533.jpg
สกู๊ปพิเศษ : แรงงานเดินหน้าช่วยเหลือเอสเอ็มอี จัดตั้งศูนย์สนับสนุนผู้ประกอบการ

สกู๊ปพิเศษ : แรงงานเดินหน้าช่วยเหลือเอสเอ็มอี จัดตั้งศูนย์สนับสนุนผู้ประกอบการ

วันเสาร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2556, 06.00 น.
Tag :

ผ่านมา 6 เดือนแล้ว หลังการปรับเพิ่มค่าแรง 300 บาททั่วประเทศมีผลใช้บังคับ แต่ทว่ามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากค่าจ้างขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นพรวดเดียว 40-50% เป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง ยิ่งถูกซ้ำเติมจากแรงกระแทกของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

นายพูลศักดิ์ เศรษฐนันท์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่าโดย หลังจากวันที่ 1 มกราคม 2556 เป็นต้นมา รัฐบาลได้มีปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำให้แก่แรงงงานเป็นวันละ 300 บาทนั้น ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2556 ซึ่งมีนายกิติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่ศึกษา พิจารณา และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี ทั้งนี้ ยังจะเน้นให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน 70 จังหวัดที่จะมีการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ซึ่งกำหนดไว้ 5 แนวทาง คือ 1.การเพิ่มสภาพคล่อง เพิ่มวงเงิน ลดต้นทุนทางการเงิน 2.การลดต้นทุนผู้ประกอบการ 3.การทบทวนหลักการการใช้จ่ายของภาครัฐให้เหมาะสมกับสถานการณ์ 4.การส่งเสริมการบริโภค โดยมีมาตรการทางด้านภาษีสนับสนุน หรือจูงใจการใช้จ่ายในประเทศ และ 5.การเพิ่มประสิทธิภาและคุณภาพของผู้ประกอบการ


อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมเฝ้าระวังและสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีความพร้อมที่จะจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำให้ทันต่อสถานการณ์ และพร้อมที่จะรับปัญหาจากการปรับอัตราตาค่าจ้างขั้นต่ำนั้น ทางกระทรวงแรงงานจึงได้กำหนดกลไกการบริหารจัดการทั้งในส่วนกลางและระดับจังหวัด เพื่อเป็นการบูรณาการในการทำงานร่วมกัน จึงได้มีการจัดตั้ง “ศูนย์สนับสนุนผู้ประกอบการให้พร้อมจ่ายอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ กระทรวงแรงงาน” ขึ้นในส่วนกลาง โดยมี นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน ซึ่งศูนย์ดังกล่าวมีภารกิจในการติดตามข้อมูลสถานการณ์จากกรม/สำนักงานประกันสังคมที่สังกัดกระทรวงแรงงาน และศูนย์จังหวัด เพื่อรวบรวมข้อมูลรายวันและราย 15 วัน ก่อนนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์สถานการณ์ และนำเสนอปลัดกระทรวงแรงงาน และจะทำการประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่อไป ทั้งนี้ จะมีการประสานงานกับคณะทำงานศูนย์จังหวัดเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านแรงงาน เช่น การเลิกจ้างที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่แต่ละจังหวัด พร้อมทั้งรับลงทะเบียนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทีได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำและต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐด้วย ซึ่งศูนย์จังหวัดจะมีการรายงานและผลการปฏิบัติงานเข้ามายังกระทรวงแรงงานด้วย

นายพูลศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของกระทรวงแรงงานได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 5 มาตรการ ดังนี้ 1.สินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในกิจการ เสริมสภาพคล่องสถานประกอบการ และเพิ่มผลผลิตแรงงาน 2.การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ทั้งฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน โดยลดลงร้อยละ 1 จากเดิมฝ่ายละ ร้อยละ 5 เหลือฝ่ายละร้อยละ 4 ซึ่งมาตรการทั้งสองข้อนี้ สามารถติดต่อสำนักงานประกันสังคมทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค โทรสายด่วน 1506

3.การนำค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 มาหักลดหย่อนภาษี 4.การให้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.1 เพื่อใช้ในการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ 5.การจัดคลินิกพัฒนาฝีมือแรงงานเคลื่อนที่ไปยังสถานประกอบการ เพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงานให้มีทักษะ ความสามารถสอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ซึ่งมาตรการทั้ง 3 ข้อนี้ สามารถติดต่อ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โทรสายด่วน 1694 และ 1695

ด้านนายธีรพล ขุนเมือง แรงงานจังหวัดนครปฐม กล่าวต่อว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญของการพัฒนาประเทศ พร้อมปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท จังหวัดนครปฐมได้เริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 ถึงวันนี้ยังไม่พบสถานประกอบการปิดกิจการ อันเนื่องมาจากผลกระทบของอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ นอกจากไม่ปิดแล้วยังมีการเพิ่มขึ้น จากรายงานพบว่า จังหวัดนครปฐมมีการขยายตัวทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มีผู้มาจดทะเบียนนิติบุคคลเพิ่มขึ้นอีก 887 ราย มีเงินลงทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นกว่า 1,836 ล้านบาท  ปัจจุบันมีสถานประกอบการรวม 7303 แห่ง มีผู้ประกันตน 195,560 คน แบ่งเป็นสถานประกอบการขนาดใหญ่ ที่มีผู้ประกันตนมากกว่า 200 คน 186 แห่ง ขนาดกลางที่มีผู้ประกันตนระหว่าง 51-200 คน 549 แห่ง ขนาดเล็กซึ่งมีผู้ประกันตนต่ำกว่า 50 คน รวม 6568 แห่ง

แรงงานจังหวัดนครปฐม กล่าวต่อว่า ปัจจุบันจังหวัดนครปฐมได้ดำเนินโครงการ นายจ้างอยู่ได้ ลูกจ้างอยู่ดี ซึ่งเป็นนโยบายของนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงาน เข้าไปตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ เพื่อรับฟังสภาพปัญหาด้านแรงงานจากคณะผู้บริหารสถานประกอบการและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่พึงพอใจกับนโยบายของรัฐบาล โดยเน้นการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย และให้ความสำคัญกับบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกระดับชั้น โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยการทำงาน เครื่องแต่งกายและอุปกรณ์เสริมอื่นๆ พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวะอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นเรื่องความสะอาด การรณรงค์ป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด  ทั้งนี้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ใช้แรงงงาน

ณรงค์ฤทธิ์ กิจเจริญ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top