วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า นโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขับเคลื่อนในปี 2563 โดยขยายช่องทางการตลาดสู่ตลาดออนไลน์มากขึ้นเกษตรกรสามารถซื้อขายสินค้าเกษตรผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ DGTFarm อตก.เดลิเวอรี่ รวมทั้งร่วมกับศูนย์เครือข่ายเกษตร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ Lazada จัดอบรมส่งเสริมความรู้เกษตรกรในระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร และกลุ่ม Young Smart Farmer เกี่ยวกับการเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการออนไลน์ ไปจนถึงเทคนิคการโปรโมทสินค้า การบรรจุผลิตภัณฑ์และขนส่ง โครงการดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ พัฒนาสินค้าที่ตรงความต้องการของตลาด สามารถขยายฐานกลุ่มลูกค้าได้ไม่จำกัด ซึ่งจากวิกฤติสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ จนเกิดปรากฏการณ์ New Normal หรือความปกติในรูปแบบใหม่ของพฤติกรรมของมนุษย์ได้หันมาจับจ่ายใช้สอยผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้น ทำให้เกษตรกรนำองค์ความรู้ด้านตลาดออนไลน์ที่กระทรวงเกษตรฯขับเคลื่อน นำมาปรับใช้อย่างเห็นได้ชัด
จากการสำรวจข้อมูลของ สศก. โดยความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์กรมประมง และกรมปศุสัตว์ ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ (Google form) 234 แห่ง รวม 57 จังหวัดแบ่งเป็น สหกรณ์ต่างๆ ร้อยละ 70กลุ่มเกษตรกร ร้อยละ 11 และที่เหลือเป็นวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ และกลุ่มเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) โดยพบว่า ช่วงเดือนมีนาคม 2563 มีสินค้าเกษตรที่จำหน่ายผ่านทางออนไลน์รวมมูลค่า 45.9952 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์มียอดจำหน่ายได้ 36.3664 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 26 โดยกลุ่มเกษตรกรร้อยละ 57 มียอดจำหน่ายสินค้าเฉลี่ยต่อเดือนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่กลุ่มสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรตื่นตัวเข้าสู่ระบบการตลาดออนไลน์มากขึ้น โดยร้อยละ 61 วางแผนเตรียมจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ เพื่อปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกันแล้ว ส่วนอีกร้อยละ 27จำหน่ายผ่านระบบออนไลน์มานานกว่า 1 ปีและร้อยละ 12 เพิ่งเริ่มจำหน่ายแบบออนไลน์ในปีนี้ โดยส่วนใหญ่จำหน่ายผ่านแอปพลิเคชั่น Line มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 79 รองลงมาคือ Facebook คิดเป็นร้อยละ 78 ผ่านเว็บไซต์ตลาดสินค้าสหกรณ์ฯ (www.co-opclick.com,www.coopshopth.com) ร้อยละ 19 จำหน่ายผ่าน Lazada ร้อยละ 15 และ Shopeeร้อยละ 10 ซึ่งกลุ่มสินค้าที่จำหน่ายสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ข้าวสาร ผ้า/สิ่งทอ และกลุ่มผลไม้
ทั้งนี้ การค้าออนไลน์นับว่ามีต้นทุนต่ำไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้รวดเร็วทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง เกษตรกรจึงสามารถเพิ่มช่องทางการค้าได้เป็นอย่างดี โดยกระทรวงเกษตรฯยังจัดกิจกรรมอบรมทักษะให้กลุ่มเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจการตลาดออนไลน์ต่อเนื่อง และยังเล็งช่องทางตลาดออนไลน์ขยายไปสู่แหล่งช็อปปิ้งออนไลน์รายอื่นๆ เพิ่มเติมทั้งในประเทศไปจนถึงลูกค้าต่างประเทศในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าเกษตรคุณภาพและมีหลากหลายที่จำหน่ายผ่านออนไลน์ ทั้งกลุ่มพืช พืชผัก สมุนไพร ผลไม้ไม้ดอกไม้ประดับ ปศุสัตว์ ประมง แมลงเศรษฐกิจ รวมไปถึงกลุ่มของใช้ต่างๆ อาทิ เสื้อผ้า ของตกแต่ง เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับที่มาจากผลผลิตภาคเกษตรคุณภาพดีและได้รับความนิยม และที่สำคัญช่วงนี้ยังมีสินค้าผลไม้ตามฤดูกาลหลากชนิดที่ออกสู่ตลาด อาทิ เงาะ ลิ้นจี่ ขนุน ทุเรียน มะม่วง จึงขอเชิญทุกท่าน ร่วมกันอุดหนุนสินค้าเกษตรตามฤดูกาลเพื่อช่วยเกษตรกรและผู้ประกอบการลดผลกระทบจากวิกฤติโควิด แถมผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบายในการจัดส่งสินค้าเกษตรถึงบ้านท่านโดยตรงอีกด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี