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน อาทิ โครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ โครงการสร้างระบบสูบผันน้ำบ้านโคกโตนด-อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ โครงการสร้างระบบสูบผันน้ำเติมอ่างเก็บน้ำคลองกะทะ โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายระบบประปาจากจังหวัดพังงาไปยังจังหวัดภูเก็ต โครงการศึกษาพัฒนาเพิ่มศักยภาพแหล่งน้ำต้นทุนจังหวัดภูเก็ต โครงการศึกษาพัฒนาระบบผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล เป็นต้น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top