วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
“หาดใหญ่จะไปทางไหน” และ “หาดใหญ่จะอยู่อย่างไร” คำถามนี้ เป็นคำถามที่คนหาดใหญ่ ถามกันมากับหน่วยงานของรัฐ และองค์กรภาคเอกชน ใน อ.หาดใหญ่ ก่อนที่จะมีการระบาดของ “โควิด-19” ด้วยซ้ำ เนื่องจากสภาพของเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ของ อ.หาดใหญ่ เมืองเอกและศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และคมนาคม ของ จ.สงขลาแห่งนี้ ประสบปัญหาการ “หดตัว” ของการลงทุน และการ “หดหาย”ของนักท่องเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จากการเป็น “เมืองหลัก”ของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะ มาเลเซีย-สิงคโปร์ ได้กลายเป็น “เมืองผ่าน” มากว่า 2 ปี แล้ว
และเสียงถามเรื่อง “หาดใหญ่จะอยู่อย่างไร” ก็ดังระงมมากขึ้น เมื่อ“โควิด-19” มาเยือน พร้อมทั้งการประกาศปิดประเทศของตนถึงสิ้นปี 2563ของรัฐบาลมาเลเซีย ที่เป็นการ “ซ้ำเติม”เมืองหาดใหญ่ จนกำลังจะกลายเป็น “เมืองร้าง” จนทำให้คนรุ่นใหม่ ของ “หาดใหญ่” ต้องเคลื่อนไหว เพราะหากปล่อยให้หาดใหญ่ ยังถูกขับเคลื่อนโดย “เจ้าสัว” รุ่นก่อร่างสร้างเมืองนำพาหาดใหญ่ต่อไป อนาคตของหาดใหญ่อาจจะ “ซึมยาว” และหลับสนิทในที่สุด
ในฐานะคนสงขลา ในฐานะของรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายก อบจ.นิพนธ์ บุญญามณี จึงได้เริ่มขับเคลื่อน เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ “หาดใหญ่” โดยการพบปะกับกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่และผู้บริหารหอการค้าจังหวัดสงขลา เพื่อร่วมรับฟัง แนวทางในการพัฒนาจังหวัดสงขลา ยกระดับเมืองหาดใหญ่ ณ ห้องประชุมกัลปพฤกษ์โรงแรมบุรีศรีภู อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี ดร.ไพโรจน์ ชัยจีระธิกุล ประธานฝ่ายวิชาการและกิจการต่างประเทศหอการค้าจังหวัดสงขลา และกลุ่มนักธุรกิจคนรุ่นใหม่หอการค้าจังหวัดสงขลา เข้าร่วมประชุมพบปะพูดคุย
.jpg)
ทั้งนี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ได้เข้ารับฟัง โครงการต่างๆหรือ (Project) จาก กลุ่มนักธุรกิจ นักวิชาการรุ่นใหม่ ในการที่จะพัฒนาจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะการสร้างจุดเด่น ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคการศึกษา ที่ทางกลุ่มต้องการให้มีการพัฒนา เพื่อเป็นจุดขายใหม่ๆ ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว หรือการสร้างโปรเจกท์ใหม่ๆ จากภาคอุตสาหกรรม เช่น การจับมือระหว่างโรงพยาบาลเอกชนกับโรงแรมเพื่อรองรับการรักษาพยาบาลและบริการระดับสูง หรือเป็น Medical Hub ของภาคใต้ เป็นต้น เพื่อให้เกิดการลงทุนในประเทศ และในอีกหลากหลายประเด็นที่ทางกลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้ฝากถามถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดสงขลา
นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท. 2)กล่าวว่า วันนี้ได้มาร่วมรับฟังการเสวนาของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งก็ได้เห็นถึงความมุ่งมั่นของคนกลุ่มนี้ ในอันที่จะร่วมกันขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดสงขลา รวมถึงอำเภอหาดใหญ่ให้ก้าวเดินไปข้างหน้า พร้อมกับให้ข้อคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ของแต่ละภาค ทั้งเรื่องของการเที่ยว เรื่องของอุตสาหกรรม หรือเรื่องของการศึกษา ซึ่งก็ได้ให้แง่คิดว่าควรที่จะทำอย่างไร หลังจากที่โควิด-19 เข้ามาทำให้เศรษฐกิจบ้านเราเริ่มซบเซา ในทุกๆ ด้าน คนกลุ่มนี้มาร่วมกันหาทางออก เพื่อที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ในการที่จะดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมาเที่ยวในบ้านเรารวมถึงการที่เราต้องมีโปรเจกท์ใหม่ๆเกิดขึ้น ซึ่งผมได้ฝากประเด็นไว้ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ ถึงแนวคิดในการพัฒนาจังหวัดสงขลา แนวมุมมองของกลุ่มคิดอย่างไร ในส่วนของภาพรวมของจังหวัดก่อน แล้วค่อยย่อยลงมาถึงหาดใหญ่ อยากเห็นจังหวัดสงขลาขับเคลื่อนอย่างไร โดยทำเป็นแผนของจังหวัด และเอาเฉพาะประเด็นที่สำคัญ และข้อที่ 2 ในอำเภอหาดใหญ่เราจะเดินหน้าไปอย่างไร ซึ่งทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ เอกชน ต้องมีเอกภาพในการขับเคลื่อน และหน่วยงานของรัฐ ต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่
ซึ่งการได้พบปะ พูดคุย ระหว่างผู้แทนของกระทรวงมหาดไทย กับกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็น “มิติ” ใหม่ที่เกิดขึ้น และเป็นหนทางในการนำหาดใหญ่ ไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพราะกลุ่มนักธุรกิจใหม่ (yec)นั้น เป็นการรวมตัวก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมบทบาทของคนรุ่นใหม่มีความรู้ความสามารถมีทักษะความเป็นผู้นำ เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจแผนใหม่ และที่สำคัญทั้งหมดคือ “หน่อเนื้อ” หรือ “ลูกหลาน” ของผู้มีส่วนร่วมในการสร้างเมืองหาดใหญ่ ในอดีตทั้งสิ้น
ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี